ทูตไทยหารือนายกฯเล็กกรุงมาปูโต กระชับความร่วมมือระดับเมือง สานสัมพันธ์ระดับประชาชน

ทูตไทยหารือนายกฯเล็กกรุงมาปูโต กระชับความร่วมมือระดับเมือง สานสัมพันธ์ระดับประชาชน
นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโต ได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับนาย Razaque Manhique นายกเทศมนตรีกรุงมาปูโต โดยมีนางสาวสุชานรี ธรณธรรม ที่ปรึกษาของสถานเอกอัครราชทูตฯ และนาง Irene Tomás Boane ผู้อำนวยการสำนักงานวิเทศสัมพันธ์ เทศบาลกรุงมาปูโต และนาย Celso Simão Fulano ผู้บริหารเขต Katembe ซึ่งทางการกรุงมาปูโตสร้างสะพานแขวนข้ามทะเลที่ยาวที่สุดในทวีปแอฟริกาเชื่อมไปเพื่อบุกเบิกเป็นเมืองใหม่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับกรุงมาปูโต เข้าร่วมด้วย
เอกอัครราชทูตบัญชาขอบคุณที่เทศบาลกรุงมาปูโตให้การดูแลคนไทยที่พำนักอาศัยและทำงาน รวมทั้งภาคเอกชนไทยในกรุงมาปูโตเป็นอย่างดี ตลอดจนช่วยอำนวยความสะดวกและดูแลความเรียบร้อยของที่ทำการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโต และทำเนียบเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโตตลอด 11 ปีที่ผ่านมา นับตั้งเปิดทำการในประเทศโมซัมบิก

ในโอกาสนี้ เอกอัครราชทูตบัญชาได้นำเสนอนโยบาย Thailand-Africa Initiative ตลอดจนบทบาทการลงทุนของภาคเอกชนไทยในโมซัมบิก และย้ำเจตนารมณ์ที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ในระดับประชาชน รวมทั้งได้กล่าวถึงกิจกรรมของสถานเอกอัครราชทูต ที่ดำเนินร่วมกับชุมชนไทยและชุมชนโมซัมบิกอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดกิจกรรมจิตอาสาด้วยการทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ เช่น ชายหาด Costa del Sol ที่มีความสวยงาม และสวนสาธารณะ Tanduru ที่มีพันธ์ไม้สวยงาม และการบริจาคสิ่งของให้แก่สถานสงเคราะห์เด็กในกรุงมาปูโต
ขณะที่นายกเทศมนตรีกรุงมาปูโตได้แสดงความคุ้นเคยและความประทับใจที่มีต่อชุมชนไทยในกรุงมาปูโต ทั้งสองฝ่ายต่างแสดงความประสงค์ที่จะขยายความร่วมมือระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสนใจที่จะมีความร่วมมือระหว่างกรุงมาปูโตกับกรุงเทพมหานคร เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ในการบริหารเมืองหลวงและศูนย์กลางการบริหารประเทศ เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระหว่างกัน
เอกอัครราชทูตบัญชาได้มอบชามเบญจรงค์และคุ๊กกี้ไทยใส่ไส้มะม่วงหิมพานต์ของโมซัมบิกแก่นายกเทศมนตรีกรุงมาปูโต เพื่อแสดงความขอบคุณ
ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตพร้อมเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทยและโมซัมบิกในทุกระดับ ทั้งระหว่างภาครัฐ เมืองหลวง ภาคเอกชน และระดับประชาชนต่อไป
