Cover Image

สยองผีญี่ปุ่น : แมวโกโตคุ

สยองผีญี่ปุ่น : แมวโกโตคุ (Gotokuneko Yokai)

บทความโดย : หรูอี้ www.marumura.com

โกโตคุเนโกะ (五徳猫 / ごとくねこ) หรือที่อาจแปลได้ว่า “แมวโกโตคุ” หรือ “แมวที่รองหม้อ” เป็นหนึ่งในโยไคที่ปรากฏในผลงานของ โทริยามะ เซคิเอ็น (Toriyama Sekien) ศิลปินผู้มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างภาพลักษณ์ของโยไคในสมัยเอโดะ โกโตคุเนโกะปรากฏอยู่ในหนังสือ Gazu Hyakki Tsurezure Bukuro (画図百器徒然袋) ซึ่งเป็นผลงานในชุดสารานุกรมภาพโยไคของเซคิเอ็น ลักษณะเด่นของมันคือเป็นแมวที่มีหางแยกออกเป็นสองหางแบบ เนโกมาตะ (Nekomata) และนั่งอยู่ใกล้เตาผิงหรือเตาอิโรริ โดยบนศีรษะมี “โกโตคุ” (五徳) ซึ่งเป็นโครงเหล็กสำหรับวางหม้อหรือกาต้มน้ำเหนือเปลวไฟ สวมอยู่ในลักษณะคล้ายมงกุฎ ขณะเดียวกันมันถือท่อไม้ไผ่สำหรับเป่าไฟ หรือที่เรียกว่า hifuki-dake เพื่อกระตุ้นให้ไฟในเตาลุกขึ้น ภาพดังกล่าวทำให้โกโตคุเนโกะดูเหมือนแมวที่กำลังทำหน้าที่ดูแลกองไฟในบ้าน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากแหล่งศึกษาสมัยใหม่ชี้ว่าไม่ควรตีความว่าโกโตคุเนโกะเป็นโยไคที่มีตำนานพื้นบ้านแพร่หลายเหมือนเนโกมาตะหรือบาเกะเนโกะ เพราะไม่พบหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับนิทานท้องถิ่นหรือความเชื่อดั้งเดิมที่เล่าถึงโกโตคุเนโกะโดยเฉพาะ ตัวละครนี้น่าจะเป็นโยไคที่เซคิเอ็นสร้างขึ้นจากการนำภาพ ความเชื่อ และการเล่นคำทางวรรณกรรมมาผสมกันมากกว่า

หัวใจสำคัญของโกโตคุเนโกะอยู่ที่คำว่า “โกโตคุ” (五徳) ซึ่งมีความหมายได้มากกว่าหนึ่งอย่าง ความหมายแรกคืออุปกรณ์เหล็กสำหรับรองหม้อเหนือเตาผิง โดยเฉพาะเตาอิโรริซึ่งเป็นเตาแบบฝังพื้นและเป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิตในบ้านญี่ปุ่นสมัยก่อน โกโตคุมีลักษณะเป็นวงหรือโครงเหล็กที่มีขาสามหรือสี่ขา ใช้ยกภาชนะให้พ้นจากถ่านและเปลวไฟโดยตรง ส่วนความหมายอีกด้านหนึ่งของ “โกโตคุ” เกี่ยวข้องกับ คุณธรรมทั้งห้าตามแนวคิดขงจื๊อ ได้แก่ จิน (仁) หรือเมตตากรุณา, งิ (義) หรือความชอบธรรม, เร (礼) หรือมารยาทและความเหมาะสม, จิ (智) หรือปัญญา และ ชิน (信) หรือความซื่อสัตย์ ความหมายสองด้านนี้เป็นพื้นฐานของมุกที่เซคิเอ็นนำมาใช้ เพราะสิ่งที่อยู่บนหัวของแมวคือ “โกโตคุ” ในความหมายของเครื่องใช้ในครัว ขณะที่คำเดียวกันสามารถสื่อถึง “คุณธรรมทั้งห้า” ได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีหลักฐานว่าคำว่า “แมวห้าคุณธรรม” หรือ neko gotoku เคยปรากฏในเรื่องเล่าก่อนหน้าเซคิเอ็น โดยใช้พฤติกรรมของแมวมาเปรียบเทียบกับคุณธรรมทั้งห้าอย่างขบขัน จึงเป็นไปได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่าง “แมว” กับ “โกโตคุ” มีชั้นของการเล่นคำและอารมณ์ขันมากกว่าการเป็นเพียงชื่อเรียกสิ่งของธรรมดา

