Cover Image

“รมว.สุชาติ” สั่งกรมป่าไม้เร่งแจงปมรื้อถอนแปลงขิงไชยปราการ เดินหน้าเอาผิดผู้บุกรุก ฟื้นฟูป่า ควบคู่ดูแลประชาชน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมป่าไม้เร่งตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีปฏิบัติการ “พิทักษ์ไชยปราการ” รื้อถอนแปลงปลูกขิงในพื้นที่ตำบลแม่ทะลบ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อที่ 258 ไร่ หลังมีข้อซักถามจากสังคมออนไลน์เกี่ยวกับสภาพพื้นที่และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมกำชับให้ดำเนินการอย่างโปร่งใส ยึดข้อเท็จจริงและกฎหมายเป็นหลัก เร่งแก้ปัญหาการบุกรุกป่าอย่างจริงจัง โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ควบคู่กันไป

นายสุชาติ กล่าวว่า ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าไชยปราการเป็นปัญหาสะสมที่ต้องเร่งแก้ไข เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติและพื้นที่ต้นน้ำให้คงอยู่ จึงได้มอบหมายให้นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ เร่งตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงรายละเอียดให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจน พร้อมติดตามการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกพื้นที่ป่าอย่างเต็มที่

จากรายงานของกรมป่าไม้ สวนป่าไชยปราการเป็นสวนป่าโครงการ 4 ซึ่งองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) รับมอบพื้นที่ไปดูแลและบริหารจัดการตามบันทึกข้อตกลงระหว่างสองหน่วยงานตั้งแต่ปี 2532 ปัจจุบันพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 10,000 ไร่ ยังคงมีสภาพป่าและสวนป่าที่สมบูรณ์ประมาณ 3,000 ไร่ หรือร้อยละ 30 ส่วนพื้นที่ที่เหลือได้รับผลกระทบจากการบุกรุกและเปลี่ยนสภาพเป็นพื้นที่เกษตรกรรม

ที่ผ่านมา กรมป่าไม้ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน จนนำไปสู่การดำเนินคดีแล้ว 8 คดี ครอบคลุมพื้นที่กว่า 6,147 ไร่ ส่วนการรื้อถอนแปลงขิงเนื้อที่ 258 ไร่ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เป็นการดำเนินการตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ภายหลังดำเนินการตามขั้นตอนทางปกครองที่เกี่ยวข้อง

ด้านนายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบพื้นที่พบร่องรอยการตัดไม้สัก ทั้งตอไม้และลำต้นที่ถูกตัดทิ้งไว้ในลำห้วย ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการเตรียมพื้นที่เพื่อปลูกขิง แม้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้จะจัดเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยข้อจำกัดด้านกำลังเจ้าหน้าที่ ทำให้การดูแลพื้นที่ไม่ทั่วถึง และเปิดช่องให้มีการบุกรุกเพื่อทำเกษตรกรรม

สำหรับแนวทางดำเนินการ เจ้าหน้าที่จะพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานะทางกฎหมายของแต่ละแปลงอย่างรอบคอบ โดยแปลงปลูกข้าวและข้าวโพดที่ประชาชนในท้องถิ่นทำกิน จะคำนึงถึงผลกระทบต่อวิถีชีวิตและรายได้ พร้อมพิจารณาให้เก็บเกี่ยวผลผลิตตามแนวทางที่หน่วยงานกำหนด ขณะที่แปลงปลูกขิงซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบขยายผลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนนอกพื้นที่ จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ทั้งกรณีรายงานการตรวจพบเชื้อราในแปลงปลูกขิง ซึ่งเกษตรอำเภอไชยปราการได้ให้ข้อมูลไว้ และข้อสงสัยเกี่ยวกับการมีส่วนเกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลในพื้นที่ในการนำกลุ่มทุนเข้ามาบุกรุก โดยองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว พร้อมประสานหน่วยงานด้านความมั่นคงและกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ร่วมตรวจสอบและขยายผล หากพบผู้กระทำผิดหรือเจ้าหน้าที่บกพร่องต่อหน้าที่ จะดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ กรมป่าไม้ตั้งเป้ารื้อถอนแปลงปลูกขิงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน พร้อมเร่งตรวจสอบพื้นที่ส่วนที่เหลือ เมื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องแล้วเสร็จ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้จะส่งมอบพื้นที่คืนให้กรมป่าไม้ เพื่อวางแผนฟื้นฟูสภาพป่าและระบบนิเวศ โดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำลุ่มน้ำแม่ทะลบ ซึ่งมีความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ

นายสุชาติย้ำว่า การแก้ไขปัญหาครั้งนี้ต้องเดินหน้าอย่างจริงจัง ทั้งการตรวจสอบข้อเท็จจริง การบังคับใช้กฎหมายกับผู้บุกรุก และการฟื้นฟูผืนป่าให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ ขณะเดียวกัน ต้องให้ความเป็นธรรมกับประชาชนในพื้นที่ โดยแยกแยะข้อเท็จจริงและสถานะทางกฎหมายของแต่ละกรณีอย่างชัดเจน พร้อมส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการปลูกป่าและดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้คนอยู่ได้ ชุมชนอยู่ได้ และผืนป่าได้รับการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน

Back To Top