ลับ-ลวง-พราง กองทุน

หากประเมินการเคลื่อนตัวของดัชนีในช่วง 3 เดือนครึ่งจะเห็นว่า จุดสูงสุดในการขึ้นแต่ละรอบต่ำลงเรื่อย ๆ ซึ่งเห็นได้จากเดือน ก.ค. มีจุดสูงสุดอยู่ที่ระดับ 1,657.55 จุด ถัดมาในช่วงต้นเดือน ก.ย. อยู่ที่ระดับ 1,629.21 จุด และในช่วงปลายเดือน ก.ย. อยู่ที่ระดับ 1,613.45 จุด “โมนิก้า” เลยไม่แน่ใจว่า เที่ยวนี้ดัชนีจะทะยานขึ้นไปถึงระดับไหน? เพราะข่าวดีเริ่มเหือดแห้งลงไงล่ะคะ
ประกอบกับที่ผ่านมามีการวิเคราะห์ว่า การขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1,600 จุดมั่นคง น่าจะเป็นเรื่องยากมาก ๆ ในภาวะเศรษฐกิจยังชะลอตัว แถมประเทศไทยก็ติดกับดักเติบโตเป็นเวลาหลายปี (จีดีพีโตปีละ 2% หลายปี) ส่วนเศรษฐกิจใหม่ที่จะเข้ามาทำให้ประเทศไทยกลับมาโตแรงอีกครั้ง ยังต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างนานพอสมควร อีฉันถึงมองการประคองตัวเหนือระดับ 1,550 จุดเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมแล้วค่ะ
เนื่องจากกองทุนที่ควรเป็นผู้เล่นแกนหลักของตลาดหุ้นไทย กลับมียอดขายสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันสูงถึง 8 หมื่นล้าน แถมกองทุนชอบใช้วิธีดันดัชนีหลังจากลงมาหนัก ๆ ต่อจากนั้นก็ขายรัว ๆ เมื่อดัชนีกำลังขึ้นใหม่ “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักลงทุนประเมินยอดขายของนักลงทุนกลุ่มนี้เมื่อถึงสิ้นปีจะขึ้นไปแตะแสนล้านไหม? หลังเม็ดเงินที่ไหลเข้ากองทุนลดลงเรื่อย ๆ นะจะบอกให้
งานนี้ทำให้ “โมนิก้า” มองการซื้อหุ้นในบางวันของกองทุนเป็นเพียงการอ่อยเหยื่ออย่างไม่ต้องสงสัย และไม่สามารถคาดหวังนักลงทุนกลุ่มนี้ได้เหมือนเมื่อก่อน เพราะบริบทของการลงทุนเปลี่ยนไปมากเหลือเกิน แถมกองทุนส่วนใหญ่เบนเข็มไปที่การลงทุนต่างประเทศแบบนี้..อีฉันถึงมองการยืนปิดที่ระดับ 1,571.74 จุด ลบไป 5.91 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.59 หมื่นล้านบาท ยังเป็นเรื่องที่พอทำใจรับได้เจ้าค่ะ
เหมือนกับการอ่อนตัวของน้องท็อป TOP ลงมายืนอยู่ที่ระดับ 71 บาท ลบไป 4.25 บาท หรือลงไป 5.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.17 พันล้านบาท หลังจากขึ้นไปทำไฮที่ระดับ 79 บาทเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา ล้วนเป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น แต่ทันทีที่ราคาน้ำมันดิบเริ่มอ่อนตัวลง นักลงทุนก็เทขายหุ้นออกมาแบบนี้ อีฉันมองเป็นเกมที่นักเล่นต้องตามกระแสให้ทันก็เท่านั้นเอง
ส่วนรายที่ทำให้นักลงทุนเม้าท์ถึงเยอะคือ การร่วงลงแรงของกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน DIF กับ 3BBIF ซึ่งผู้คนพากันสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้น? เพราะก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือลบ ๆ ออกมาเป็นระลอก แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ “โมนิก้า” เลยมองว่า เรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับกองทุนโยกเงินเป็นประเด็นหลัก เพราะวันนี้เห็นกันเต็มสองลูกตาว่า วันนี้บอนด์ยีลด์ให้ผลตอบแทนเกิน 5% และน่าจะเป็นคำตอบเบื้องต้นที่อธิบายการร่วงลงมาปิดที่ 9.50 บาท ลบไป 0.40 บาท หรือลงไป 4.04% และอีกรายปิดที่ 6.15 บาท ลบไป 0.20 บาท หรือลงไป 3.15% ได้ดีสุดจ้า!
ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น MTC เพื่อชี้เห็นการบวกสวนภาวะตลาดหุ้นมาปิดที่ระดับ 28.75 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 3.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 632 ล้านบาท ทั้งที่ก่อนหน้านี้กลัวหนี้เสียพุ่งจะเป็นจะตาย มันเป็นเรื่องที่มองได้อย่างเดียวว่า ราคาหุ้นที่ลงต่อเนื่องก่อนหน้านี้เป็นเกมทุบหุ้นเอาของถูก เพราะของมันเห็นกันมาตั้งนานแล้วว่า กำไรน่าจะทรงตัวมากกว่าทรุดนะจ๊ะ
ส่วนรายที่น่าจะได้ประโยชน์จากกองทุนเข้ามาถือหุ้นอย่าง VGI กลับกลายเป็นหุ้นที่ราคาหุ้นเอาแต่มุดหัวลงลูกเดียว แถมข่าวสารในช่วงหลัง ๆ ก็เงียบหายผิดปกติ ทั้งที่ผลการดำเนินงานมีกำไรให้เห็นอีกครั้งแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่มีความขัดแย้งในตัวของมันเอง และกลายเป็นหุ้นที่เล่นได้แค่สั้น ๆ เพราะในช่วง 2 เดือนยังโงหัวไม่ขึ้น และยังกลับขึ้นไปยืนเหนือ 1 บาทไม่ได้สักทีนะนายจ๋า
โมนิก้าและทีมงาน
Back to top button