Cover Image

สินเชื่อทุบตลาดกระบะไทย อีซูซุชี้ภาคเกษตรยังต้องการรถ แต่เข้าถึงเงินกู้ยาก

ISUZU มองตลาดรถกระบะไทยยังเผชิญแรงกดดันจากสถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะลูกค้าภาคเกษตร แม้ตลาดเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวในช่วงต้นปี แต่ถูกซ้ำเติมด้วยสถานการณ์ตะวันออกกลาง

มร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด หรือ  ISUZU กล่าวถึงภาพรวมตลาดรถกระบะในประเทศไทยว่า ปัจจุบันตลาดยังอยู่ในภาวะชะลอตัว โดยปัจจัยสำคัญไม่ได้เกิดจากความต้องการใช้รถกระบะที่หายไป แต่เป็นผลมาจากข้อจำกัดด้านสินเชื่อ โดยเฉพาะการที่สถาบันการเงินลดหรือเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อให้แก่ลูกค้าในภาคเกษตรกรรม ซึ่งถือเป็นฐานลูกค้าหลักของตลาดรถกระบะไทย

ก่อนหน้านี้ ตลาดรถกระบะเริ่มส่งสัญญาณเชิงบวกในช่วงต้นปี แต่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้เพิ่มความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและส่งผลกระทบต่อบรรยากาศของตลาด ทำให้การฟื้นตัวยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม ลูกค้าภาคเกษตรกรรมยังคงมีความต้องการใช้รถกระบะอย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นยานพาหนะที่ตอบโจทย์ทั้งการประกอบอาชีพ การขนส่งสินค้า และการใช้งานในชีวิตประจำวัน ดังนั้น หากข้อจำกัดด้านสินเชื่อเริ่มคลี่คลาย ตลาดรถกระบะไทยยังมีโอกาสกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง

มร.ฮิโรยาสุ กล่าวอีกว่า ปัญหาหลักของตลาดในเวลานี้คือ ลูกค้าที่มีความต้องการซื้อรถจำนวนหนึ่งไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ แม้จะมีความจำเป็นต้องใช้รถเพื่อประกอบอาชีพก็ตาม ส่งผลให้ยอดขายรถกระบะได้รับแรงกดดันต่อเนื่อง

ทั้งนี้ตลาดจึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว โดยต้องติดตามทั้งภาวะเศรษฐกิจ รายได้ของภาคเกษตร ทิศทางของสถาบันการเงิน ตลอดจนสถานการณ์การแข่งขันที่มีความรุนแรงขึ้นจากผู้เล่นรายใหม่และเทคโนโลยียานยนต์ที่หลากหลายกว่าเดิม

อย่างไรก็ตามแม้จำนวนประชากรไทยจะไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่  ISUZU ยังมองเห็นโอกาสจากการขยายตัวของชนชั้นกลางและกำลังซื้อในเขตเมืองตามต่างจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่นอกกรุงเทพฯ ซึ่งยังมีความต้องการใช้รถเพื่อรองรับทั้งการทำงานและการดำเนินชีวิต"

"ตลาดรถกระบะไทยจะต้องเผชิญทั้งภาวะเศรษฐกิจ สินเชื่อที่เข้มงวด และการแข่งขันจากผู้เล่นหน้าใหม่ รวมถึงรถกระบะพลังงานไฟฟ้า แต่ตลาดยังมีศักยภาพในระยะยาว เพราะรถกระบะยังมีความจำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจ ภาคเกษตรกรรม การค้า และการขนส่งของประเทศไทย"

อย่างไรก็ตามอีซูซุจึงยังคงเดินหน้าศึกษาความต้องการของผู้บริโภค พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับสภาพตลาด โดยยึดแนวทางการเติบโตควบคู่ไปกับเศรษฐกิจและสังคมไทย

"ในปี 2570 นี้ อีซูซุจะดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบรอบ 70 ปี โดยบทบาทของอีซูซุไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจำหน่ายรถยนต์ แต่ยังครอบคลุมถึงการสร้างงาน การสนับสนุนเศรษฐกิจ และการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมไทยในระยะยาวด้วย"

มร.ฮิโรยาสุ กล่าวอีกว่า สำหรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ อีซูซุยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนารถกระบะให้รองรับการใช้งานสองรูปแบบ ทั้งในฐานะเครื่องมือประกอบอาชีพและรถยนต์สำหรับการใช้งานส่วนตัวหรือไลฟ์สไตล์ ซึ่งเป็นทิศทางที่บริษัทดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนารถในกลุ่ม X-Series ที่เริ่มทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2553

นอกจากนี้อีซูซุยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล โดยรถที่พัฒนาสำหรับตลาดต่างประเทศจะต้องผ่านข้อกำหนดที่เข้มงวด เช่น มาตรฐานความปลอดภัย ANCAP ระดับ 5 ดาวของออสเตรเลีย ซึ่งครอบคลุมการติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง หรือ ADAS

โดยเทคโนโลยีและมาตรฐานดังกล่าวจะถูกนำมาประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศไทย เพื่อให้ลูกค้าชาวไทยได้รับรถที่มีคุณภาพและความปลอดภัยในระดับมาตรฐานสากล

ส่วนรถกระบะไฟฟ้า บริษัทอยู่ระหว่างรวบรวมความคิดเห็นจากลูกค้า เพื่อนำข้อมูลมาประเมินและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง โดยยังไม่เร่งผลักดันตลาดมากเกินไป เพราะต้องการให้ลูกค้าเข้าใจจุดเด่น ข้อจำกัด และรูปแบบการใช้งานของรถกระบะไฟฟ้าอย่างชัดเจน

Back To Top