รพ.มหาราชนครศรีฯ แจงปมหมอเดือด ปมเข้าถึงภาพเอกซเรย์ไม่ได้
เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2569 กรณีโลกออนไลน์เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ภายใน รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ขณะที่แพทย์คนหนึ่งกำลังยืนตำหนิการทำงานของเจ้าหน้าที่และพยาบาลบริเวณหน้าห้องตรวจต่อหน้าผู้ป่วยจำนวนมาก เนื่องจากไม่สามารถเปิดดูภาพเอกซเรย์ของผู้ป่วยในระบบได้
โดยผู้โพสต์ระบุว่า หมอมารอเจ้าหน้าที่ตั้งแต่เช้าจนเกือบเที่ยง แต่ไม่มีใครมาแก้ไข ส่งผลให้ประชาชนต้องนั่งรอการตรวจรักษาเป็นเวลานาน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม
ล่าสุด พญ.จิรวรรณ อารยะพงษ์ ผอ.รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ปัญหาการเข้าถึงข้อมูลภาพเอกซเรย์ไม่ได้นั้น เกิดขึ้นเนื่องจากคลังข้อมูลภาพเอกซเรย์ของโรงพยาบาลอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านระบบจากดาตาเซนเตอร์เก่าไปยังดาตาเซนเตอร์ใหม่ ซึ่งมีการโอนย้ายชุดข้อมูลขนาดใหญ่และยังไม่สมบูรณ์ ทำให้ขั้นตอนการเข้าถึงข้อมูลมีความแตกต่างไปจากเดิม จึงกลายเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของแพทย์
ผอ.รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ยืนยันว่า ระบบภาพเอกซเรย์ไม่ได้ล่ม แต่เกิดจากความไม่คุ้นเคยในการเข้าถึงระบบใหม่ ทั้งนี้ ในส่วนของความไม่เข้าใจระหว่างแพทย์และพยาบาลตามที่ปรากฏในคลิป ทุกฝ่ายได้มีการพูดคุยปรับความเข้าใจกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในฐานะแพทย์ ตนต้องขอโทษประชาชนที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจและไม่ได้รับความสะดวกขึ้น
รพ.มหาราชนครศรีฯ แจงปมหมอเดือด ปมเข้าถึงภาพเอกซเรย์ไม่ได้
เพจพยาบาลชี้ Toxic - อดีตคนไข้ร่วมป้องหมอ
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดกระแสถกเถียงอย่างหนักบนโลกออนไลน์ โดย นพ.ดุษฎี โชคชัยเจริญศรี แพทย์สาขาอายุรกรรมทั่วไป เจ้าของเพจ "Dr.Dark" ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การแก้ไขปัญหาหน้างานเมื่อไม่มีฟิล์มเอกซเรย์มีหลายวิธี เช่น การตามเจ้าหน้าที่คนอื่น ขอฟิล์มเปียก หรือไปดูฟิล์มที่ห้องเอกซเรย์ด้วยตนเอง ซึ่งการยืนด่าใส่ไมโครโฟนไม่ได้ช่วยให้คนไข้ได้รับการตรวจเร็วขึ้น
ขณะเดียวกัน ในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ได้เกิดกระแส #Saveพยาบาล โดยเพจ "คนรักพยาบาล" และเพจ "พยาบาลแบมบู" ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและ Toxic อย่างมาก แพทย์ไม่มีสิทธิ์ตะคอกด่าพยาบาลต่อหน้าธารกำนัน เพราะทุกคนมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของแพทย์ ได้มีอดีตคนไข้และญาติเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจ "หมอเอก" โดยระบุว่าเป็นแพทย์ที่ดูแลเอาใจใส่คนไข้เป็นอย่างดี แม้จะเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา แต่มีความทุ่มเทในการตรวจรักษาอย่างยิ่ง
ทางด้าน นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว พร้อมยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการลบข้อมูลคนไข้ทิ้ง แต่เกิดจากการสื่อสารภายในโรงพยาบาลที่ไม่ชัดเจนในช่วงปรับปรุงระบบ พร้อมทั้งกล่าวขออภัยประชาชนที่ต้องใช้เวลารอนาน และฝากข้อห่วงใยถึงทั้งแพทย์และพยาบาล ขอให้ทำงานแบบ "ถ้อยทีถ้อยอาศัย" พูดคุยกันด้วยดี
นอกจากนี้ เพจเฟซบุ๊ก "กรมการแพทย์" ได้เคลื่อนไหวโดยโพสต์เน้นย้ำถึงการส่งเสริมและสนับสนุนการทำงานร่วมกันของบุคลากรทางการแพทย์ บนพื้นฐานของการให้เกียรติ ความเคารพ และความเท่าเทียมกัน เพราะแม้จะมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกัน แต่ทุกฝ่ายมีเป้าหมายสูงสุดร่วมกันคือสุขภาพที่ดีของประชาชน
อ่านข่าว :
แบกค่าน้ำมันไม่ไหว! สองแถวพิษณุโลกถอดใจเลิกวิ่งสิ้นปีนี้
"เจ้าไจแอนท์" สุนัขพิตบูล กัดเจ้าของวัย 70 ปี เสียชีวิต
นอร์เวย์จัดพิธีพระบรมศพ "สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5"