ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าผสมผสาน กังวลราคาน้ำมันพุ่ง จับตาจ้างงานประเมินดบ.เฟด

ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าผสมผสานในวันนี้ (2 ต.ค.) โดยบรรยากาศการซื้อขายถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ตลาดวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)


ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (1 ต.ค.) และปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงเช้านี้ หลังจากมีรายงานว่ารัฐบาลจีนได้สั่งการให้บริษัทกลั่นน้ำมันของจีนระงับการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำหรับเดือนต.ค. เนื่องจากต้องการรักษาปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลว่าภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงทั่วโลกอาจจะย่ำแย่ลงอีก

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้น หลังจากหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า สหรัฐฯ กำลังส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 และส่งกำลังทหารเพิ่มอีก 10,000 นายไปยังตะวันออกกลาง ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาเรื่องการกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้งภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพ.ย.

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนมิ.ย. ปรับตัวขึ้น 0.17% แตะที่ระดับ 93.03 ดอลลาร์/บาร์เรล และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. ปรับตัวขึ้น 0.33% แตะที่ระดับ 102.65 ดอลลาร์/บาร์เรล

นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 98,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนก.ย.จะทรงตัวที่ 4.1%

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียเช้านี้ กระทรวงข้อมูลและสถิติของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 3.1% ในเดือนส.ค.

ด้านกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า อัตราว่างงานของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2.5% ในเดือนส.ค. จากระดับ 2.4% ในเดือนก.ค. เนื่องจากคนจำนวนมากลาออกจากงานโดยสมัครใจ เพื่อไปหางานใหม่ที่ดีกว่าเดิม

ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ของกรุงโตเกียว ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ไม่นับรวมราคาอาหารสด ปรับตัวขึ้น 2.7% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.3% และเพิ่มขึ้นจากระดับ 1.8% ในเดือนส.ค.

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข


Back To Top