อยู่ในตลาดยังไงให้ไม่ตายก่อนรวย? สองบทเรียนจากคนที่เคยเสียเงินก้อนใหญ่
พอร์ตโตหลักร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องที่ใครก็อยากเล่า แต่บนเวที “Win Rate 300% : อยู่ในตลาดยังไงให้ไม่ตายก่อนรวย?” ในงาน MONEY FEST 2026 เอ็ม-ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน และเอิร์ธ-ศรารัญย์ มีชัยสุวรรณ์ เลือกเล่าถึงวันที่ตัวเองเสียเงิน
คนหนึ่งเคยเทรดจนเงินเก็บหลายแสนบาทหมดในวันเดียว อีกคนเสียเงินล้านให้ธุรกิจที่เปิดได้เพียงสองเดือน ประสบการณ์ของทั้งคู่ชวนให้กลับมาดูว่า นอกจากโอกาสทำกำไรแล้ว เราเตรียมรับวันที่แผนผิดทางไว้แค่ไหน
เงินเก็บจากการสอนพิเศษหายไปในวันเดียว
สมัยเรียนปริญญาตรี อาจารย์เอ็ม เล่าว่าเคยรับสอนหนังสือชั่วโมงละ 100 บาท ค่อย ๆ เก็บเงินได้ราว 3-4 แสนบาท ก่อนนำไปเทรด Forex เพราะอยากให้เงินโตเร็ว วันนั้นพอร์ตเหลือศูนย์
เขามองย้อนกลับไปว่า ความเสียหายเริ่มก่อนกดซื้อขายเสียอีก และเป็นบทเรียนให้ใครหลายๆคนที่คิดจะเริ่มลงทุน เพราะมันเริ่มจากความเชื่อว่าตัวเองจะรวยได้เร็ว และการรับความเสี่ยงโดยยังไม่คิดให้รอบคอบ วันนี้เขาจึงเตือนนักลงทุนว่า “อย่า All-in อย่าหูเบา อย่าใจร้อน” โดยเฉพาะเมื่อเห็นภาพกำไรหรือชีวิตหรูหราของคนอื่นบนโซเชียลมีเดีย
วิธีวางแผนลงทุนของอาจารย์เอ็มเริ่มจาก 3 คำถาม ง่ายๆ คือ ตอนนี้หาและเก็บเงินได้เท่าไร ,วันเกษียณอยากใช้เงินเท่าไร และต้องลงทุนอย่างไรจึงจะไปถึงเป้าหมายนั้น หากคำตอบชัดขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเองให้ชนะตลาดทุกปี
เขาจึงแยกเงินลงทุนตามหน้าที่ พอร์ตหลักวางไว้สำหรับเป้าหมายระยะยาว โดยกระจายไปหลายสินทรัพย์ ส่วนพอร์ตที่ใช้หาโอกาสจากสินทรัพย์เสี่ยงสูงแยกออกมาต่างหาก หากการลงทุนส่วนหลังเสียหาย แผนชีวิตที่วางไว้ยังต้องเดินต่อได้
สำหรับอาจารย์เอ็ม มองว่า คนที่ลงทุนสำเร็จคือคนที่มีเงินใช้ในวันที่ต้องใช้ และได้ใช้ชีวิตตามที่ตั้งใจไว้ ดังคำที่เขาฝากไว้บนเวทีว่า “จงบริหารเงินเพื่อสร้างชีวิต อย่าบริหารชีวิตเพื่อหาเงิน”
เงินล้านที่หายไป สอนให้มองความเสี่ยงนอกพอร์ต
ปี 2565 เอิร์ธนำเงิน 1 ล้านบาทไปร่วมหุ้นเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว ถือหุ้นครึ่งหนึ่ง ร้านเปิดได้เพียงสองเดือนก็ต้องปิด หลังเกิดปัญหาหนี้นอกระบบของหุ้นส่วน เงินลงทุนก้อนนั้นสูญไปทั้งหมด
