Cover Image

อว. เตรียมรื้อใหญ่นโยบายนักเรียนทุน ปลดล็อกทำงานที่ไหนก็ได้บนโลก ชงผลงานสตาร์ตอัป-เอกชน นับเป็นเวลาชดใช้ทุน

วานนี้ (4 กันยายน) ที่ โรงพยาบาลศิริราช ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากกลุ่มนักเรียนทุนและนักวิจัย

ภายใต้งานนโยบายนักเรียนทุน โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว., ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล พร้อมด้วยคณะทำงานที่ปรึกษา รมว.อว. ด้าน Tech Talents และสมาคมนักวิจัยไทยรุ่นใหม่ (TYSA) เข้าร่วมระดมสมอง

ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 กันยายนนี้ กระทรวง อว. จะมีการประชุมใหญ่เพื่อหารือแนวทางการบริหารจัดการการใช้ทุน ซึ่งเป้าหมายหลักคือการตอบคำถามสังคมให้ได้ว่า เมื่อรับเงินภาษีประชาชนไปเรียนแล้ว จะกลับมาสร้างประโยชน์ให้ประเทศอย่างไร

อย่างไรก็ตาม การดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถสูงกลับมา ต้องทำให้เกิดขึ้นด้วยความเต็มใจ รัฐบาลกำลังเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานและผลักดันเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) เพื่อให้ระบบนิเวศทางนวัตกรรมเอื้อต่อการเติบโต แม้ประเทศไทยจะไม่มีงบประมาณจ้างด้วยเงินเดือนสูงลิ่วเท่าต่างประเทศ แต่เราสามารถใช้จุดแข็งด้านฐานข้อมูลและทรัพยากรในประเทศ เพื่อดึงคนเหล่านี้มาทำสตาร์ตอัปให้โตในระดับสากลได้

“นักเรียนทุนจะทำงานอยู่ที่ไหนบนโลกก็ได้ ไม่จำเป็นต้องถูกผูกมัดให้อยู่แค่ในประเทศไทย จะอยู่ภาครัฐหรือเอกชนก็ได้ แต่ความสำเร็จและผลประโยชน์ต้องถูกนำกลับมาสร้างมูลค่าให้กับประเทศไทยอย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวย้ำ

ภายในงาน ตัวแทนกลุ่มนักเรียนทุนและนักวิจัยได้สะท้อนช่องว่างของระบบ ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ พร้อมเสนอทางออกใน 3 มิติหลัก

มิติการบรรจุงานที่ยืดหยุ่น: แก้ปัญหาการบรรจุงานไม่ตรงสายและความไม่ยืดหยุ่นของสัญญา โดยเสนอให้ตั้ง Talent Pool เพื่อจับคู่ความเชี่ยวชาญกับความต้องการของหน่วยงานให้ตรงกัน พร้อมอนุญาตให้ย้ายสังกัดได้ทันทีหากเนื้องานไม่ตอบโจทย์ นอกจากนี้ ยังขอให้ปลดล็อกกฎเกณฑ์ อนุญาตให้นักเรียนทุนสามารถพำนักเพื่อฝึกงานกับบริษัทระดับโลกในต่างประเทศเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก่อนกลับมาใช้ทุนได้

มิติระบบทุนวิจัยและการประเมินผล: เสนอให้ปรับระเบียบการเบิกจ่ายและระบบจัดซื้อจัดจ้างให้คล่องตัวขึ้น เปิดช่องทางจัดซื้อแบบรวมศูนย์ และฟื้นฟูทุนตั้งต้น สำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่โดยผ่อนปรนตัวชี้วัด (KPI) ให้สอดคล้องกับธรรมชาติของงานวิจัย รวมถึงการทำแผนที่ทรัพยากร เพื่อแชร์เครื่องมือข้ามหน่วยงาน พร้อมจี้ต้นสังกัดลดภาระงานแฝงเพื่อคืนเวลาให้นักวิจัย

มิติการต่อยอดสู่ Deep Tech และ Startup: เสนอทางเลือกความเสี่ยงต่ำ ขอให้รัฐนับระยะเวลา ในการไปก่อตั้งธุรกิจสตาร์ตอัป หรือการทำงานในบริษัทเอกชนที่ได้รับการรับรอง เป็นเวลาในการชดใช้ทุนได้ และสามารถนำความสำเร็จจากสตาร์ตอัปไปนับเป็น KPI ขอตำแหน่งทางวิชาการได้ด้วย พร้อมเสนอให้จัดตั้งกองทุน Pre-seed funding และสร้างระบบพี่เลี้ยงเพื่อประคับประคองนักวิจัยเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม

ศ.ดร.ยศชนัน ได้ตอบรับข้อเสนอทั้งหมดจากเวที โดยให้คำมั่นว่าจะเร่งตรวจสอบการออกกฎกระทรวง เพื่อดูว่ามีระเบียบใดที่สามารถปลดล็อกได้ทันที

พร้อมกันนี้ รมว.อว. ยังได้ทิ้งท้ายถึงการผลักดันการทูตเชิงวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงระดับโลกที่มีข้อจำกัดทางภูมิรัฐศาสตร์น้อยกว่า รวมถึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยให้กลายเป็นระบบนิเวศนวัตกรรมแบบครบวงจร ที่เชื่อมโยงนักวิจัย สตาร์ตอัป และนักลงทุนเข้าด้วยกัน เพื่อปลดปล่อยศักยภาพของบุคลากรไทยให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศอย่างแท้จริง

Back To Top