อีกส่วนหนึ่งของเรื่องราวมาจาก โยชิดะ เค็นโก (Yoshida Kenkō) และหนังสือ Tsurezuregusa หรือ Essays in Idleness ซึ่งเป็นงานวรรณกรรมญี่ปุ่นในยุคกลาง เรื่องราวในตอนที่ 226 กล่าวถึงบุคคลชื่อ ชินาโนะ โนะ เซ็นจิ ยูกินางะ (Shinano no Zenji Yukinaga) ผู้มีความรู้และได้รับมอบหมายให้แสดง “ระบำแห่งคุณธรรมเจ็ดประการ” หรือ Shichitoku no Mai ต่อหน้าราชสำนัก แต่ระหว่างการแสดง เขากลับลืมคุณธรรมไปสองประการ ทำให้แทนที่จะเป็น “เจ็ดคุณธรรม” กลับเหลือเพียง “ห้าคุณธรรม” และเขาจึงได้รับฉายาในเชิงล้อเลียนว่า “โกโตคุ โนะ คันจะ” หรือ “บุรุษแห่งคุณธรรมห้า” เซคิเอ็นนำเรื่องราวนี้มาเล่นคำกับโกโตคุที่เป็นอุปกรณ์รองหม้อ และเชื่อมโยงกลับมาที่แมวในภาพ โดยข้อความประกอบภาพของเขามีใจความประมาณว่า หากชายผู้แสดงระบำเจ็ดคุณธรรมยังสามารถลืมคุณธรรมไปสองข้อจนกลายเป็น “ชายแห่งคุณธรรมห้า” ได้ แล้วแมวตัวนี้เองก็คงจะลืมอะไรบางอย่างไปเช่นกัน มุกดังกล่าวจึงทำให้โกโตคุเนโกะเป็นโยไคที่มีความหมายซ้อนกันระหว่าง “สิ่งของบนหัว – คุณธรรม – การหลงลืม”ไม่ใช่เพียงภาพของแมวประหลาดเท่านั้น แหล่งข้อมูลภาษาญี่ปุ่นยังชี้ว่าเซคิเอ็นอาศัยภาพโยไคจากยุคมุโรมาจิที่มีสิ่งของลักษณะคล้ายโกโตคุอยู่บนศีรษะมาเป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจด้วย ทำให้โกโตคุเนโกะเป็นตัวอย่างที่ดีของวิธีที่เซคิเอ็นนำภาพโยไคเก่ามาดัดแปลงและเติมเรื่องราวจากวรรณกรรมเข้าไป

รูปลักษณ์ของโกโตคุเนโกะยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง แมว ไฟ และชีวิตภายในบ้านของญี่ปุ่น ได้อย่างน่าสนใจ เตาอิโรริไม่ได้เป็นเพียงแหล่งให้ความร้อน แต่ยังใช้ประกอบอาหาร ต้มน้ำ และเป็นบริเวณที่ผู้คนมารวมตัวกัน ดังนั้นแมวที่นั่งอยู่ข้างเตาและคอยเป่าไฟจึงดูเหมือนเป็นสิ่งมีชีวิตที่กลมกลืนไปกับเครื่องใช้ภายในบ้าน ขณะเดียวกันหางสองหางของมันก็ทำให้ผู้ชมเชื่อมโยงกับเนโกมาตะ ซึ่งเป็นแมวที่มีอายุยืนจนกลายเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติได้ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดบางอย่างที่พบในคำอธิบายสมัยใหม่ควรแยกออกจากหลักฐานดั้งเดิม โดยเฉพาะแนวคิดที่ว่าโกโตคุเนโกะมี “ปลายหางเป็นเปลวไฟ” หรือสามารถจุดไฟด้วยตัวเอง เพราะภาพและคำอธิบายดั้งเดิมไม่ได้ระบุพฤติกรรมเหล่านี้อย่างชัดเจน แหล่งข้อมูลญี่ปุ่นร่วมสมัยบางแห่งเสนอว่าการตีความว่าโกโตคุเนโกะเป็นผู้คอยก่อไฟอาจเกิดจากการเห็นท่อเป่าไฟในภาพแล้วนำมาต่อยอดในภายหลัง มากกว่าจะเป็นตำนานที่มีมาตั้งแต่แรก แม้กระนั้นความเกี่ยวข้องระหว่างแมวกับไฟก็มีอยู่ในความเชื่อพื้นบ้านญี่ปุ่นหลายรูปแบบ จึงทำให้ภาพแมวโยไคที่อยู่ข้างเตาและมีหางสองแฉกสามารถสร้างบรรยากาศลึกลับและชวนให้จินตนาการถึงเหตุเพลิงไหม้ได้ แม้จะไม่ควรกล่าวว่าโกโตคุเนโกะเองมีตำนานเรื่องแมวทำให้บ้านไฟไหม้เป็นหลักฐานดั้งเดิมก็ตาม

