'อนุทิน' ลั่นเจอคนใกล้ตัวทุจริต 'พบกันชาติหน้า ตัวใครตัวมัน' แย้มมีบัญชีส่วนตัว ถ้าทำได้อาจแขวนนวม

'อนุทิน' ร่ายยาว ซัดทุจริตสอบท้องถิ่นสเกลใหญ่ที่สุด ใช้ช่องตอนยุบสภา คิดว่ารัฐบาลรักษาการเป็ดง่อย รับคอร์รัปชันห้ามไม่ได้ แต่คนจ่ายต้องใจแข็ง ลั่นถ้าเจอคนใกล้ตัวทุจริตก็ต้องบอกว่าขออภัยจริงๆ 'พบกันชาติหน้า ตัวใครตัวมัน' พร้อมประกาศเช็คบิลโกง แย้มมีบัญชีส่วนตัวแล้ว ถ้าทำได้ตอบโจทย์ตัวเอง อาจแขวนนวม
2 ต.ค.2569 - เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 1 ต.ค. ที่ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Dinner Talk “Zero Corruption: From Polity to Action” โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วม
โดยนายกฯ กล่าวปาฐกถากว่า 1 ชั่วโมงว่า ปัญหาคอร์รัปชันสร้างผลกระทบต่อประเทศของเรามากกว่าความเสียหายจากการทำผิดกฎหมาย เพราะทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นในรัฐ ผู้ประกอบการไม่เชื่อมั่นในการแข่งขัน และนักลงทุนไม่เชื่อมั่นในกติกาของประเทศ เพราะเมื่ออำนาจรัฐถูกใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวความเป็นนิติรัฐและหลักธรรมาภิบาลก็ถูกบั่นทอนไปด้วย ความเชื่อมั่นของประเทศของเราเป็นเครดิตที่ใช้เงินซื้อไม่ได้ แต่ต้องสร้างขึ้นจากการทำงาน ความประพฤติและการบังคับใช้กฎหมายที่เคร่งครัดตรงไปตรงมา วันนี้ตนทราบดีว่าในความเป็นหัวหน้ารัฐบาลมาเป็นนายกรัฐมนตรีมาพูดเรื่องคอร์รัปชันต่อหน้าพวกท่านทั้งหลายท่านก็จะต้องถามว่าแล้วรัฐบาลจะจัดการปัญหาในความรับผิดชอบของรัฐบาลได้แค่ไหน เรื่องทุจริตสอบท้องถิ่นก็ยังเป็นข่าววนเวียนอยู่ในโซเชียลทุกวัน ตนจึงอยากใช้เรื่องนี้ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่นี้เป็นกรณีศึกษาที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับท่าน
"เรื่องนี้ต้องถือว่าเป็นการทุจริตในภาครัฐที่สเกลใหญ่ที่สุด ทำตอนเกิดช่องว่างของการบริหารประเทศ คือตอนที่ผมประกาศยุบสภาเป็นรัฐบาลรักษาการ ทำในขณะที่พวกเขาคงคิดว่ารัฐบาลรักษาการนี้มีลักษณะเป็นเป็ดง่อย Lame Duck เพราะฉะนั้นนี่คือโอกาสที่ดีที่เขาจะดำเนินการ และผมก็เชื่อว่าในขณะนั้นเขาก็คงคิดว่าผมไม่ได้กลับมา แต่ความฝันร้ายของพวกเขามาถึงจนได้ เพราะรัฐบาลของผมได้กลับมาและเมื่อได้กลับมาระบบการตรวจสอบของราชการทุกวันนี้มันทำงานด้วยตัวมันเอง ต่อให้มีความสนิทสนมกันขนาดไหนไม่มีใครช่วยและตัวของผมเองมีความคิดและมีความตั้งใจและมีเจตนารมณ์อยู่แล้วว่าเรื่องของการสอบเข้ารับราชการควรเป็นประตูของคนที่มีความรู้ความสามารถ"
นายกฯ กล่าวต่อว่า มันมีคนจ่าย ก็มีการคอร์รัปชัน ไปห้ามคนเรียกไม่ได้ เพราะเขามีอำนาจ คนจ่ายต้องใจแข็ง ต้องไม่จ่าย สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราจะต้องหาวิธีในการทำงานร่วมกันให้ได้ วันนี้ถ้ายังอยู่ตรงนี้ยอมปล่อยให้มีระบบเช่นนี้ได้มันก็บ้าเต็มทน แต่คำว่าบ้าเต็มทน มันไม่แย่เท่ากับคำว่าเสียชาติเกิด คนเขาต่อสู้กันทางการเมืองเพื่อมาดำรงตำแหน่งนายกฯ ตนเชื่อว่ามันเป็นการแข่งขันที่สูงมาก มันยากต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานาประการต้องการที่จะเข้ามาเพื่อบริหารบ้านเมืองแล้วทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด วันนี้มาตรงนี้แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ต่อให้สเกลมันจะใหญ่ไปอีก 5 เท่ามันก็ไม่สามารถทำให้ตัวของตน และคณะรัฐบาลของตนมีความไขว้เขวกับเรื่องพวกนี้ได้
"ดังนั้นจึงมีการดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้อย่างเฉียบขาด เราทำงานเราไม่สนชื่อนามสกุลใหญ่ ผมยืนยันต่อให้เป็นใครก็ตาม ยิ่งถ้าเป็นเพื่อนสนิทญาติสนิท มิตรสหาย ถ้าโดนเรื่องนี้แล้วมีชื่อโผล่มาผมก็ต้องบอกว่าขออภัยจริงๆพบกันชาติหน้า ตัวใครตัวมัน ดังนั้นเราต้องปิดโอกาส"
นายกฯ กล่าวอีกว่า การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐก็เช่นกัน เราต้องกำหนดคุณสมบัติให้ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ ตนก็มาจากธุรกิจ วันนั้นตนประชุมที่กระทรวงมหาดไทย ตนบอกว่าทีโออาร์ไม่เคยมีปัญหา ตนอยู่กระทรวงมหาดไทย นายกฯเป็นมท.1 ไม่เคยมีเรื่องทีโออาร์ ไม่เคยมีเรื่องประมูลต่ำสุด ถูกเตะออก เพราะสะกดสระอา สระอิผิด หรือถ่ายรูปไม่ชัด เขียนตัวเลขไทยเป็นตัวเลขอารบิก หรือเขียนตัวเลขอารบิกเป็นตัวเลขไทยแล้วก็เอางานไปคนลำดับที่สองได้ ลำดับที่สามตามการวิ่ง ในยุคที่ตนเป็นมท.1 เรื่องนี้หายไปเลยไม่มีสเปค เปิดกว้างทำไมทำได้ ถ้าท่านรู้สึกถูกวางสเปค ถูกกันแกล้ง ถูกดึงเชง ท่านไม่ต้องร้องเรียนใครท่านร้องเรียนมาที่ตน ตนเอนจอยกับการใช้เวลาอ่านเรื่องการกลั่นแกล้ง การประมูลภาครัฐเพราะตนเคยโดนมา
“วันนี้ผมมาเป็นนายกฯก็ต้องยิ่งใช้สิ่งที่ผมมีอยู่ ขอบเขตอำนาจ ที่ผมถืออยู่กำจัดสิ่งที่คนไทยเกลียด นอกจากท่านเกลียดแล้ว ผมก็เกลียดด้วย ผมอาจจะหนักกว่าท่านหลายคนในที่นี้ เพราะเคยโดน เคยเป็นผู้ประสบเคราะห์กรรมมาด้วย ถูกถึงขนาดนักเลงหัวไม้เกือบถูกอุ้ม ถูกขู่ อายุยังไม่ถึง 30 ปี ไปไหนต้องมีคนดูแล 3-4 คน เพราะไปขัดใจคนที่สามารถจัดฮั้วได้ อยู่บ้านไม่ได้ นอนไม่ได้ถามว่าวันนี้ ผมอยู่ตรงนี้ผมเช็คบิลแน่นอน ผมไม่มีทางปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เพราะผมทราบว่าถ้าผมทำตรงนี้ได้ ผมไม่ต้องมีผลงานอื่น ทำให้ท่านเห็นว่าการทุจริตคอร์รัปชันมันลดน้อยหรือมันหาย ผมไม่กล้าพูดว่าให้มันหายไปเลยซีโร่คอร์รัปชัน เราต้องเริ่มให้มันลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญก่อน แล้วสังคมความกดดันระบบมันก็จะทำให้การคอร์รัปชัน มันหายไปจากสารระบบของการทำงาน ของการจัดซื้อจัดจ้างของประเทศไทย เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมขอให้ทุกท่านได้มีความมั่นใจ ผมมีบัญชีส่วนตัวอยู่ ผมพูดไปท่านอาจจะไม่เชื่อมันเป็นไปได้ยังไง ท่านดูก็แล้วกันพูดไปก็หาว่าคุย แต่ว่าเรื่องนี้ผมทำด้วยความอัดอั้นตันใจมานาน และวันนี้มันก็ถึงตรงนี้แล้ว ถ้าผมทำเรื่องนี้ได้ มันจะดีใจมากกว่าได้เป็นนายกฯ นานๆ ทำเรื่องนี้ได้เสร็จ เผลอๆแขวนนวม พอแล้วคุ้มแล้วตอบโจทย์ตัวเองได้แล้ว ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำได้แล้วปีนี้ ผมมีเป้าหมายของผมและท่านก็มีความคาดหวัง แต่ผมก็จะทำในสิ่งที่ท่านคาดหวังให้มันเกิดขึ้น“ นายอนุทิน กล่าว
นายกฯ กล่าวด้วยว่า เราเชื่อว่าถ้าตรงไหนแสงสว่างเพียงพอ เป็นโจรจริง โจรต้องกลัว คือตรงที่มีแสงสว่างเพียงพอ แล้วเปิดทุกอย่างให้มีแสงสว่าง เป็นแสงที่ส่องการทุจริตและไม่มีแรงไหนเท่ากับหูตาของพี่น้องประชาชน ท่านต้องเป็นแสงสว่างเหล่านั้น เพื่อทำให้ภาครัฐและพวกท่านภาคประชาชนภาคสื่อมวลชนสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆและนำมาตีแผ่ คนที่แจ้งเบาะแสก็ต้องได้รับความคุ้มครอง ให้มันรู้ไปว่าประเทศนี้อธรรมจะชนะธรรมะ พวกผมไม่มีกำแพงไหน มีความแข็งแกร่งเท่ากับประชาชนกับพวกท่าน
"ถ้าท่านเห็นในสิ่งที่พวกผมทำอยู่เป็นสิ่งที่ชอบแล้ว ดีแล้ว ไม่เคยมีใครให้ความใส่ใจกับเรื่องปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ส่งเสริมให้ข้าราชการได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ท่านส่งสัญญาณมา ประชาชนเป็นกำแพงอยู่ข้างหลังเรา ผมรับรองเห็นช้างตัวเท่าลูกน้ำ ไม่ใช่เห็นช้างตัวเท่ามด"นายอนุทิน กล่าว