Cover Image

“ทนายตั้ม” ให้ข้อมูลดีเอสไอ ตั้งข้อสงสัย “กัน จอมพลัง” นำแอร์บริจาคไปใช้ส่วนตัว

  1. หน้าหลัก 
  2. อาชญากรรม 
  3. ข่าวอาชญากรรม 

“ทนายตั้ม” ให้ข้อมูลดีเอสไอ ตั้งข้อสงสัย “กัน จอมพลัง” นำแอร์บริจาคไปใช้ส่วนตัว

เผยแพร่: 17 ก.ย. 2569 13:10   ปรับปรุง: 17 ก.ย. 2569 13:10   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - “ทนายตั้ม” ให้ปากคำ ดีเอสไอ แฉ “กัน จอมพลัง” และมูลนิธิ นำแอร์-รถโฟล์คลิฟต์ จากเงินบริจาคประชาชนไปใช้ส่วนตัว ร้องสอบเส้นทางการเงินเพิ่ม

วันนี้ (17 ก.ย.) ที่ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ อาคารซี (C) ฝั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้ปากคำและยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติม กรณียื่นเรื่องขอตรวจสอบการเปิดรับบริจาคของ “กัน จอมพลัง” และ “มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้” รวมถึงเส้นทางการเงินและพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน หรือความผิดตามกฎหมายอื่นหรือไม่

นายษิทรา กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นการเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ หลังจากก่อนหน้านี้ได้ยื่นเรื่องเกี่ยวกับข้อสงสัยในการระดมทุนและการใช้จ่ายเงินบริจาค โดยประเด็นที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ คือ เงินบริจาคถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่ การจัดซื้อสินค้าแพงเกินราคาท้องตลาด มีส่วนต่างราคาของที่นำเงินบริจาคไปซื้อหรือไม่ การตั้งบริษัทนอมินี เอื้อประโยชน์ในการกินส่วนต่างเงินบริจาคหรือไม่ การใช้นอมินีและบัญชีม้า ว่ามีการให้คนในบริษัทออกมาเปิดบัญชีม้า เพื่อรับโอนเงินบริจาคหรือไม่ รวมถึงเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อสิ่งของต่าง ๆ

นายษิทรา กล่าวอีกว่า ตนมีข้อสงสัยกรณี
ทรัพย์สินที่มีการจัดซื้อจากเงินบริจาค โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศและเครื่องฟอกอากาศหลายเครื่อง ช่วงเหตุอาคาร สตง.ถล่ม แต่หลังจบงานกลับไม่มีการแจกแจงว่านำไปบริจาคต่อให้หน่วยงานใด หรือถูกนำไปใช้ประโยชน์ในลักษณะใด และจากข้อมูลที่ได้รับ พบว่ามีผู้สังเกตเห็นเครื่องปรับอากาศหลายเครื่องอยู่ภายใน G Live Studio ซึ่งเป็นสตูดิโอส่วนตัวของ “กัน จอมพลัง”ในจังหวัดนนทบุรี (คนละสถานที่กับมูลนิธิ) ซึ่งหากเอาของบริจาคประชาชนมาใช้ส่วนตัว ถือเป็นการยักยอกของบริจาค และเมื่อตนเดินทางไปยัง G Live Studio พนักงานกับปฏิเสธตอนแรก แต่ตนได้เปิดคลิปใน TikTok ที่เจ้าตัวเคยลงเอง ทำให้พนักงานจำก็มายอมรับภายหลัง

“นอกจากนี้ ยังมีรถโฟล์คลิฟต์ที่พบอยู่บริเวณสตูดิโอ โดยเปิดรับบริจาคในช่วงสถานการณ์ชายแดน พร้อมตั้งคำถามถึงวัตถุประสงค์การนำรถดังกล่าวไปใช้งานภายในสตูดิโอ และเหตุการณ์ขนย้ายทรัพย์สินในช่วงกลางดึกนั้นวัตถุประสงค์เพื่ออะไร ซึ่งต้องการให้ ดีเอสไอ ตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับกิจการของมูลนิธิหรือการใช้งานส่วนตัวหรือไม่”


ทนายตั้ม ระบุว่า ช่วงนี้ตนเห็นการทำงานของ “กัน จอมพลัง” เริ่มกลับมาทำเคสดราม่าคนแก่ เด็ก หรือเคสที่น่าสงสารอีกครั้ง ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงปีกว่าๆ ที่ตนไปอยู่ในเรือนจำ เคยได้ยินข่าวว่าอีกฝ่ายมักจะเลือกทำเฉพาะเคสใหญ่ๆ ที่เปิดรับบริจาคเงินได้เยอะ เช่น เคสชายแดน แต่ล่าสุดเพิ่งจะกลับมาทำเคสช่วยเหลือคนอีกครั้ง ซึ่งประเด็นนี้ตนอยากขอให้ประชาชนร่วมกันคอมเมนต์และให้ข้อมูล

เมื่อถามถึงเรื่องเงินบริจาค ทนายตั้ม กล่าวว่า ตนเตรียมนำข้อมูลเรื่องอื่นๆ มาให้เจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผลเพิ่มเติม 1.ข้อเท็จจริงกรณีการวิ่งเต้นกับทางธนาคาร หรือการวิ่งเต้นไม่ให้มีการนำเสนอข่าวสารเมื่อมีคดีความเกิดขึ้น 2.ความเชื่อมโยงอดีต ผบ.เรือนจำ ที่อ้างถึงความสัมพันธ์และผลประโยชน์ 3.เส้นทางการเงินบัญชีของ สส. ท่านหนึ่งที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ 4.กรณีเว็บ888 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้มาเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดในเร็วๆ นี้

ทนายตั้ม กล่าวเสริมว่า ในส่วนมูลนิธิฯ หากไม่ได้ดำเนินการด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่เกิดจากการระดมทุนเพื่อนำไปใช้ในการฟอกเงิน ถือเป็นการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน และควรจะต้องมีการสั่งปิดมูลนิธิฯ นอกจากนี้ ตนได้นำพยานหลักฐานเอกสาร คลิปเสียง และข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมูลนิธิฯ มามอบให้ดีเอสไอ รวมถึงรายชื่อบุคคลที่อาจเป็นพยาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณาเรียกมาให้ข้อมูล ซึ่งความปลอดภัยของพยาน เชื่อมั่นในระบบการคุ้มครองพยานของเจ้าหน้าที่ และได้รับการดูแลเรื่องที่พัก ยืนยันว่าพยานสามารถออกมาให้ข้อมูลได้อย่างปลอดภัย โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนหลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จะทำการบันทึกถ้อยคำ รวบรวมเอกสารพยานหลักฐาน ก่อนพิจารณาออกหนังสือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตัวนายกันจอมพลัง และผู้มีชื่อในบัญชีรับโอนเงิน เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

Back To Top