โซเชียลมีเดียทำให้เราสนทนากันน้อยลง? เมื่อบทสนทนาที่เป็นรากฐานของประชาธิปไตย กำลังเปลี่ยนไปเพราะถูกโซเชียลมีเดียเน้นเนื้อหาที่ให้คนเกลียด-โกรธ-กลัว กันเอง
ครั้งหนึ่งเราเคยเชื่อกันว่า การมาของโซเชียลมีเดียจะเสริมสร้างประชาธิปไตยให้เข็มแข็งมากขึ้น เพราะมันทำให้ผู้คนจำนวนมากที่ไม่เคยรู้จักกันสามารถมีบทสนทนาในวงกว้าง เมื่อสังคมได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน และเราเข้าใจกันมากขึ้น นั่นอาจนำไปสู่การคิดหาทางออกเพื่อสังคมที่ดีกว่า
แต่มาวันนี้ เทคโนโลยีที่เคยเป็นความหวังของกระบวนการประชาธิปไตยอาจกลับมาทำลายกระบวนการเสียเอง นี่เป็นข้อคิดเห็นของ Yuval Noah Harari นักประวัติศาสตร์และผู้เขียนหนังสือ Sapiens จากการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ EL PAÍS เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนที่เขาจะนำความตอนหนึ่งในบทสัมภาษณ์มาเผยแพร่อีกครั้ง ความว่า:
“เรากำลังอยู่ท่ามกลางความย้อนแย้ง เรามีระบบการสื่อสารที่ก้าวหน้าและสมบูรณ์แบบที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่เรากลับพูดคุยกันไม่ได้อีกต่อไป เราไม่สามารถถกเถียงกันด้วยเหตุผลได้ เพราะทุกคนต่างถูกความกลัวและความโกรธเข้าครอบงำ
Harari อธิบายว่า โซเชียลมีเดียถูกออกแบบมาเพื่อทำสิ่งหนึ่งให้ได้มากที่สุด นั่นคือการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ (Engagement) และสิ่งที่กระตุ้นให้คนมีส่วนร่วมได้ดีที่สุดก็คือ ความโกรธและความกลัว เพราะเราแทบละสายตาจากมันไม่ได้
เขายังตั้งคำถามอีกว่า “แล้วจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเทคโนโลยีที่เปิดโอกาสให้เราสนทนากันในวงกว้าง และช่วยให้ประชาธิปไตยเติบโต กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เราหันมาต่อต้านกันเอง?”
ช่วงสิบปีที่ผ่านมา โซเชียลมีเดียพยายามแย่งความสนใจของมนุษย์ เพื่อสาละวนอยู่กับเนื้อหาที่ปลุกเร้าอารมณ์ ชวนให้คนมากดปุ่มแสดงอารมณ์ต่างๆ แต่นั่นกลับทำให้เรามองเห็นความแตกต่างหลากหลายกันน้อยลง สนทนากันน้อยลง
Harari จึงมองย้อนกลับไปว่า เราเคยปล่อยให้อัลกอริทึมแข่งขันกันแย่งความสนใจมาแล้ว ตอนนี้เขากำลังเตือนว่าไม่ควรทำผิดพลาดแบบเดียวกัน เมื่อ AI เริ่มแข่งขันเพื่อสิ่งที่ทรงพลังกว่า นั่นคือ Intimacy หรือการพยายามสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมนุษย์
เด็กและเยาวชนนั้นน่าเป็นห่วง เขายกตัวอย่างว่า การถาม AI ถึงเส้นทางไปสถานีรถไฟอาจไม่ได้เป็นปัญหามากนัก แต่หากเด็กเริ่มขอคำปรึกษาเรื่องความรัก หรือพูดคุยกับ AI มากกว่าพ่อแม่ ครู และเพื่อน ความสัมพันธ์เช่นนี้อาจมีผลต่อวิธีที่เด็กเรียนรู้การสร้างความสัมพันธ์กับมนุษย์จริงๆ โดยเขาเรียกสถานการณ์นี้ว่าเป็นหนึ่งใน ‘การทดลองทางจิตวิทยาและสังคม’ ครั้งใหญ่ที่เรายังไม่รู้ว่าจะลงเอยอย่างไร
สำหรับ Harari ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าเทคโนโลยีทำให้มนุษย์สื่อสารกันได้น้อยลง เพราะในความเป็นจริงเราอาจส่งข้อความ แสดงความคิดเห็น และผลิตเนื้อหามากกว่ายุคใดๆ แต่คำถามคือ การสื่อสารเหล่านั้นยังเป็นการสนทนาที่ผู้คนรับฟัง แลกเปลี่ยนเหตุผล และยอมรับความเห็นต่างกันอยู่หรือไม่
อ้างอิงจาก