เตือนคนไทยวางแผนการเงิน สร้างภูมิคุ้มกัน รับมือ มรสุมชีวิต

นายวิโรจน์ ตั้งเจริญ CFP นายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย กล่าวว่า เมื่อพูดถึงแผนการเงินสะดุดหรือพังลง หลายคนมักนึกถึงการลงทุนผิดพลาด ตลาดหุ้นตก หรือเลือกสินทรัพย์ไม่ถูก แต่จากการสำรวจผู้ประกอบวิชาชีพที่ดูแลลูกค้าจริงพบว่า ปัจจัยที่แท้จริงเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่านั้น จากผลสำรวจ 2 ใน 3 (67.5%) ของนักวางแผนการเงินระบุว่า เหตุการณ์ที่ทำให้แผนการเงินของลูกค้าสะดุดมากที่สุด คือ ตกงานหรือรายได้ลดลง รองลงมาคือ ค่าใช้จ่ายฉุกเฉินในครอบครัว (45.8%) ภาระผ่อนบ้านและรถ (43.9%) และค่ารักษาพยาบาล (43.4%)

ตัวเลขเหล่านี้กำลังบอกเราว่า สิ่งที่ทำให้แผนการเงินสะดุด บ่อยครั้งไม่ใช่เหตุการณ์ในตลาดทุน แต่คือเหตุการณ์ในชีวิตที่ไม่มีใครบอกล่วงหน้าได้ อย่างเหตุจากภัยพิบัติหรือน้ำท่วมในปัจจุบันเป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุด เพราะมันกระทบทุกมิติพร้อมกัน ทั้งรายได้ที่สะดุด ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน และภาระซ่อมแซมบ้านหรือรถ สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำว่า แม้ในยุคที่เทคโนโลยีและ AI ให้ข้อมูลเรื่องเงินได้รวดเร็วเพียงใด หัวใจสำคัญยังคงเป็นการมีแผนการเงินที่ยืดหยุ่นและพร้อมปรับเปลี่ยนเพื่อปกป้องชีวิตจริงของเรา นายวิโรจน์ กล่าว

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่า อุปสรรคสำคัญที่สุดที่ทำให้ลูกค้าไม่สามารถทำตามแผนได้ ไม่ใช่เรื่องของระดับรายได้ แต่คือ การไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน จนไม่รู้ว่ากำลังวางแผนไปเพื่ออะไร โดยเน้นย้ำว่าการวางแผนการเงินไม่ควรเริ่มต้นจากคำถามว่า จะลงทุนอะไรดี หรือ มีเงินเท่าไร แต่ต้องเริ่มจากคำถามว่า เราต้องการให้เงินของเราพาเราไปถึงชีวิตแบบไหน

โดยผลสำรวจยืนยันชัดเจนว่า สิ่งที่ลูกค้าพึงพอใจมากที่สุดหลังวางแผนการเงิน ไม่ใช่ตัวเลขอัตราผลตอบแทน แต่เป็น ความกังวลทางการเงินที่ลดลง และการบริหารจัดการชีวิตทางการเงินของตัวเองได้ดีขึ้น

นี่คือนิยามของคำว่า วางแผนเรื่องเงินให้สบายถึงปลายชีวิต คำว่าสบายไม่ได้แปลว่าจะไม่มีปัญหาการเงินเลย แต่หมายถึงเมื่อชีวิตเปลี่ยน เรามีแผนรองรับ รู้ว่าจะจัดการอย่างไร อย่างเหตุการณ์น้ำท่วมที่คนไทยกำลังเผชิญอยู่เช่นกัน เป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน หากเรามีเงินสำรองฉุกเฉิน จะทำให้เรายังมีเบาะรองรับไม่เจ็บหนัก ไม่ต้องเริ่มคิดจากศูนย์ และเมื่อถึงวันที่ต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญของชีวิต การมีนักวางแผนการเงินหรือมีหลักคิดที่ถูกต้อง จะเป็นเหมือนเพื่อนคู่คิดที่ช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของชีวิตได้ชัดเจนยิ่งขึ้น วันนี้จึงอยากชวนทุกคนกลับมาตั้งคำถามว่า แผนการเงินที่เรามีอยู่วันนี้ ยังพร้อมสำหรับชีวิตที่อาจเปลี่ยนไปในวันพรุ่งนี้หรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าว

ขณะเดียวกันคนยังขาดความเข้าใจกระบวนการวางแผนการเงิน คือการลงทุน ซึ่งจริงแล้วการลงทุนเป็นแค่ส่วนประกอบของแผนการเงินทางด้านต่างๆ หากถ้าไม่มีความรู้ทางการเงิน พื้นฐาน จะไม่รู้ว่าการเป็นหนี้แค่ไหนควรจะพอ จะจัดการหนี้อย่างไร จะหารายได้เพิ่มขึ้นจากไหน ฉะนั้น การวางแผนการเงินไม่ใช่เป็นเรื่องของคนมีเงินมาก จึงชวนให้คนไทยมาวางแผนการเงิน ช่วยยกระดับชีวิตให้มีความมั่นคงมากขึ้น ไม่ใช่แปลว่ารวยมากขึ้น แต่ชีวิตมีความมั่นคงมากขึ้น สบายใจมากขึ้น เมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆมากระทบกับชีวิต อย่างเช่นเหตุการณ์น้ำท่วม

นางสาวอาชิณี ปัทมะสุคนธ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า การวางแผนการเงินที่ดีเปรียบเสมือน ร่มในวันที่ฝนตก ที่แม้ไม่ได้ทำให้ฝนหยุดตก แต่ช่วยให้เราเดินหน้าต่อไปได้ เมื่อสิ่งต่างๆไม่เป็นไปตามแผน

โดย ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการยกระดับ สุขภาวะทางการเงิน (Financial Well-being) ของคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการและเครื่องมือที่หลากหลาย เพื่อให้คนไทยสามารถออกแบบชีวิต มีภูมิคุ้มกันพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด และมีอิสระในการใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงถึงปลายชีวิต

น.ส.นฤมล บุญสนอง CFP กรรมการ สมาคมนักวางแผนการเงินไทย กล่าวว่า แนวทางการวางแผนทางการเงินิเริ่มต้นต้องจัดการรายรับ-รายจ่าย (cashflow management) มีเงินสำรอง 3-6 เดือนของค่าใช้จ่าย จากนั้น วางแผนปกป้องความเสี่ยง (Protection) ด้วยประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันทรัพย์สิน เมื่อทำสองอย่างนี้ ถึงจะออมและลงทุน (saving&Investment)ตามเป้าหมายในแต่ละระยะเวลา. และสุดท้าย การใช้ชีวิตวัยเกษียณและการส่งมอบ

ทั้งนี้ งาน World Financial Planning Day จัดขึ้นเป็นปีที่ 10 โดย Financial Planning Standards Board (FPSB) และเครือข่ายองค์กรวิชาชีพทั่วโลก เพื่อส่งเสริมความตระหนักถึงคุณค่าของการวางแผนการเงิน และบทบาทของผู้ประกอบวิชาชีพในการช่วยให้ประชาชนสามารถวางแผนชีวิตและอนาคตทางการเงินได้อย่างเหมาะสม Live Your Today. Plan Your Tomorrow


Back To Top