รัฐลุยเชื่อมฐานข้อมูลการเงิน เชื่อมแบงก์-หุ้น-สินทรัพย์ดิจิทัล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 ก.ย.69) คณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย (Connect the Dot) โดยกระทรวงการคลัง ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมธนาคารไทย ได้ประชุม เพื่อติดตามความคืบหน้าของการดำเนินงานในการเชื่อมต่อข้อมูลทางการเงินของประเทศ เพื่อปิดช่องโหว่มิจฉาชีพ และเงินสีเทา
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฯ Connect the Dot เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้มีมติสำคัญ 3 เรื่อง ดังนี้
1. ยกระดับการยืนยันตัวตน (KYC) และการตรวจสอบความเข้มงวดเป็นพิเศษ (EDD) ตามหลักการ Financial Action Task Force (FATF) ให้เทียบเท่าศูนย์กลางทางการเงินระดับโลก เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งในฝั่งธนาคาร หลักทรัพย์ และสินทรัพย์ดิจิทัล
2. วางรากฐานการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินทั้ง 4 ระบบ ได้แก่ การแลกเปลี่ยนข้อมูล การรวบรวมข้อมูลธุรกรรมแบบไม่ระบุตัวตน เพื่อนำไปวิเคราะห์พฤติกรรมทางการเงิน การวางระบบบริหารการแจ้งเหตุระดับชาติ และการอายัดเงินพร้อมติดตามเส้นทางการเงินได้ทันทีตั้งแต่ต้นทาง
3. มอบหมายให้นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นผู้บูรณาการทั้ง 4 ระบบข้างต้นเข้าด้วยกัน และออกแบบโครงสร้างในการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการเงินให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับจากนี้
ขณะเดียวกัน คณะอนุกรรมการฯ Connect the Dot มองว่า การเชื่อมต่อข้อมูลทางการเงินของหน่วยงานต่าง ๆ เข้าด้วยกันยังสามารถช่วยให้เกิดประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งช่วยลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการทำหนังสือประสานขอข้อมูลจากหลายหน่วยงาน และข้อมูลที่เชื่อมโยงกันยังสามารถนำไปต่อยอด เพื่อยกระดับการพิจารณาให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อได้ดีขึ้น และช่วยปลดล็อกบัญชีผู้บริสุทธิ์
ส่วนกรณีการกำกับธุรกรรมทองคำ ธปท. และกระทรวงการคลัง พร้อมใช้กฎหมายบังคับส่งข้อมูลเพื่อสกัดเส้นทางเงินสีเทาแล้ว
“ที่ผ่านมาแต่ละหน่วยงานต่างมีข้อมูลทางการเงินของตนเอง และเก็บแยกส่วนกันตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน ทำให้การรวบรวมพยานหลักฐานเมื่อเกิดภัยการเงิน หรือการกระทำผิดกฎหมายทำได้ล่าช้า เพราะต้องเดินเรื่องขออนุมัติ และดึงข้อมูลจากหลายหน่วยงานทีละแห่ง ฉะนั้น Connect the Dot จึงเป็นการปิดจุดอ่อนการทำงานแบบแยกส่วนของหน่วยงานรัฐและสถาบันการเงิน” นายเอกนิติ กล่าว
ขณะที่ ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยต้องยกระดับการยืนยันตัวตน และการตรวจสอบ (KYC, CDD และ EDD) ทั้งฝั่งธนาคาร ธุรกิจหลักทรัพย์ และสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันแบบระดับสากล เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงเส้นทางการเงิน และพฤติกรรมเสี่ยงได้
ด้าน นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าวเสริมว่า การดำเนินการออกแบบโครงสร้างเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ จะแล้วเสร็จภายใน 30 วัน ซึ่งจะเน้นการรับ-ส่งข้อมูลกันได้อย่างราบรื่น ปลอดภัย และถูกต้องตามหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ส่วนงบประมาณในการพัฒนาจะสรุปวงเงินอีกครั้ง เนื่องจากมีระบบเดิมอยู่แล้วที่ต้องนำมาเชื่อมโยงกัน และส่วนที่เป็นระบบต่อยอดเพิ่มเติม
Back to top button