Cover Image

ทำไมหุ้นไทยเลิกอิงหุ้นสหรัฐฯ


ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เวลาตลาดหุ้นไทยจะขึ้นหรือลง นักลงทุนมักมองไปที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก่อน โดยเฉพาะดาวโจนส์และ Nasdaq

ถ้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น ตลาดหุ้นไทยก็มักได้รับแรงหนุนตามไปด้วย และถ้าตลาดสหรัฐฯ ปรับตัวลง ตลาดหุ้นไทยก็มักได้รับผลกระทบเช่นกัน

แต่ระยะหลังความสัมพันธ์ดังกล่าวเริ่มเห็นไม่ชัดเจนเหมือนเดิม

บางวันที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแรง “ปู่ SET” กลับไม่ได้ขยับตามมากนัก ขณะที่บางวันที่ Nasdaq ปรับตัวลง ตลาดหุ้นไทยก็ยังสามารถเคลื่อนไหวในทิศทางของตัวเองได้

ปุจฉา… คำถามคือ เกิดอะไรขึ้นกับตลาดหุ้นไทย?

วิสัชนา…. ส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างของตลาดที่แตกต่างกัน

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เป็นกลุ่มสำคัญ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยมีน้ำหนักอยู่ในกลุ่มธนาคาร พลังงาน ค้าปลีก สื่อสาร และโรงพยาบาล

ดังนั้น ปัจจัยที่มีผลต่อ SET จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องดอกเบี้ย เศรษฐกิจไทย กำไรของบริษัทจดทะเบียน และ Fund Flow เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

อีกปัจจัยสำคัญคือเงินลงทุนต่างชาติ

ที่ผ่านมา Fund Flow ไม่ได้เคลื่อนไหวตามดาวโจนส์หรือ Nasdaq เพียงอย่างเดียว นักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญกับปัจจัยของแต่ละตลาด และเลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยสนับสนุนของตัวเองมากขึ้น

หุ้นขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูงจึงยังเป็นกลุ่มที่ได้รับความสนใจ เพราะสามารถรองรับเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากได้

กลุ่มธนาคารเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เห็นความเคลื่อนไหวชัดเจน

ทั้ง KBANK, SCBX, KTB, BBL และ TTB มีปัจจัยเฉพาะของแต่ละบริษัทที่ทำให้ราคาหุ้นไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับ SET ทุกครั้ง

โดยเฉพาะ KTB และ TTB ที่ช่วงที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น

ประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจไม่ได้มีเพียงกำไรสุทธิ แต่ยังรวมถึงการเติบโตของธุรกิจ Wealth Management รายได้ค่าธรรมเนียม และการขยายฐานลูกค้า

ส่วน KBANK และ SCBX ก็มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่และมีธุรกิจการเงินที่หลากหลาย

ภาพที่เกิดขึ้นจึงสะท้อนว่า นักลงทุนกำลังให้ความสำคัญกับปัจจัยเฉพาะของหุ้นแต่ละตัวมากขึ้น ไม่ได้ตัดสินใจจากทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพียงอย่างเดียว

นี่เป็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจของตลาดหุ้นไทยในช่วงหลัง

เมื่อก่อนนักลงทุนอาจดูดาวโจนส์และ Nasdaq เพื่อประเมินทิศทางตลาดในวันถัดไป

แต่วันนี้ต้องติดตามปัจจัยอื่นประกอบด้วย ทั้ง Fed ค่าเงินบาท Bond Yield และ Fund Flow รวมถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทย

โดยเฉพาะทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ

หาก Fed ผ่อนคลายนโยบายการเงิน เงินดอลลาร์อาจอ่อนค่า และต้นทุนทางการเงินทั่วโลกก็จะเปลี่ยนแปลง

แต่ไม่ได้หมายความว่าเงินลงทุนจะไหลเข้าตลาดหุ้นไทยทั้งหมด

นักลงทุนยังต้องพิจารณาว่าตลาดไหนมีโอกาสสร้างผลตอบแทน และหุ้นตัวไหนมีปัจจัยสนับสนุนที่ชัดเจน

ดังนั้น ในระยะต่อไป SET อาจเคลื่อนไหวแตกต่างจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้มากขึ้น

การติดตามดาวโจนส์และ Nasdaq จึงอาจไม่เพียงพอสำหรับการประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทย

คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า “เงินกำลังไหลเข้าหาหุ้นกลุ่มไหนกันล่ะ”

เพราะคำตอบอาจช่วยให้เห็นทิศทางของ SET ได้ชัดขึ้น

และในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยไม่ได้เคลื่อนไหวตามตลาดสหรัฐฯ ทุกครั้ง การดูว่าหุ้นตัวไหนมีแรงซื้อ และเงินกำลังเลือกกลุ่มไหน จึงเป็นเรื่องที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิดครับ

Back To Top