เหตุการณ์นี้ทำให้เขาเห็นว่า ต่อให้ระวังความเสี่ยงในตลาดอย่างดี เงินก็ยังเสียหายจากการทำธุรกิจร่วมกับคนอื่นได้ การปกป้องแผนลงทุนจึงต้องดูไปถึงเรื่องชีวิตหลังบ้าน ทั้งสุขภาพ ภาระหนี้ และความสามารถในการหารายได้
เอิร์ธยังชวนให้กำหนดก่อนว่า คำว่า “รวย” ของตัวเองมีหน้าตาอย่างไร สำหรับเขา คือการไม่มีหนี้ มีเงินใช้เดือนละ 100,000 บาท เลี้ยงแมวได้โดยไม่เดือดร้อน และมีเวลาอยู่กับครอบครัว เมื่อรู้ว่าต้องการเท่าไร เขาก็ไม่จำเป็นต้องเอาผลตอบแทนของตัวเองไปแข่งกับทุกคน
ในพอร์ตลงทุน เอิร์ธให้ความสำคัญกับการถือเงินสดไว้รองรับความผันผวน ขณะที่เงินลงทุนหลักอยู่ในสินทรัพย์ที่กระจายความเสี่ยง และกันเงินส่วนเล็กไว้รับโอกาสที่มีความเสี่ยงสูงกว่า สัดส่วนเหล่านี้เป็นวิธีจัดพอร์ตของเขาเอง ไม่ใช่ตัวเลขที่ทุกคนต้องทำตาม
เขายกตัวอย่างว่า หากพอร์ตลดลง 50% ต้องทำกำไรอีก 100% จึงจะกลับไปเท่าทุน ความเสียหายหนักครั้งเดียวอาจทำให้ต้องใช้เวลาอีกนานเพื่อเริ่มใหม่ เอิร์ธจึงให้ความสำคัญกับการเพิ่มรายได้จากงาน และเลือกระดับความเสี่ยงที่ตัวเองอยู่กับมันได้จริง
หลักคิดที่เขาทิ้งท้ายคือ “เข้าใจ เรียนรู้ อดทน” เข้าใจสิ่งที่ลงทุน เรียนรู้ขีดจำกัดของตัวเอง และให้เวลากับแผนระยะยาว
เรื่องเล่าของทั้งสองคนมีจุดร่วมอยู่ตรงนี้ ก่อนถามว่าพอร์ตจะโตได้เท่าไร ลองถามตัวเองด้วยว่า หากวันหนึ่งเงินก้อนนี้เสียหาย เรายังไปต่อถึงเป้าหมายชีวิตได้หรือเปล่า
สรุปข้อคิดจากงาน Money Fest 2026
- เอิร์ธ - ศรารัญย์: การลงทุนไม่ใช่การแข่งกับใคร แต่คือการสร้าง "เวลาและอิสรภาพ" โฟกัสการเพิ่มรายได้เพื่อเพิ่มเงินต้น ควบคู่การมีเงินสดติดพอร์ต 20-30% และยึดหลัก "เข้าใจ - เรียนรู้ - อดทน" ให้ดอกเบี้ยทบต้นทำงานระยะยาว
- อ.เอ็ม - ผศ.ดร.อุดมศักดิ์: การลงทุนคือเครื่องมือพาไปสู่เป้าหมายชีวิต ไม่ใช่การพนันเอาชนะตลาด กระจายความเสี่ยงด้วยเทคนิคแยก 2 พอร์ต (พอร์ตรวยแน่ + พอร์ตรวยเร็ว) พร้อมยึดคติ "อย่า All-in - อย่าหูเบา - อย่าใจร้อน" บริหารเงินเพื่อสร้างชีวิต ไม่ใช่บริหารชีวิตเพื่อหาเงิน!
ทั้งนี้ สัดส่วนเงินสดและตัวเลขผลตอบแทนที่ทั้งคู่ยกขึ้นมาบนเวที เป็นวิธีคิดและเป้าหมายของแต่ละคน ไม่ใช่อัตราที่ทุกพอร์ตจะทำได้เหมือนกัน การจัดสัดส่วนสินทรัพย์ควรดูระยะเวลาที่ต้องใช้เงินและความเสี่ยงที่รับได้ร่วมกันของแต่ละบุคคล.
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney