ปลัด มท. แถลงผลคืบหน้าสอบทุจริตท้องถิ่น เผย 'อนุทิน' ตั้ง 'นิรัตน์' นั่งรักษาราชการแทนอธิบดี สถ. - The Reporters
ปลัด มท. แถลงผลคืบหน้าสอบทุจริตท้องถิ่น เผย ‘อนุทิน’ เซ็นตั้ง ‘นิรัตน์’ นั่งรักษาราชการแทนอธิบดี สถ. – นัดประชุมเพิกถอนผู้บรรจุกลุ่มแรก 3,621 คน คาดใช้เวลา 15 วัน ตรวจข้อสอบใหม่ทั้ง 4 แสนคน จัดลำดับใหม่ พร้อมเรียกบรรจุทันที ขณะการเรียกคืนเงินเดือน ต้องพิจารณาตามพฤติการณ์
วันนี้ (16 ก.ค. 69) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และ นายบุญประสงค์ นวลสาย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แถลงข่าวความคืบหน้าการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งแต่งตั้งผู้รักษาการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คือนายนิรัตน์ จะเป็นผู้รักษาราชการแทน นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เริ่มวันที่ 16 ก.ค. 69 และจากการดำเนินการมาตรการผู้ที่มีคะแนนผิดปกติ 5,814 คน ที่แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ตนเองได้ปรึกษารักษาการอธิบดีฯ เลขา กสถ. ว่า เมื่อมีมติการประกาศผู้สอบแข่งขันได้ ดังนั้น คนประกาศ ก็ต้องมีสิทธิเพิกถอนการบรรจุได้ ถือว่าเป็นความผิดที่อุกอาจ เพื่อความบริสุทธิ์ใจ กสถ. ต้องเพิกถอนโดยเร็วที่สุดในกลุ่มแรก โดยจะมีการประชุมพรุ่งนี้ในช่วงบ่าย เพื่อพิจารณาขอมติเพิกถอนการบรรจุในกลุ่มแรก และให้คนที่สอบได้โดยบริสุทธิ์ทั้ง 9,000 กว่าคน ที่คะแนนดิบกับคะแนนที่กระดาษตรงกัน เราต้องทำให้กระจ่างแจ้งที่สุด เพราะการประกาศที่ผิดพลาด ทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง เพื่อให้โปร่งใสเป็นธรรม และหากเพิกถอนพรุ่งนี้ ก็จะมีการตรวจคะแนนใหม่ทั้งหมด เพื่อหาผู้ที่บรรจุในอันดับถัดไป ตนเองเคยบอกแล้วว่า หากทุกอย่างยังไม่โปร่งใส ไม่สามารถบรรจุใครได้ แต่ถ้าเพิกถอนแล้ว คนที่ขึ้นมา ก็ต้องถูกนับคะแนนใหม่ทั้งหมดให้เร็วที่สุด โดยจะให้หน่วยงานกลางเข้ามาตรวจ ซึ่งจำนวนกระดาษคำตอบ 800,000 แผ่น จำนวน 400,000 คน คาดว่าจะใช้เวลาตรวจประมาณ 15 วัน โดยจะเป็นการตรวจผ่านไฟล์กระดาษคำตอบที่สแกนไว้กับ มศว ซึ่งไม่สามารถตรวจกระดาษคำตอบจริง ๆ ได้ เนื่องจากกระดาษอยู่กับสำนักงาน ป.ป.ช. และทางกระทรวงมหาดไทยจะเป็นแม่งานในการตรวจ
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว เป็นแค่จุดเดียวของการสอบข้าราชการท้องถิ่น พอมีการเปลี่ยนแปลงให้ส่วนกลางเป็นผู้จัดสรรก็ยิ่งมีปัญหามากเข้าไปอีก จึงมีการสังคายนาใหม่ทั้งหมด และเชื่อว่ารักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะบริหารได้อย่างดี ด้วยประสบการณ์อย่างยาวนาน และวันนี้ต้องการความโปร่งใส ยืนหยัดความถูกต้อง อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่ประกาศจะปฏิเสธความรับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีการเชิญหน่วยงานกลาง อย่าง ป.ป.ช. เข้ามาร่วมตรวจด้วย
อีกทั้ง ผู้ที่มีความผิดกำลังถูกสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยจะมีการพาดพิงถึงคนอื่นมากขึ้น และเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่จะมีการประกาศไปเรื่อย ๆ ถ้ามีหลักฐานชัดเจน ผู้ที่ผูก ก็ต้องเป็นผู้แก้ และในเบื้องต้น โชคดีที่อธิบดีได้มาเสนอแนะ และเรียกมาคุยกัน และการประชุมในวันที่ 23 ก.ค. คือการประชุมของ ก.กลาง ที่กำหนดประชุมอยู่แล้ว แต่วันนี้เราพิจารณาแล้วว่าต้องเพิกถอนให้เร็วที่สุด เพราะเราเห็นข้อมูลประจักษ์แล้ว
