ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าผสมผสาน กังวลตอ.กลางตึงเครียดหนุนราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าผสมผสานในวันนี้ (8 ก.ย.) ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำม้นที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังจากอิหร่านเตือนว่าจะกำหนดเขตหวงห้ามทางทะเลแห่งใหม่ในอ่าวเปอร์เซียในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท ซาอุดี อารัมโก (Saudi Aramco) ในเมืองจีซาน ถูกโจมตีในวันจันทร์ (7 ก.ย.)


โมห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน เปิดเผยผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลว่า เขตหวงห้ามดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่แนวปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ลากยาวเข้าสู่พื้นที่อ่าวเปอร์เซีย พร้อมเตือนว่าเรือทุกลำที่แล่นผ่านเข้ามาจะถูกขึ้นบัญชีคว่ำบาตรของอิหร่านทันที

ด้านหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ก่อเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของซาอุดี อารัมโก ในเมืองจีซาน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ชายแดนซาอุดีอาระเบียที่ติดกับเยเมน ขณะที่แหล่งข่าวเปิดเผยกับไฟแนนเชียลไทมส์ว่า ซาอุดี อารัมโก กำลังประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น

เมืองจีซานเป็นที่ตั้งของโรงกลั่นน้ำมันที่มีกำลังการผลิต 400,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดของซาอุดีอาระเบีย อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

สถานการณ์ตึงเครียดเหล่านี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. ปรับตัวขึ้น 0.20% แตะระดับ 97.20 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงเช้านี้ และราคาน้ำมัน WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนต.ค. พุ่งขึ้น 1.04% แตะระดับ 92.56 ดอลลาร์/บาร์เรล

นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 15-16 ก.ย. ขณะที่เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า ขณะนี้นักลงทุนมองว่ามีโอกาส 60% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดา โดยล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบน Truth Social ประกาศห้ามจำหน่ายเครื่องบิน Bombardier ของแคนาดาในสหรัฐฯ อีกต่อไป เพื่อตอบโต้ต่อการที่แคนาดาปิดกั้นไม่ให้ธนาคารและบริษัทของสหรัฐฯ เข้าดำเนินธุรกิจในประเทศ

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียเช้านี้ ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่แท้จริง (Real GDP) ซึ่งเป็นมาตรวัดการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ขยายตัว 0.6% ในไตรมาส 2/2569 เมื่อเทียบรายไตรมาส และขยายตัว 3.7% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องหลังจากที่มีการขยายตัว 3.8% ในไตรมาสแรก

สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2 ของญี่ปุ่น ขยายตัว 1.4% จากไตรมาสก่อนหน้า เมื่อคำนวณเป็นอัตราต่อปี สูงกว่าประมาณการเบื้องต้นที่ 1.1% ส่งผลให้ตลาดยังคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 18 ก.ย. อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 1.8%

ด้านสำนักงานศุลกากรจีนรายงานว่า ยอดส่งออกของจีนพุ่งขึ้น 25% เมื่อพิจารณาในรูปสกุลเงินดอลลาร์ ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเป็นการขยายตัวรวดเร็วขึ้นจากเดือนก.ค.ที่ปรับตัวขึ้น 23.9%

ส่วนยอดนำเข้าเดือนส.ค.ปรับตัวขึ้น 28.2% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 30% ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าอุปสงค์ภายในประเทศยังคงอ่อนแอ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่จีนเผชิญกับแรงกดดันมากขึ้นให้ดำเนินการแก้ไขภาวะการค้าที่ไร้สมดุล อย่างไรก็ตาม ยอดนำเข้าเดือนส.ค.ขยายตัวรวดเร็วกว่าในเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้น 27.5%

ทั้งนี้ จีนมียอดเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.1909 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนส.ค. จากระดับ 1.125 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค.

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข


Back To Top