เผย 'ดาต้า เซ็นเตอร์' มีโอกาสเติบโตในไทย แนะรัฐต้องหนุนลงทุนครบวงจรเชื่อมโยงทั้งระบบ

เอกชนเผย ‘ดาต้า เซ็นเตอร์’ มีโอกาสเติบโตในไทย แนะรัฐต้องหนุนลงทุนครบวงจรเชื่อมโยงทั้งระบบเน้นการสร้างงาน ย้ำนักลงทุนยังต้องการความพร้อมด้านระบบไฟฟ้าเป็นหลัก พร้อมเห็นด้วยแยกบิลเก็บค่าไฟดาต้า เซ็นเตอร์
16 ก.ค. 2569 – นายกิติพันธ์ จิตต์เป็นธรรม หัวกน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค 8 สมาร์ท จำกัด เปิดเผยถึงประเด็นเรื่องการลงทุนอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในประเทศไทยว่า ยังมีโอกาสเติบโตสูง เพราะเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นในอาเซียน อัตราการลงทุน Data Center ในไทยยังไม่มากเท่าใดนัก โดยปัจจัยสำคัญก็คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต้องสอดคล้องและไม่กระทบต่อประชาชนในพื้นที่ หากรักษาสมดุลตรงนี้ได้ก็ยังมีโอกาส
ส่วนข้อเสนอแนะต่อภาครัฐนั้น ต้องการให้มุ่งเน้นเรื่องการเชื่อมโยง และไม่ควรเจาะจงแค่ Data Center อย่างเดียว แต่ควรส่งเสริมการลงทุนที่หลากหลายเพื่อสร้างงาน ยกตัวอย่างอุตสาหกรรมที่ใช้ผลผลิตทางการเกษตร เช่น การนำใยไม้มาทำเสื้อผ้า เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้และเกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
“เท่าที่ได้หารือกับนักลงทุน Data Center ปัจจัยหลักที่ต้องการคือ เรื่องไฟฟ้า ส่วนกรณีที่รัฐบาลมีแนวคิดการแยกประเภทการเก็บค่าไฟสำหรับ Data Center เนื่องจากกลุ่มนี้ใช้ไฟปริมาณมหาศาล ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบผลิตไฟฟ้าและการใช้งานของคนส่วนรวมนั้น ถือว่าเป็นแนวที่เหมาะสม”นายกิติพันธ์ กล่าว
อย่างไรก็ดี ประเด็นเรื่องความเสถียรก็ถือว่ามีความสำคัญ ดังนั้น จึงมองว่าควรมีระบบที่สร้างความมั่นคง (Security) ระหว่างผู้ใช้และผู้ผลิต ไม่ให้ไปทับซ้อนจนกระทบกับระบบเดิมที่แน่นอยู่แล้ว ซึ่งการแยกออกมาจะทำให้บริหารจัดการได้ง่ายกว่า สำหรับนิคมอุตสาหกรรม 304 ของบริษัทนั้น ถือว่ามีศักยภาพในการรองรับ Data Center จากการที่เป็นผู้พัฒนา โดยมีโรงไฟฟ้าของตนเอง รวมถึงมีน้ำสำรองของตนเอง ซึ่งมีอย่างน้อยใน 40 ล้านคิวที่เก็บไว้
“นิคมฯ 304 ตอบโจทย์ Data Center ได้ เนื่องจากบริษัทมีการพัฒนาพลังงานที่เป็นแบบ Hybrid โดยมีทั้งส่วนที่เป็นไบโอแมส (Biomass) ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่สามารถผลิตได้ 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังมีพลังงานจากแสงอาทิตย์ที่เป็นทุ่นลอยน้ำ (Solar Floating) ซึ่งมีอ่างเก็บน้ำจำนวนมาก เพื่อทำเป็น solar floating โดยมีกำลังการผลิตปัจจุบันประมาณ 150 เมกะวัตต์ แล้วก็พัฒนาไปจนถึง 350-500 เมกะวัตต์”นายกิติพันธ์ กล่าว
นายกิตติพันธ์ กล่าวต่อไปอีกว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการด้าน Data Center หลายรายที่ให้ความสนใจเข้ามาลงมทุนในนิคมฯ304 โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนของการหารือเพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจน และเหมาะสม
“ยืนยันว่าการเข้ามาของ Data Center จะไม่กระทบต่อผู้ใช้รายอื่น ส่วนคำถามที่ว่าจะรองรับได้กี่รายนั้นต้องพิจารณาเป็นรายกรณี (Case-by-case) เพราะแต่ละรายใช้ไฟไม่เท่ากัน บางรายขอปริมาณมากระดับกิ๊กกะวัตต์ (Gigawatt) แต่โดยรวมคือนิคมฯ พร้อมที่จะรองรับ”นายกิติพันธ์ กล่าว
