Cover Image

สหรัฐฯ เผยยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้นในเดือนก.ย. สวนทางคาดการณ์ : อินโฟเควสท์

สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐฯ (NAR) เปิดเผยในวันนี้ (13 ต.ค.) ว่า ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 1.5% สู่ระดับ 3.99 ล้านยูนิตในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลงสู่ระดับ 3.95 ล้านยูนิต

เมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านลดลง 2.2% ในเดือนก.ย.

ยอดขายบ้านมือสองปรับตัวขึ้นเนื่องจากจำนวนสต๊อกบ้านในตลาดที่เพิ่มขึ้นช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อมีตัวเลือกมากขึ้น อย่างไรก็ดี แนวโน้มภาพรวมยังคงซบเซาหลังได้รับแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองที่พุ่งสูงขึ้น

สต๊อกบ้านเพิ่มขึ้น 1.9% ในเดือนก.ย. สู่ระดับ 1.60 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2562 และเพิ่มขึ้น 4.6% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ราคาเฉลี่ยของบ้านเพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 417,500 ดอลลาร์ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับเดือนก.ย.

เมื่อพิจารณายอดขายบ้านและสต๊อกบ้านในตลาด พบว่า ผู้ขายบ้านต้องใช้เวลา 4.8 เดือนในการขายบ้านจนหมดสต๊อกในตลาด ทรงตัวจากเดือนส.ค. แต่เพิ่มขึ้นจากระดับ 4.5 เดือนในปีก่อนหน้า

ลอว์เรนซ์ ยุน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ NAR ระบุว่า แม้ยอดขายจะปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบรายเดือน แต่เดือนส.ค. และก.ย. ถือเป็นสองเดือนที่ยอดขายบ้านซบเซาที่สุดในปีนี้ และการที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองปรับตัวสูงขึ้นอีกในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ซื้อผ่านเกณฑ์อนุมัติสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านได้น้อยลง

ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนก.พ. โดยความขัดแย้งดังกล่าวได้โหมกระพือภาวะเงินเฟ้อและผลักดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งขึ้น ซึ่งอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองจะเคลื่อนไหวตามทิศทางของผลตอบแทนพันธบัตรดังกล่าว

ข้อมูลจากเฟรดดี แมค (Freddie Mac) ระบุว่า อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองแบบคงที่ระยะเวลา 30 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 7.40% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2566 เพิ่มขึ้นจากระดับ 7.28% ในสัปดาห์ก่อนหน้า และพุ่งขึ้นแล้วถึง 142 basis points นับตั้งแต่สิ้นเดือนก.พ.

หากจำแนกเป็นรายภูมิภาค ยอดขายบ้านปรับตัวขึ้นในภาคใต้และภาคตะวันตก แต่ลดลงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่ภาคมิดเวสต์ทรงตัว

สำหรับสัดส่วนของผู้ซื้อบ้านหลังแรก อยู่ที่ 31% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากระดับ 30% ในเดือนส.ค. และช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม NAR ระบุว่า สัดส่วนดังกล่าวจำเป็นต้องอยู่ที่ระดับ 40% ตลาดที่อยู่อาศัยจึงจะมีเสถียรภาพและความแข็งแกร่ง

นอกจากนี้ ระยะเวลาเฉลี่ยที่บ้านประกาศขายอยู่ในตลาดก่อนจะปิดการขายได้ เพิ่มขึ้นเป็น 33 วัน จาก 31 วันในเดือนส.ค. แต่ทรงตัวจากปีก่อน ขณะที่ยอดขายบ้านที่มีปัญหาหนี้สินรวมถึงบ้านหลุดจำนองทรงตัวที่ระดับ 2% สัดส่วนการซื้อขายด้วยเงินสดทรงตัวจากเดือนส.ค. ที่ 27% แต่ลดลงจาก 30% ในปีก่อนหน้า และกลุ่มนักลงทุนรายย่อยหรือผู้ซื้อบ้านหลังที่สองมีสัดส่วนอยู่ที่ 20% เพิ่มขึ้นจากระดับ 15% ในเดือนส.ค. และปีก่อนหน้า

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต

Back To Top