นายอรรษิษฐ์ ย้ำว่า ในฐานะหนึ่งในกรรมการ กสถ. โดยกลุ่มแรก จะต้องเพิกถอนการบรรจุเลย ส่วนกลุ่มที่ 2 และกลุ่ม 3 ต้องตรวจและนับคะแนนใหม่ ใครคะแนนถึง ก็ได้บรรจุแทนผู้ที่ถูกเพิกถอนในกลุ่มแรก และหากอยู่ในการนับคะแนนที่ไม่ถูก ทางคดีอาญา ก็สาวถึงก็จะไปถึงเอง และยังมีคนบริสุทธิ์กว่า 9,000 คน ที่สอบได้ด้วยตนเอง ก็อยากให้ความเชื่อมั่นกับคนเหล่านี้ด้วยความเป็นธรรม
ขณะที่การแจ้งเพิกถอนผู้ที่บรรจุในกลุ่มแรก 3,000 กว่าคนนั้น จะมีการแจ้งไปยังจังหวัดต้นทางในที่แต่ละคนบรรจุอยู่ ซึ่งการเปิดเผยรายชื่อต่อสาธารณชนนั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแต่ละท้องถิ่น โดยมติที่จะออกมาก็ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย
สำหรับการดำเนินคดีกับกลุ่มแรกที่ถูกเพิกถอนนั้น ตอนนี้ทาง ป.ป.ช. กำลังสอบสวนอยู่ เชื่อมั่นว่าหากพบว่ามีการกระทำความผิดก็ต้องรับโทษควบคู่กันไปอยู่แล้ว
ส่วนคณะกรรมการที่รับรองผลไปจะมีความผิดหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ทาง ป.ป.ช. มีรายชื่ออยู่แล้วว่าใครถูกสอบสวนบ้าง และหากพบว่ามีการกระทำความผิดก็ต้องมีการดำเนินคดีและต้องไปดูที่เจตนา โดยในการประชุมแต่ละครั้งก็จะมีการบันทึกหากพบว่ามีส่วนร่วม หรือเอื้อให้กระทำความผิดก็ดำเนินคดีกันไป พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้อยู่ในชั้นของ ป.ป.ช.
เมื่อถามว่าผู้ที่ถูกเพิกถอนการบรรจุในกลุ่มแรกนั้นจะถูกแบนจากการสอบข้าราชการในอนาคตหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ ย้ำว่า หากเกี่ยวข้องกับการทุจริตในอนาคตก็ไม่สามารถดำรงตำแหน่งข้าราชการได้อีก
สำหรับคนที่ไม่มารายงานตัวในการเรียกบรรจุรอบแรก จะถือว่าผิดปกติหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า หากไม่มารายงานตัวเพื่อบรรจุก็ไม่ได้เป็นข้าราชการ ซึ่งก็อยู่ในขั้นของ ป.ป.ช. และสอบสวนกลางว่าทำไมสอบได้แล้วไม่มารายงานตัว โดยหากมีเหตุผลอื่นก็ต้องไปชี้แจง และนอกเหนือจากอำนาจ กสถ. แล้ว
เมื่อถามย้ำว่าจะมีการเชือดไก่ให้ลิงดูหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ก็จำนวน 3,621 คน
นายอรรษิษฐ์ กล่าวถึงกรณีที่มีบุคคลที่ไม่ได้ผลกระดาษคำตอบและมีเจ้าหน้าที่เป็นผู้ฝนให้นั้นจะมีการตรวจสอบกระดาษคำตอบอย่างไรว่า ป.ป.ช. เป็นผู้เก็บกระดาษคำตอบไว้ ก็จะนำมาตรวจสอบดู ซึ่งต้องใช้ความสามารถมากขึ้น และตนเองเชื่อว่าไม่เกินความสามารถของสอบสวนกลาง และ ป.ป.ช. เพราะสุดท้ายคนทำผิด ก็จะมีเรื่องแดงออกมาเอง ขณะที่เรื่องการยืดอายุบัญชีนั้น เดี๋ยวจะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุม กสถ. ในวันพรุ่งนี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม เรามีคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงของกระทรวงมหาดไทยอยู่ เราไม่นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ และไม่ยอมที่จะให้เสียเกียรติภูมิของกระทรวงมหาดไทยแน่นอน เพราะเป็นหน่วยงานแรกที่ตรวจสอบภายใน 7 วัน และแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 5 คน ตั้งแต่ช่วงแรก และสอบทั้งกระบวนการว่ามีอะไรเกี่ยวข้องบ้าง นอกจากนี้การตรวจสอบการทุจริตจะเป็นการตรวจเฉพาะของปีนี้ หากในอดีตมีข้อมูล ก็จะมีการดำเนินการต่อไปเรื่อย ๆ พร้อมเชื่อมั่นว่าอธิบดีคนใหม่จะทำทุกอย่างให้โปร่งใส รวดเร็ว
นายบุญประสงค์ กล่าวถึงการเรียกคืนเงินเดือน สำหรับผู้ที่ถูกเพิกถอนการบรรจุในกลุ่มแรกว่าขอพิจารณาตามพฤติการณ์ และขอตรวจสอบอีกครั้ง โดยข้าราชการกลุ่มแรกนั้น ได้รับการบรรจุในช่วงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569
นายนิรัตน์ กล่าวยืนยันว่า จะทำหน้าที่ด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้อย่างตรงไปตรงมา และหากพบว่ามีการกระทำความผิดก็จะดำเนินคดีทันที