เนปาลวอนนักท่องเที่ยว ‘อย่าทอดทิ้งหิมาลัย’ พร้อมเดินหน้าฟื้นฟูประเทศหลังเกิดอุทกภัยใหญ่
เนปาลเรียกร้องนักเดินทางจากทั่วโลกอย่ายกเลิกการเดินทางมายังเทือกเขาหิมาลัย พร้อมยืนยันว่าประเทศยังเปิดรับนักท่องเที่ยว แม้อยู่ระหว่างประเมินความสูญเสียทั้งด้านชีวิตและเศรษฐกิจจากอุทกภัยครั้งรุนแรง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายร้อยราย และยังมีผู้สูญหายอีกหลายพันคน
“เส้นทางบนภูเขาและเส้นทางเดินป่าของเรายังคงรอคอยคุณอยู่” คาดัก ราช เปาเดล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวเนปาล กล่าวในวิดีโอที่เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมติดแฮชแท็ก #NepalCalling
พร้อมกล่าวว่า การเดินทางมาเนปาลในเวลานี้ไม่ได้เป็นเพียงการมาพักผ่อนเท่านั้น แต่ยังถือเป็นการสนับสนุนครั้งสำคัญต่อประเทศที่กำลังเผชิญอุทกภัยครั้งรุนแรง
ทั้งนี้ คำเรียกร้องดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความกังวลของภาคการท่องเที่ยว หลังภาพหมู่บ้าน ถนน และสะพานที่ถูกทำลาย รวมถึงรายงานผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เผยแพร่ไปทั่วโลกและอาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวชะลอหรือยกเลิกการเดินทางมายังเนปาล แม้พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภัยพิบัติครั้งนี้ก็ตาม
ที่ผ่านมา เนปาลเป็นหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจที่มีรายได้ต่ำที่สุดในเอเชีย และกำลังเผชิญภารกิจฟื้นฟูประเทศครั้งใหญ่ ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจยังได้รับแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นอันเป็นผลจากสงครามอิหร่าน ตลอดจนภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดลง
ภัยพิบัติครั้งนี้ยังเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีบาเลนดรา ชาห์ อายุ 36 ปี ซึ่งก้าวขึ้นสู่อำนาจในปีนี้ ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของคนรุ่น Gen Z
หากย้อนไทม์ไลน์ของอุทกภัยเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังธารน้ำแข็งพังถล่ม ส่งผลให้มวลน้ำแข็ง โคลน และก้อนหินจำนวนมหาศาลไหลทะลักลงมาตามหุบเขาในเนปาล กระแสน้ำและเศษซากได้กวาดทำลายชุมชนหลายแห่งจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก
เห็นได้จากวิดีโอที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นภาพประชาชนพยายามวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ขณะที่กำแพงน้ำและเศษซากจำนวนมหาศาลไหลเข้าในอาคาร พัดสะพานและสายไฟขาด รวมถึงยานพาหนะที่ไหลไปกับกระแสน้ำ
กระทรวงการต่างประเทศเนปาล รายงานว่า ยังมีชาวต่างชาติประมาณ 590 คนจาก 39 ประเทศสูญหาย ขณะที่จนถึงช่วงบ่ายวันอังคารที่ 1 กันยายน 2026 ยอดผู้เสียชีวิตในเนปาลเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 1,010 ราย และได้ปฏิบัติการค้นหาอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ทีมผู้เชี่ยวชาญจากเนปาล อินเดีย จีน และเกาหลีใต้ กำลังให้ความช่วยเหลือในพื้นที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำที่ได้รับผลกระทบ โดยมีรายงานว่าคนงานหลายร้อยคนยังติดอยู่ภายในอุโมงค์
ซูดัน กูรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเนปาล กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถเดินทางไปถึงปากอุโมงค์ด้านบนของอุโมงค์แห่งหนึ่งได้แล้ว และกำลังพยายามขุดเปิดทางจากด้านบนบริเวณโรงไฟฟ้า เพื่อเข้าช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายใน ก่อนที่จะย้ำว่า ทางการยังไม่หมดหวังที่จะพบผู้รอดชีวิต
ขณะเดียวกัน สมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระแห่งเนปาล กล่าวต่อว่า ภัยพิบัติครั้งนี้สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและโครงการไฟฟ้าพลังน้ำอย่างน้อย 12 แห่ง ในเขตนูวากอตและราซูวา
ด้านกระทรวงการต่างประเทศเนปาลออกแถลงการณ์ว่า ขนาดและขอบเขตความเสียหายเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น หลังเจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงพื้นที่ต่างๆได้มากขึ้น และเมื่อพิจารณาจากระดับความเสียหายที่เกิดขึ้น เนปาลคาดว่าจะต้องการความช่วยเหลือจากนานาชาติเป็นในช่วงการฟื้นฟูและบูรณะประเทศอย่างมาก พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า นี่เป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวดและยากลำบากอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความเสียหายที่ยังอยู่ระหว่างการประเมิน รัฐบาลเนปาลหวังว่าการคงสถานะประเทศเป็นจุดหมายปลายทางที่เปิดรับนักท่องเที่ยว จะช่วยประคับประคองภาคการท่องเที่ยวและสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป
ภาพ: Daniel Prudek/shutterstock
อ้างอิง: