รวมหุ้นร้อน ประเด็นเดือด

แม้จะมีแรงรีบาวด์จากหุ้นใหญ่บางตัว และได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นอีก กลายเป็นตัวแปรที่อาจทำให้นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยอีกในอนาคต “โมนิก้า” จึงขอแนะนำว่า หากดัชนีขึ้นไปชนแนวต้าน 1,600 จุด แล้วไม่มีวอลุ่มแน่นจริง ก็มีสิทธิ์โดนรินขายลดความเสี่ยง จึงไม่ควรไล่ราคามั่วซั่วเด็ดขาดนะตัวเอง
ผลดังกล่าวทำให้กลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์นี้ควรมุ่งไปที่ “เข้าเร็ว ออกเร็ว” เพราะเป็นการเล่นในกรอบจำกัดมากกว่าการเป็นการกลับตัวขึ้นอย่างมั่นคง “โมนิก้า” ถึงกล้าบอกกับแฟนคลับว่า หุ้นตัวไหนที่มีข่าวดีนำขึ้นมาแรง ๆ ให้ใช้จังหวะเด้งขายทำกำไร ส่วนตัวไหนที่งบการเงินยังไม่ฟื้น หรือมีประเด็นตรวจสอบคดีความทึ่ยังคาราคาซัง ก็ควรเว้นระยะห่างไว้ก่อน และชะลอการถัวเฉลี่ยจนกว่าจะเห็นฐานที่มั่นคง..จำให้ขึ้นใจนะคะ
เรื่องดังกล่าวดูตัวอย่างได้จากการเปิดเผยธุรกรรมซื้อขายหุ้นของคนบ้าอำนาจอย่าง “ทรัมป์” ที่เทรดหุ้นมากถึง 24,000 ครั้งภายในระยะเวลา 17 เดือนหลังจากเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแบบนี้ คนทั่วไปรู้ได้ทันทีว่า งานนี้ต้องมีอินไซด์อย่างแน่นอน อีตาบ้าถึงกล้าเทรดกระหน่ำ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่มีใครทำอะไรได้แบบนี้ มันเป็นเรื่องที่คนในวงการรับไม่ได้ทั้งนั้นนะจะบอกให้
พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ พฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายขัดจริยธรรม และผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest): การที่ผู้นำหรือผู้มีอำนาจระดับประเทศสามารถ “พูด โพสต์” หรือส่งสัญญาณเพียงไม่กี่คำ แล้วส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นในทันที แต่ตนเองหรือพวกพ้องกลับมีการซื้อขายหุ้นล่วงหน้า ถือเป็นการใช้ “ข้อมูลภายใน” (Insider Trading) และใช้ตำแหน่งหน้าที่หาประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งผิดกฎหมายหลักทรัพย์ในทุกประเทศ..แต่อีตาบ้า “โนสน โนแคร์” นะจ๊ะ
ประเด็นที่ร้อนเกินกว่าใครในตอนนี้คงหนีไม่พ้น BCP เจอกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ร่อนหนังสือเรียกสอบปมคลังน้ำมันเพชรบุรี ซึ่งเกี่ยวพันกับอดีตผู้บริหารเต็ม ๆ และเหตุผลที่เรื่องนี้เพิ่งมาถึงตัวบริษัท ก็เพราะเขาเรียกสอบผู้ที่เกี่ยวข้องวงนอกหมดแล้ว และได้ข้อมูลเชิงลึกไปมากพอสมควร ขั้นตอนต่อไปจึงเป็นการพิสูจน์ข้อมูลทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกับเรื่องฉาวโฉ่ขนาดไหนแบบนี้..หนังเรื่องยาวเจ้าค่ะ
ส่วนหุ้นลูกอย่าง BCPG ซึ่งถูกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับประเด็นร้อนดังกล่าว ก็ออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการให้ความร่วมมือกับดีเอสไอในทุกเรื่อง พร้อมกับยืนยันการดำเนินธุรกิจยังเป็นไปตามปกตินั้น “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ ในมุมของการบริหารงานในช่วงวิกฤติข่าว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ส่วนราคาหุ้นในกระดานคงตอบรับข่าวร้ายไปอีกระยะหนึ่งพะยะค่ะ
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้อีฉันต้องเม้าท์ถึงหุ้น MCOT เพราะช่วงนี้ทำท่าเหมือนจะเด้งสู้ แต่กางงบดูทีไร อีฉันก็หัวใจจะวาย เพราะรายได้สื่อเดิม ๆ ทั้งทีวีและวิทยุก็โดนสตรีมมิ่งดูดเค้กไปหมด โปรเจกต์พัฒนาที่ดินผืนงามก็ยังไม่มีอะไรคลอดออกมาเป็นรูปธรรมให้ชื่นใจ แถมมีเรื่องควบรวมกับสถานีข่าว “ไทยบีพีเอส” เข้ามาอีกแบบนี้ “โมนิก้า” บอกได้ทันทีว่า ถ้ามีแรงกระชากขึ้นมาวันไหน น่าจะเป็นโอกาส “ชิ่ง” มากกว่าโอกาส “ช้อน” นะคุณพี่!
เช่นเดียวกับในรายของ AAV โดนกดดันอย่างหนักจากงบครึ่งปีแรกขาดทุนระดับพันล้าน แถมยังเจอข่าวลือจากฝั่งมาเลเซียเข้ามาเขย่าขวัญอีกดอก จนผู้บริหารต้องออกมาชี้แจงประเด็นร้อนทั้งหมดไม่เป็นความจริง ราคาหุ้นถึงเริ่มผงกหัวขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก็มีคำเตือนออกมาเบา ๆ ว่า แม้ราคาหุ้นจะเด้งคืนกลับมาบ้าง แต่ฐานะการเงินยังต้องใช้เวลาฟื้นฟู ใครที่คิดจะเข้าไล่ราคาช่วงนี้ จึงต้องบริหารความเสี่ยงดี ๆ นะนายจ๋า
โมนิก้าและทีมงาน
Back to top button