ในท้ายที่สุด โกโตคุเนโกะจึงเป็นโยไคที่โดดเด่นจาก “การเล่นคำและการเล่นกับภาพ” มากกว่าการเป็นสัตว์ประหลาดจากตำนานพื้นบ้าน มันเกิดขึ้นจากการนำองค์ประกอบหลายอย่างมาประกอบกัน ทั้งแมวแก่ที่กลายเป็นเนโกมาตะ โกโตคุที่เป็นเครื่องมือประจำเตาผิง ภาพโยไคจากม้วนภาพในยุคมุโรมาจิ และเรื่องราวของชายผู้ลืมคุณธรรมสองประการจาก Tsurezuregusa เมื่อทั้งหมดมารวมกัน เซคิเอ็นจึงสร้างภาพแมวประหลาดที่สวมที่รองหม้อบนศีรษะและนั่งเป่าไฟอยู่ข้างเตา พร้อมกับทิ้งปริศนาเกี่ยวกับคำว่า “โกโตคุ” ให้ผู้อ่านในยุคเอโดะขบคิด ความน่าสนใจของโกโตคุเนโกะจึงไม่ได้อยู่ที่ความน่ากลัวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นตัวอย่างของวัฒนธรรมโยไคในสมัยเอโดะที่สามารถนำ วรรณกรรม อุปกรณ์ในชีวิตประจำวัน ความเชื่อ ศิลปะโบราณ และอารมณ์ขัน มาผสมกันจนกลายเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติรูปแบบใหม่ ปัจจุบันโกโตคุเนโกะยังคงปรากฏในสารานุกรมโยไคและงานศึกษาวัฒนธรรมญี่ปุ่นในฐานะตัวอย่างสำคัญของผลงานสร้างสรรค์ของโทริยามะ เซคิเอ็น และช่วยให้เห็นว่า “โยไค” ในญี่ปุ่นไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ผู้คนหวาดกลัวจากตำนานพื้นบ้านเสมอไป แต่บางครั้งก็เป็นปริศนาทางภาพและภาษา ซึ่งผู้สร้างตั้งใจให้ผู้ชมสนุกกับการค้นหาความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังภาพนั้น

บทความโดย : หรูอี้ www.marumura.com

เรื่องที่เกี่ยวข้อง >>
สยองผีญี่ปุ่น : หมาป่าพันตัว
สยองผีญี่ปุ่น : หญิงชราผู้เฝ้าเนินงู
สยองผีญี่ปุ่น : เมื่อจิ้งจอกเข้าสิงมนุษย์
สยองผีญี่ปุ่น : แมงมุมอสูร
สยองผีญี่ปุ่น : ปีศาจหน้านกถลกหนัง

ที่มา: yokai.com

#สยองผีญี่ปุ่น : แมวโกโตคุ (Gotokuneko Yokai) #ผีญี่ปุ่น #โยไก #ปีศาจญี่ปุ่น #เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น #Yokai

Tags :

Back To Top