อนุทินโชว์วิชั่นเวทียูเอ็น ชูสันติ-รับมือโลกเปลี่ยน เท้ง ยื่นปปช.ฟัน ตั้งคณะไต่สวน กกต.

เท้ง ยื่นปปช.ฟัน ตั้งคณะไต่สวน กกต. คดีสว. ลั่นมีหลักฐานมัด ‘7เสือ’ ปชน.จี้รบ.-วุฒิ เร่งแก้รธน. อนุทินโชว์วิชั่นเวทียูเอ็น ชูสันติ-รับมือโลกเปลี่ยน
เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่สำนักงานใหญ่ องค์การสหประชาชาติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พบหารือนายอันโตนิอู กุแตเรซ (Mr. Ant?nio Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติ
จากนั้น ที่โถงประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (General Assembly Hall) ชั้น 2 อาคารสมัชชาสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ นายอนุทิน กล่าวอภิปรายทั่วไป ภายใต้หัวข้อ “Restoring Trust, Managing Transformation: A United Nations that Delivers for All” ต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 ย้ำจุดยืน “ปฏิรูปสหประชาชาติ” เพิ่มเสียงที่เท่าเทียมของนานาชาติ ฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อระบบพหุภาคี ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว องค์การสหประชาชาติก่อตั้งขึ้นมาครบ 80 ปี ซึ่งประเทศไทยเข้าร่วม ในวันนี้ โดยเรียกร้องให้มีการปฏิรูปองค์การสหประชาชาติ เริ่มต้นจากมีความไว้เนื้อเชื่อใจ และความไว้เนื้อเชื่อใจนี้ต้องไม่ได้เกิดจากการบังคับ ความไว้เนื้อเชื่อใจสามารถสร้างได้จากการรวมกลุ่มย่อย ขยายเป็นกลุ่มใหญ่ ประเทศที่ไม่เคยมีเสียงก็จะได้รับการส่งเสียง
นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะที่สันติภาพเป็นสิ่งสำคัญ สันติภาพในนิยามของไทยไม่ใช่แค่ปราศจากสงคราม ต้องมีการร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ ความขัดแย้งทั่วโลก ทั้งปาเลสไตน์ การแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ผ่านการเจรจาทวิภาคี โดยกระบวนการภายใต้ UNCLOS เป็นการกำหนดเขตแดนทางทะเลเท่านั้น รวมทั้งไทยสนับสนุนสันติภาพและการปรองดองแห่งชาติเมียนมา โดยเฉพาะไทย-กัมพูชา
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคปชน. ยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตั้งคณะไต่สวนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการลงมติคดีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)
นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องการโกงส.ว. มีการทำกันเป็นขบวนการ ไม่ได้ยื่นคำร้องแค่ให้ตรวจสอบเพียงการลงมติของกกต. เท่านั้น โดยในคำร้องจะเป็นเรื่องพฤติการณ์ตั้งแต่ทำหน้าที่ช่วงก่อนการลงมติด้วยทั้งเรื่องการออกระเบียบ หลักเกณฑ์ต่างๆ ที่เอื้อให้เกิดการโกง ทุกพฤติการณ์ที่ ส.ส. จากพรรคปชน.และจากภาคประชาชน ได้เปิดเผยผ่านเวทีต่างๆ รวมถึงพยานบุคคลที่ออกมาให้ความเห็น ตลอดการเปิดเผยต่อสาธารณะที่ผ่านมา คงไม่สามารถดูเฉพาะเจาะจงประเด็นใดประเด็นหนึ่งได้ เพราะทั้งหมดเชื่อมโยงกันเป็นขบวนการทั้งหมด ซึ่งป.ป.ช.ก็มีหน้าที่ตั้งคณะไต่สวนขึ้นมา
เมื่อถามว่า การมายื่นคำร้องครั้งนี้เป็นการยื่นกกต. ทั้ง 7 คน แต่มติที่ออกมาเป็น 5 ต่อ 2 กกต.เสียงข้างน้อยมีส่วนด้วยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคปชน.เองไม่สามารถยืนยันได้ว่า กกต.รายบุคคลใครถูกหรือผิด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในฐานะองค์กรอิสระที่ต้องทำหน้าที่ในการตรวจสอบกระบวนการเลือก ส.ว. ให้มีความโปร่งใส กลับมีมติเป็นแบบนี้ สิ่งที่พวกเราทำคือรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ซึ่งเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการไต่สวนเรื่องนี้ และจะดำเนินการส่งฟ้อง กกต. ต่อหรือไม่ ทั้งนี้ เพียงแค่เห็นพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น จากพยานหลักฐานทั้งหมด ก็เป็นเหตุอันควรเชื่อได้แล้วว่า การปฏิบัติหน้าที่ของกกต. กระทำโดยสุจริตหรือไม่
ด้าน นายพริษฐ์ กล่าวว่า มองถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางประเด็น เพื่อทำให้กลไกในการตรวจสอบองค์กรอิสระเข้มข้นขึ้น นอกเหนือจาก การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ต้องเดินหน้าต่อ สิ่งที่เราเสนอมาตลอดคือ ควรที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ซึ่งความจริงมีอยู่สองฉบับ ที่ได้ยื่นไปตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม โดยหนึ่งฉบับเป็นเรื่องของการคืนสิทธิ์ให้ประชาชน ในการริเริ่มการถอดถอนองค์กรอิสระ รวมถึง กกต. ส่วนฉบับที่ 2 คือการตัดอำนาจ หรือดุลพินิจของประธานรัฐสภาในการตัดตกคำร้องของ ป.ป.ช. หวังว่าประธานรัฐสภา ประธานวิปรัฐบาล และวิปวุฒิสภาจะเห็นตรงกัน ในการบรรจุระเบียบวาระดังกล่าว เข้าสู่การประชุมรัฐสภาในเดือนตุลาคมนี้ และหวังว่าจะไม่มีความพยายามปิดกั้น ไม่ให้เรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณา