Cover Image

เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ประกาศจุดยืนเรียกร้องรัฐบาลอนุทิน ยุติ

เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ประกาศจุดยืนเรียกร้องรัฐบาลอนุทิน ยุติกระบวนการแก้ พ.ร.บ. สสส. ชี้ภาษีบาปคือฟันเฟืองสำคัญในการสร้างสุขภาวะรากหญ้า พร้อมเผยประโยชน์คุ้มค่าคืนสู่สังคมสูงถึง 7.53 เท่า

11 ตุลาคม 2569 – เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ซึ่งประกอบด้วยชุมชนท้องถิ่นมากกว่า 3,000 แห่งที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ออกแถลงการณ์ประกาศจุดยืนคัดค้านร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … โดยเรียกร้องให้รัฐบาลยุติกระบวนการแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544

พร้อมชี้ว่ากลไกภาษีที่กำหนดวัตถุประสงค์ (Earmarked Tax) จากภาษีสุราและยาสูบ ก่อให้เกิดประโยชน์ ตั้งแต่การทำงานต่อเนื่องที่ช่วยบ่มเพาะคนและงาน ไปจนถึงผลตอบแทนทางสังคมสูงถึง 7.53 บาทต่อทุก 1 บาท ที่ลงทุนไป

เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ได้กล่าวถึงโครงสร้างการทำงานของเครือข่ายฯ ในแถลงการณ์ว่า ได้ขับเคลื่อนผ่านความร่วมมือของผู้นำ 4 องค์กรหลัก ได้แก่ ผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ ภาคประชาชนและองค์กรชุมชน และหน่วยงานรัฐ มีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างความเข้มแข็งและการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ผ่านการสร้างการเรียนรู้ นวัตกรรม และการผลักดันนโยบายสาธารณะตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ จนถึงระดับจังหวัด โดยได้รับการสนับสนุนเชิงยุทธศาสตร์จากแผนสุขภาวะชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทั้งในด้านงบประมาณ เครื่องมือทางวิชาการ และระบบข้อมูลที่ชุมชนเป็นเจ้าของ

ภายใต้การน้อมนำศาสตร์ของพระราชา เช่น “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” “ระเบิดจากข้างใน” และ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นเครื่องมือยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมทั้งบริหารจัดการงบประมาณตามระเบียบอย่างเคร่งครัด ปราศจากการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และเป็นการหนุนเสริมงานภารกิจประจำ

ในหนังสือแถลงประกาศจุดยืน ยังระบุถึงการได้รับการสนับสนุนจากแผนสุขภาวะชุมชน สสส. ภายใต้กลไก (Earmarked Tax) จากภาษีสุราและยาสูบ ว่าได้ก่อให้เกิดประโยชน์และเพิ่มโอกาสในการสร้างเสริมสุขภาพของชุมชนท้องถิ่นอย่างน้อย 6 ประการ ได้แก่

เป็นกระบวนการทำงานที่ต่อยอดสู่การพัฒนาด้านอื่น และเชื่อมโยงสู่การสร้างเสริมสุขภาพบนหลักการคำนึงถึงสุขภาพในทุกงานและทุกนโยบาย ด้วยระยะเวลาการทำงานอย่างต่อเนื่องที่บ่มเพาะคนและงานจนเกิดผลประจักษ์

ทำให้คนในชุมชนท้องถิ่นปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงาน สามารถวางเป้าหมายการพัฒนาระยะยาวตามทิศทางที่ชุมชนมีส่วนร่วมกำหนดสร้างโอกาสให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่ และองค์กรชุมชน เป็นองค์กรหลักในการประสานความร่วมมือจากภายในและภายนอก ลดความทับซ้อน และสร้างกลไกแก้ปัญหาสุขภาพของพื้นที่เพิ่มศักยภาพให้ชุมชนท้องถิ่นรู้รับปรับตัว พร้อมรับมือความเสี่ยงใหม่ ๆ จากระบบข้อมูล เครื่องมือทางวิชาการ พื้นที่ต้นแบบ และนวัตกรรม

งบประมาณส่งตรงถึงมือคนในชุมชนตามเป้าหมายและแนวทางที่พื้นที่ออกแบบร่วมกัน สะท้อนการบริหารจัดการที่ประชาชนเข้าถึงงบประมาณภาครัฐได้อย่างแท้จริงจากการประเมินผลตอบแทนทางสังคม (SROI – Social Return on Investment) พบว่า ทุก 1 บาทที่ลงสู่พื้นที่ได้สร้างประโยชน์คืนสู่สังคมสูงถึง 7.53 บาท

แถลงการณ์ประกาศจุดยืน ยังกล่าวถึงการขับเคลื่อนงานที่ผ่านมาของอปท.ในเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ว่าได้นำข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์ กำหนดเป้าหมาย และออกแบบการพัฒนาพื้นที่ของตนเอง เกิดเป็นพื้นที่ต้นแบบในการขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพและการแก้ปัญหาสุขภาพเฉพาะประเด็น

ทั้งในเขตเมือง กึ่งเมืองกึ่งชนบท และชนบท เช่น พื้นที่ต้นแบบลดบุหรี่ไฟฟ้าและลดรายจ่ายในครัวเรือน การดูแลเด็กปฐมวัยและผู้สูงอายุ การส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน การจัดการภัยพิบัติ อาหารปลอดภัย การควบคุมโรค เศรษฐกิจชุมชน การจัดการขยะ และการอนุรักษ์ทรัพยากร

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาผู้นำชุมชนและผู้นำรุ่นใหม่มากกว่า 400,000 คน ให้มีทักษะเป็นนักสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน ทั้งในบทบาทนักบริหาร นักวิชาการ นักจัดการข้อมูล นักสื่อสาร และนักจัดกระบวนการ

“ขณะนี้มีข้อเสนอให้แก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อเปลี่ยนแปลงที่มาของรายได้กองทุน ซึ่งปัจจุบันมาจากกลไกภาษีที่กำหนดวัตถุประสงค์ (Earmarked Tax) จากภาษีสุราและยาสูบ เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ มิได้มีเจตนาเพื่อปกป้ององค์กร เครือข่าย หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ต้องการร่วมรักษาภารกิจและกลไกที่ทำให้งานสร้างเสริมสุขภาพเข้าถึงคนในชุมชนท้องถิ่นได้จริง

ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามเหตุผลของการประกาศใช้พระราชบัญญัติ สสส.ฉบับปัจจุบัน ในการจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพขึ้น โดยเก็บเงินบำรุงจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายว่าด้วยยาสูบ

เพื่อใช้ในการสนับสนุน รณรงค์ และชี้ชวนให้ประชาชนสร้างเสริมสุขภาพ จึงขอเสนอให้ ยุติกระบวนการแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544” ในหนังสือแถลงการณ์ประกาศจุดยืนของเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ระบุ

Back To Top