Cover Image

ติดตามซัปพลายเชนอุตฯรถยนต์ ลดผลกระทบต่อการผลิต-ส่งออก

“ศุภจี” เดินหน้าทัพหลังรับมือน้ำท่วม ดูแลตั้งแต่การผลิตถึงการค้า ลงพื้นที่โตโยต้า ติดตาม Supply Chain อุตสาหกรรม ลดผลกระทบต่อการผลิต-ส่งออก

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์   รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่โรงงานประกอบชิ้นส่วน            โตโยต้า จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมต่อภาคการผลิตและการส่งออก โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลภาคเศรษฐกิจควบคู่กับการช่วยเหลือประชาชน เพื่อให้ระบบการผลิต การขนส่ง การค้า และการส่งออกสามารถเดินหน้าต่อไปได้  และไม่ให้ผลกระทบขยายวงกว้าง

สำหรับภาคเศรษฐกิจ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรมมีภารกิจเชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยกระทรวงพาณิชย์ดูแลเรื่องสินค้า การกระจายสินค้า การค้าและการส่งออก ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมดูแลภาคการผลิต โรงงาน และห่วงโซ่อุปทาน การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นการติดตามอีกด้านหนึ่งของสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อให้มั่นใจว่าไม่เพียงสินค้าจะไม่ขาดแคลน แต่ต้นทางการผลิตต้องสามารถเดินต่อได้ และผลกระทบต่อการค้าและการส่งออกต้องเกิดขึ้นน้อยที่สุด

ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้ง Single   Command และ War Room เพื่อติดตามสถานการณ์สินค้าและการกระจายสินค้าทั่วประเทศ รวมถึงลงพื้นที่ศูนย์กระจายสินค้าเพื่อติดตามการทำงานหลังจากสั่งการไปแล้ว ขณะที่การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการขยายการติดตามมาที่  “ต้นทาง” คือภาคการผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมส่งออกสำคัญของไทย และมี Supply Chain เชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนและผู้ประกอบการจำนวนมาก

สำหรับกรณีโตโยต้า โรงงานทั้ง 3 แห่งไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยตรง แต่การผลิตได้รับผลกระทบจากผู้ผลิตชิ้นส่วนหรือซัปพลายเออร์ในห่วงโซ่การผลิตบางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำ ทำให้ไม่สามารถส่งชิ้นส่วนเข้าสู่กระบวนการผลิตได้ตามปกติ จึงได้กำชับกระทรวงอุตสาหกรรมให้ติดตามทั้งระบบว่า มีโรงงานหรือซัปพลายเออร์จุดใดได้รับผลกระทบ  มีวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนใดที่อาจกลายเป็นคอขวด และภาครัฐสามารถเข้าไปช่วยประสานหรือแก้ข้อจำกัดในจุดใดได้บ้าง เพื่อให้การผลิตกลับมาดำเนินการได้เร็วที่สุด

 “วันนี้เรามาดูที่โตโยต้า เพราะอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ได้มีเฉพาะโรงงานประกอบรถยนต์  แต่มีผู้ผลิตและซัปพลายเออร์เชื่อมโยงกันเป็นห่วงโซ่ ถ้าจุดใดจุดหนึ่งหยุด ผลกระทบอาจต่อเนื่องไปทั้งระบบ เราจึงต้องรู้ให้เร็วว่าปัญหาอยู่ตรงไหน และเข้าไปช่วยประสานแก้ไข” นางศุภจีกล่าว

ทั้งนี้ทางกระทรวงได้มีแนวทางระยะสั้น โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะ เพื่อตรวจสอบปัญหาของซัปพลายเออร์ที่ไม่สามารถส่งชิ้นส่วนเข้าสู่กระบวนการผลิตได้ รวมทั้งประสานนิคมอุตสาหกรรมและฐานการผลิตสำคัญในพื้นที่อื่น เพื่อรวบรวมข้อมูลผลกระทบและพิจารณาแนวทางช่วยเหลือให้ตรงกับปัญหา โดยการติดตามจะไม่จำกัดเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่จะครอบคลุมอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นสถานการณ์ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่โรงงาน การขนส่ง คลังสินค้า การกระจายสินค้า  ไปจนถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ.

Back To Top