ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าร่วง กังวลสงครามยืดเยื้อ นลท.เกาะติดแถลงปธ.เฟด-เงินเฟ้อสหรัฐฯ
ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงในวันนี้ (14 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ อาจยืดเยื้อ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า สหรัฐฯ จะกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน และจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดเช้าที่ 66,678.36 จุด ลดลง 564.37 จุด หรือ -0.84%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดเช้าที่ 24,099.89 จุด ลดลง 113.83 จุด หรือ -0.47%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดเช้าที่ 3,887.92 จุด ลดลง 25.87 จุด หรือ -0.66%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 1.76%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.41%
ปธน.ทรัมป์ประกาศว่า สหรัฐฯ จะเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และปฏิบัติภารกิจในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ดังกล่าว นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะเรียกเก็บเงินชดเชยในอัตรา 20% ของมูลค่าสินค้าทั้งหมดที่มีการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จำเป็นในการดำเนินภารกิจดังกล่าว
การประกาศดังกล่าวส่งผลให้สัญญาน้ำมัน WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. พุ่งขึ้น 1.14% แตะระดับ 79.10 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงสายวันนี้ และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนก.ย. ดีดตัวขึ้น 0.79% แตะที่ระดับ 83.97 ดอลลาร์/บาร์เรล
นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของเควิน วอร์ช ประธานเฟด โดยวอร์ชมีกำหนดกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันอังคารที่ 14 ก.ค. และจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันพุธที่ 15 ก.ค.
ทั้งนี้ การแถลงทั้ง 2 วันของประธานเฟดจะมีขึ้นในเวลา 10.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 21.00 น.ตามเวลาไทย
นอกจากนี้ นักลงทุนรอดูการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิ.ย.ของสหรัฐฯ ในวันนี้เช่นกัน เพื่อประเมินว่าสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ จะส่งผลต่อเงินเฟ้อมากเพียงใด
ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI จะปรับตัวขึ้น 3.8% ในเดือนมิ.ย. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 4.2% ในเดือนพ.ค. และคาดว่าดัชนี CPIพื้นฐาน (CoreCPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือนมิ.ย. หลังจากปรับตัวขึ้น 2.9% เช่นกันในเดือนพ.ค.
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียเช้านี้ สำนักงานศุลกากรจีน (GAC) รายงานว่า ยอดส่งออกพุ่งขึ้น 27% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2564
ยอดส่งออกเดือนมิ.ย.ของจีนแข็งแกร่งกว่าในเดือนพ.ค.ที่ปรับตัวขึ้น 19.4% และดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 18.2% โดยได้แรงหนุนจากกระแสความต้องการฮาร์ดแวร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลกที่สูงขึ้น และจากการที่กลุ่มผู้ค้าปลีกของสหรัฐฯ พากันเร่งสั่งซื้อสินค้าเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการปรับขึ้นภาษีที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
ขณะที่ยอดการนำเข้าในเดือนมิ.ย.พุ่งขึ้น 36% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2564 อีกทั้งแข็งแกร่งกว่าในเดือนพ.ค.ที่เพิ่มขึ้น 27.4% และดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 24%
ทั้งนี้ จีนมียอดเกินดุลการค้าในเดือนมิ.ย.ที่ระดับ 1.256 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปนัยดา ปัทมโกวิท