รองโฆษก ตร.แจงปมจับ “อัจฉริยะ” พบเส้นเงินบัญชีชมรมฯ โยงเครือข่ายเว็บพนันมวย
- หน้าหลัก
- อาชญากรรม
- ข่าวอาชญากรรม
รองโฆษก ตร.แจงปมจับ “อัจฉริยะ” พบเส้นเงินบัญชีชมรมฯ โยงเครือข่ายเว็บพนันมวย
เผยแพร่: 3 ต.ค. 2569 21:21 ปรับปรุง: 3 ต.ค. 2569 21:21 โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม
รองโฆษก ตร.แจงปมจับ “อัจฉริยะ” เผยตรวจเส้นเงินพบบัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม มีเงินหมุนเวียน 168 ล้านบาท เชื่อมโยงเครือข่ายเว็บพนันมวย ยืนยันตำรวจดำเนินคดีตามพยานหลักฐาน
วันนี้ (3 ต.ค.) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าคดีที่ตำรวจจับกุม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ตามหมายจับศาลอาญา โดยระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนขึ้นมารับผิดชอบคดี มี พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะ และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นรองหัวหน้าคณะ ขณะที่ตนเองร่วมเป็นพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีดังกล่าว
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของคดีมาจากเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตำรวจ สน.บึงกุ่ม จับกุมผู้จัดให้มีการเล่นพนันทายผลชกมวยได้ 4 ราย ก่อนสืบสวนขยายผลต่อเนื่อง กระทั่งเดือนกรกฎาคม ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายเดียวกันอีก 6 ราย ซึ่งเกี่ยวข้องกับเครือข่าย “พักยกวาไรตี้” ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวกับการพนันทายผลมวย
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เจ้าหน้าที่พบว่ามีเงินหมุนเวียนที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายพนันดังกล่าวเป็นจำนวนมากกว่า 1,000 ล้านบาท จึงมีการเสนอตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติขึ้นมาตรวจสอบในภาพรวม
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า บัญชีของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ซึ่งนายอัจฉริยะเป็นผู้มีอำนาจสั่งจ่ายแต่เพียงผู้เดียว มีเส้นทางการเงินที่เกี่ยวพันกับบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการพนัน โดยบัญชีของชมรมฯ มีเงินหมุนเวียนนับตั้งแต่เปิดบัญชีประมาณ 168 ล้านบาท ขณะที่บัญชีส่วนตัวที่เกี่ยวข้องมีเงินหมุนเวียนประมาณ 190 ล้านบาท ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ย้ำว่ายังต้องตรวจสอบรายละเอียดของเส้นทางการเงินเพิ่มเติม
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ระบุว่า จากพยานหลักฐานและเส้นทางการเงินที่ตรวจสอบได้ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมข้อมูลเสนอศาลเพื่อขอออกหมายจับนายอัจฉริยะ ก่อนเข้าจับกุมในพื้นที่ สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา
สำหรับข้อกล่าวหาเบื้องต้น ประกอบด้วย ฉ้อโกงประชาชน, ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ฟอกเงิน และลักลอบเล่นการพนันทายผลชกมวย
ภายหลังถูกจับกุม นายอัจฉริยะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งถือเป็นสิทธิของผู้ต้องหา โดยเจ้าหน้าที่จะนำคำให้การและพยานหลักฐานทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการสอบสวนต่อไป
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวด้วยว่า มีพยานบางรายให้ข้อมูลว่า เงินที่นำมาบริจาคเข้าบัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมนั้น มีเจตนาต้องการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอาชญากรรม แต่ภายหลังทราบว่ามีการนำเงินไปใช้เกี่ยวข้องกับการพนัน จึงเข้ามาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งประเด็นดังกล่าวอยู่ในสำนวนการสอบสวนและต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
ส่วนการดำเนินคดี พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ยืนยันว่า ตำรวจจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและดำเนินการตามพยานหลักฐาน โดยเฉพาะข้อมูลเส้นทางการเงิน ซึ่งจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดและนำมาประกอบสำนวนคดี
ทั้งนี้ ในคดีดังกล่าวมีทั้งกลุ่มผู้เล่นการพนันที่ถูกจับกุมไปแล้วหลายราย รวมถึงผู้จัดให้มีการเล่นการพนันประมาณ 10 ราย ขณะที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
สำหรับการตรวจค้นและการตรวจสอบพยานหลักฐานในส่วนอื่น ๆ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมชี้แจงรายละเอียดของคดีเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก