เจาะ ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ฟื้นตำนานเอสยูวี-ออปชั่นพร้อมลุย - มติชนสุดสัปดาห์

ยานยนต์ สุดสัปดาห์ | สันติ จิรพรพนิต
[email protected]
สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเอฟซีมิตซูบิชิไม่น้อย เมื่อปาเจโร เอสยูวีระดับตำนาน กลับมาทำตลาดอีกครั้ง
คราวนี้แนะนำรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการในประเทศไทยเป็นที่แรก ช่วงเดือนตุลาคมนี้ เนื่องจากผลิตที่โรงงานในไทยนั่นเอง
ชื่อชั้นของปาเจโรนั้นเป็นที่ยอมรับในกลุ่มคนรักเอสยูวี และมีอายุอานามไม่น้อยแล้ว เปิดตัวครั้งแรกปี 2525 มียอดผลิตสะสมกว่า 3.29 ล้านคัน

ภายนอกใช้ความใหม่ผสมผสานกับตำนาน สัดส่วนตัวถังทรงพลังแนวตั้งและเส้นสายแนวนอน ซิกเนเจอร์ของปาเจโรรุ่นแรก
กระจังหน้ามี 2 แบบ ซี่แนวนอนที่สะท้อนถึงความพิถีพิถันตามแบบฉบับงานฝีมือของญี่ปุ่น
และกระจังหน้าลายรังผึ้งที่ประสานความงดงามและฟังก์ชั่นการใช้งานให้เข้ากับความแข็งแกร่ง
ไฟหน้า LED ทรงตัว T เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรุ่น
ไฟ Daytime Running Light แบบ LED ไฟหรี่ไฟหน้า ไฟเลี้ยวแบบ LED
ซุ้มล้อขึ้นรูปชิ้นเดียวกับตัวถัง

ติดตั้งบันไดข้างเพิ่มความสะดวกในการเหวี่ยงตัวเข้าห้องโดยสาร
ไฟท้าย LED รูปทรงล้อไปกับด้านหน้า
ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า และระบบ Kicks Sensor
มิติตัวถัง (กว้าง x ยาว x สูง) 1,925 x 4,920 x 1,910 มม. ฐานล้อ 2,870 มม. ระยะต่ำสุดถึงพื้น 230 มม.
มุมไต่ 3.4 องศา มุมคร่อม 22.6 องศา และมุมจาก 25.8 องศา

ห้องโดยสารออกแบบให้ผสานฟังก์ชั่นการใช้งานเข้ากับความพรีเมียม โดยดึงองค์ประกอบจากปาเจโรรุ่นแรกกลับมาตีความใหม่
เน้นสีทูโทนดำ-น้ำตาลคาราเมลให้ภาพลักษณ์พรีเมียมและพรางร่องรอยการใช้งาน
เทคนิคงานฝีมือ “คิเมะโคมิ” (Kimekomi) บนหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง และตะเข็บลายตัว S ที่แผงประตู สะท้อนความประณีตแบบช่างฝีมือญี่ปุ่น
พวงมาลัย 4 ก้านพร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น และแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift
จอ Monolithic Display เชื่อมหน้าจอสัมผัสและหน้าจอมาตรวัดขนาด 14.3 นิ้ว เข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ
หน้าจอมัลติมิเตอร์ (Multi Meter) นำดีไซน์มาตรวัด 3 ช่องอันเป็นตำนานมาปรับให้ทันสมัย
แสดงข้อมูล ระดับความสูง ทิศทาง อุณหภูมิ ความชัน-ความเอียง และสถานะระบบ AYC (ควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง)
ระบบอินโฟเทนเมนต์รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย

เครื่องเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate พัฒนาร่วมกับยามาฮ่า ลำโพง 12 ตำแหน่ง แอมป์ 2 ชุด พร้อมระบบชดเชยเสียงรบกวนตามความเร็ว
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 3 โซน ตั้งอุณหภูมิอิสระแต่ละโซน
ห้องโดยสาร 3 แถว 7 ที่นั่ง เบาะแถว 2 เลื่อนได้ 150 มม. พับได้ในจังหวะเดียว เบาะแถว 3 เหนือศีรษะกว้างขวาง
ช่องเชื่อมต่อ USB Type C ครบทุกแถว
มีระบบ MITSUBISHI CONNECT ควบคุมแอร์และตรวจสอบสถานะรถทางไกลผ่านสมาร์ตโฟน
แม้จะเป็นรถทรงลุยๆ แต่ไม่ลืมความเงียบในห้องโดยสาร ติดตั้งกระจกกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) ทั้งบานหน้าและประตู พร้อมวัสดุซับเสียงทั่วโครงสร้างตัวถัง

เครื่องยนต์คลีนดีเซล 2.4 ลิตร พร้อมเทอร์โบแปรผัน Single VGT กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตัน-เมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ
มาพร้อมพร้อมโหมดสปอร์ตที่ปรับปรุงขึ้นใหม่ เพื่อการเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่นและต่อเนื่อง ทั้งบนถนนปกติและเส้นทางออฟโรด
ระบบส่งกำลังมอบอัตราเร่งที่ตอบสนองได้อย่างแม่นยำตามความต้องการของผู้ขับขี่ ควบคู่กับการลดเสียงรบกวนที่ดียิ่งขึ้น
มีโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock ปรับให้เหมาะกับสภาพเส้นทางที่แตกต่างกัน
มาพร้อมระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกสิทธิ์ของมิตซูบิชิ ช่วยให้การควบคุมรถเป็นธรรมชาติและตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) สามารถเลือกโหมดการขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทางได้ถึง 4 รูปแบบ
2H (ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง) 4H (ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์) 4HLc (ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลาง) และ 4LLc (ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลางและใช้เกียร์อัตราทดต่ำ)
ระบบกันสะเทือนด้านหน้าดับเบิ้ลวิชโบน ด้านหลัง 5-Link พัฒนาขึ้นใหม่ ช่วยให้ล้อสัมผัสพื้นถนนได้อย่างมั่นคง
บวกกับโครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ที่ทั้งแกร่งและทนทานสูง ช่วยรักษาหน้ายางให้สัมผัสพื้นผิวอย่างเหมาะสม
ทำให้จะขับออนโรด หรือออฟโรด ทุรกันดารแค่ไหนก็ไม่มีปัญหา


ระบบความปลอดภัย และตัวช่วยการขับขี่ เทคโนโลยีความปลอดภัยครอบคลุม 360 องศา อาทิ เตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว สามารถตรวจจับคนเดินเท้า นักปั่นจักรยาน และผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ พร้อมระบบช่วยเบรกขณะเลี้ยวผ่านทางแยก
ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน ติดตั้งเป็นครั้งแรกใน ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร
เตือนขณะถอยออกจากช่องจอด ตรวจจับรถที่กำลังเข้ามาจากด้านใดด้านหนึ่งบริเวณทางแยกพร้อมแจ้งเตือนผู้ขับขี่
ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน รักษาระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างเหมาะสมและประคองรถให้อยู่กึ่งกลางช่องทาง
อื่นๆ เช่น ถุงลม 8 ตำแหน่ง รวมถึงถุงลม SRS ตรงกลางระหว่างผู้โดยสารด้านหน้าเป็นครั้งแรก
กล้องมองภาพรอบคันแบบ 3 มิติ แสดงสภาพแวดล้อมโดยรอบได้อย่างรอบด้านแบบเรียลไทม์
มาพร้อมฟีเจอร์แสดงภาพใต้ท้องรถด้านหน้า เพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยมากขึ้น
เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการวันที่ 19 ตุลาคม 2569
โปรดอดใจรอ…!!!