รัฐบาลลาวเตรียมจ่ายเงินค่าชดเชยงวดสุดท้ายให้ชาวบ้านจากเหตุภัยพิบัติเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก - The Reporters
รัฐบาลลาวเตรียมจ่ายเงินค่าชดเชยงวดสุดท้ายให้ชาวบ้านจากเหตุการณ์ภัยพิบัติเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก หลังยืดเยื้อมากว่า 8 ปี
วันนี้ (16 ก.ย. 69) สำนักข่าว Laotiantimes รายงานว่า กว่า 8 ปี หลังจากเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน-เซน้ำน้อย ในแขวงอัตตะปือ ทางภาคใต้ของ สปป.ลาว พังทลายลงเนื่องจากอุทกภัย ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคนและผู้ไร้ที่อยู่อาศัยหลายพันคน โดยครอบครัวผู้ประสบภัยเตรียมที่จะได้รับเงินชดเชยรอบสุดท้ายในเดือนกันยายนนี้และค่าชดเชยครั้งสุดท้ายจะมอบให้ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจำนวน 968 ครัวเรือน ใน 6 หมู่บ้านและ 1 ชุมชน ในจังหวัดอัตตะปือ ซึ่งรัฐบาลคาดว่าจะดำเนินการจ่ายเงินให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนกันยายน รวมทั้งสิ้น 102.6 พันล้านกีบ (4.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ทั้งนี้ตามรายงานของสื่อรัฐที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 กันยายนระบุว่า เมื่อวันที่ 14 กันยายน เจ้าหน้าที่ระดับแขวงอัตตะปือได้พบกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบเพื่ออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเงินค่าชดเชยรอบสุดท้าย และเจ้าแขวงอัตตะปือได้พบกับชาวบ้านหมู่บ้านสะมองใต้ -ปินดง เพื่อหารือเกี่ยวกับการจ่ายเงิน ชดเชยรอบที่หกและรอบสุดท้าย
สำหรับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2561 โดยค่าชดเชยสำหรับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบแบ่งออกเป็น 6 ประเภท ครอบคลุมการสูญเสียชีวิต บ้านที่อยู่อาศัย แหล่งทำมาหากิน โครงสร้างพื้นฐาน ที่ดิน และทรัพย์สินส่วนตัว โดย 5 ประเภทแรกได้รับการจ่ายไปก่อนหน้านี้แล้ว ในขณะที่ประเภทสุดท้ายซึ่งครอบคลุมทรัพย์สินส่วนตัวใช้เวลานานกว่าในการประเมินและสรุปผล ทั้งนี้การชำระเงินงวดสุดท้ายครอบคลุมทรัพย์สินส่วนตัวที่มีมูลค่า รวมถึงเครื่องประดับ ยานพาหนะ และปศุสัตว์ ทางการจังหวัดและบริษัท เซเปียน เซนัมน้อย (PNPC) ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินงานโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับค่าชดเชยขั้นสุดท้ายแล้ว
เหตุการณ์ภัยพิบัติเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยพังเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ20.00 น. ของวันที่ 23 กรกฎาคม 2561โดยเขื่อนกั้นน้ำ Saddle Dam D ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Xe-Pian Xe-Nanmnoy ได้พังทลายลงหลังจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ปริมาณน้ำได้ไหลทะลักเข้าสู่หุบเขาเซเปียนและเซน้ำน้อย ก่อนจะไหลลงสู่เมืองสะนามไซ ส่งผลให้หมู่บ้าน 5 แห่งถูกทำลายหรือเสียหายอย่างหนัก โดยมีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้ว 49 ราย และสูญหายอีก 22 ราย
ตามตัวเลขอย่างเป็นทางการ พบว่าประชาชนกว่า 6,000 คนต้องพลัดถิ่นเนื่องจากภัยพิบัติครั้งนี้ เจ้าแขวงจังหวัดอัตตะปือประเมินความเสียหายทั้งหมดไว้ที่มากกว่า 1,300 พันล้านกีบ ซึ่งเทียบเท่ากับประมาณ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตามอัตราแลกเปลี่ยนในปี 2018 ภัยพิบัติครั้งนี้ยังทำให้ผู้คนหลายพันคนไร้ที่อยู่อาศัย ซึ่งบริษัทผู้พัฒนาเขื่อนเซเปียนฯ ได้สร้างบ้านใหม่ 700 หลังสำหรับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบเริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน 2020 ด้วยงบประมาณ 24.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การก่อสร้างล่าช้าเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 และแล้วเสร็จในปี 2022 ทำให้บางครอบครัวต้องรออีกหลายปีกว่าจะได้ที่อยู่อาศัยถาวร