สหรัฐฯ เริ่มหมดหวังบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน
รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มมีความกังวลมากขึ้นว่า การเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านอาจไม่ประสบความสำเร็จ โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านต้องแสดงให้เห็นว่าปฏิบัติตามข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวเสียก่อน จึงจะสามารถเดินหน้าการเจรจาในวงกว้างได้ต่อไป
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล (WSJ) รายงานเมื่อวันศุกร์ (10 ก.ค.) ว่า ภายใต้ข้อตกลงชั่วคราวที่บรรลุเมื่อเดือนมิ.ย. อิหร่านตกลงที่จะรับประกันความปลอดภัยของการเดินเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อแลกกับการผ่อนปรนด้านการเงิน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า การโจมตีเรือพาณิชย์ที่ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า อิหร่านมีความตั้งใจที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวหรือไม่ และส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อการบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับถาวรลดลง
รายงานระบุว่า สหรัฐฯ ต้องการให้อิหร่านประกาศต่อสาธารณะว่าช่องแคบฮอร์มุซเปิดให้เรือพาณิชย์ใช้เส้นทางได้ตามปกติ พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะยุติการโจมตีเรือที่แล่นผ่านช่องแคบดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเตือนว่า อิหร่านอาจเผชิญผลกระทบร้ายแรง หากไม่ให้คำมั่นภายในวันเสาร์นี้ (11 ก.ค.) แม้เจ้าหน้าที่คนอื่นจะไม่ได้ยืนยันว่ามีการกำหนดเส้นตายไว้อย่างชัดเจนก็ตาม
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังระบุว่า ข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับถาวรจะกำหนดให้อิหร่านต้องสละการควบคุมคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง พร้อมยืนยันว่าสหรัฐฯ ยังคงมีทางเลือกทางทหารเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านเข้าถึงวัสดุดังกล่าว หากการเจรจาล้มเหลว
ข้อตกลงชั่วคราวกำหนดกรอบเวลา 60 วันสำหรับการเจรจาข้อตกลงถาวร และสามารถขยายเวลาได้หากทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกัน โดยในสัปดาห์นี้ สหรัฐฯ ได้กลับมาบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน พร้อมประกาศมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อ อาลี อันซารี นักธุรกิจชาวอิหร่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังสรุปว่าอิหร่านละเมิดข้อตกลงชั่วคราว
ด้านทรัมป์กล่าวเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า อิหร่านละเมิดข้อตกลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งโกหก ฉ้อโกง และสังหารผู้คน พร้อมยืนยันว่าอิหร่านจะไม่มีวันสามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ภายใต้ข้อตกลงของสหรัฐฯ ได้ แม้จะยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้หรือไม่
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มไม่มั่นใจมากขึ้นว่าการใช้การทูตเพียงอย่างเดียวจะเพียงพอในการจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายนโยบายต่างประเทศที่สำคัญของทรัมป์
ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นประเด็นที่ตลาดทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกิจกรรมทางทหารที่กลับมารุนแรงขึ้นยังสร้างความกังวลต่อเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช