Cover Image

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงเปิดเสวนา ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ที่ปารีส ชูมรดกภูมิปัญญาสู่สายตาโลก

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงเปิดเสวนา ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ที่ปารีส ชูมรดกภูมิปัญญาสู่สายตาโลก

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นประธานในงานเสวนาวิชาการและการถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม ในหัวข้อ “วิวัฒนาการของชุดไทยและผ้าไทย” ประกอบการแสดงแบบชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ และเสื้อพระราชทานทั้ง 3 แบบ ที่ออกแบบและตัดเย็บจากห้องเสื้อ Tirapan และห้องเสื้อ Pa Couture พร้อมการสาธิตงานหัตถศิลป์ไทย ได้แก่ การปักสะดึงกรึงไหม ซึ่งเป็นศิลปะการปักผ้าชั้นสูงตามแบบราชสำนักไทยโบราณ และการทอผ้ายก โดยอาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช 2568 สาขาทัศนศิลป์ (การออกแบบประณีตศิลป์)

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดกิจกรรม “CHUD THAI KNOWLEDGE, CRAFTSMANSHIP AND PRACTICES OF THE THAI NATIONAL COSTUME” ระหว่างวันที่ 10–11 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรม Le Meurice กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส นับเป็นหมุดหมายสำคัญทางวัฒนธรรมที่สะท้อนวิสัยทัศน์ในการเผยแพร่องค์ความรู้ “ชุดไทย” สู่เวทีโลก ผ่านการถ่ายทอดคุณค่าของมรดกภูมิปัญญาไทย ทั้งด้านประวัติศาสตร์ งานช่างฝีมือชั้นสูง และแนวปฏิบัติการแต่งกายที่สืบทอดจากราชสำนักไทย

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการสาธิตกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับชุดไทยพระราชนิยม จำนวน 5 รายการ ได้แก่ การจัดแสดงผ้ายกทอง การถักผ้ากรองทอง การปักสะดึงกรึงไหม การทำเครื่องประดับไทยโบราณ และการทำมาลัยเครื่องประดับ โดยกิจกรรมทั้งหมดได้รับการนำเสนอในฐานะงานออกแบบและงานหัตถศิลป์ที่มีคุณค่าในบริบทร่วมสมัย สะท้อนให้เห็นว่าชุดไทยมิใช่เพียงวัตถุทางประวัติศาสตร์ หากแต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และต่อยอดสู่การสร้างสรรค์ได้อย่างต่อเนื่อง

ซึ่งในปี พ.ศ. 2567 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เสนอ “ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” ต่อยูเนสโก เพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาล สมัยที่ 21 ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม 2569 ณ เมืองเซียะเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน “ชุดไทยพระราชนิยม” จึงถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่สะท้อนอัตลักษณ์และภูมิปัญญาไทย ซึ่งได้รับการสืบสานและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การเผยแพร่ในครั้งนี้เป็นการถ่ายทอดความงดงามของชุดไทยในมิติร่วมสมัย พร้อมยกระดับงานหัตถศิลป์ไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน

Advertisement

Back To Top