ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก ตลาดหุ้นฝรั่งเศสรีบาวด์หลังร่วงหนัก

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันศุกร์ (28 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดหุ้นฝรั่งเศส หลังจากถูกเทขายอย่างหนักในวันก่อนหน้า ขณะที่นักลงทุนประเมินทิศทางนโยบายการเงินจากถ้อยแถลงของเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุมที่เมืองแจ็กสัน โฮล

ดัชนี STOXX 600 ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในรอบสัปดาห์นี้หลังจากลดลงติดต่อกัน 2 สัปดาห์ ส่วนดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศสปรับตัวขึ้น หลังจากร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือนในวันพฤหัสบดี ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความสามารถของรัฐบาลในการควบคุมฐานะการคลังก่อนการเลือกตั้งในปี 2570

หุ้นธนาคารฝรั่งเศสอย่าง Societe Generale, BNP Paribas และ Credit Agricole เพิ่มขึ้นระหว่าง 1-1.9% หลังจากร่วงลงอย่างหนักในวันก่อนหน้า

หุ้น EssilorLuxottica เพิ่มขึ้น 2.4% หลังประกาศแผนซื้อหุ้นคืน ขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้าหรูหราปรับตัวขึ้น 2.3% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 1 เดือน

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจฝรั่งเศสยังเผชิญกับความท้าทาย หลังข้อมูลล่าสุดระบุว่า GDP ในไตรมาส 2 ถูกปรับประมาณการลงมาเป็นทรงตัว จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 0.2% สะท้อนแรงส่งของเศรษฐกิจฝรั่งเศส ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของยูโรโซน ที่อ่อนแอกว่าที่คาด

นักเศรษฐศาสตร์รายหนึ่งระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวชี้ว่าเศรษฐกิจฝรั่งเศสเกือบเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิคในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ พร้อมระบุว่าฝรั่งเศสจำเป็นต้องดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดทางการคลังเพิ่มเติมในปี 2569 เพื่อควบคุมการขาดดุลงบประมาณให้อยู่ต่ำกว่า 5%

นักเศรษฐศาสตร์รายดังกล่าวเตือนด้วยว่า หากไม่มีมาตรการเพิ่มเติมและเศรษฐกิจยังคงเติบโตอย่างอ่อนแอ การขาดดุลงบประมาณอาจเพิ่มขึ้นสูงกว่าปีก่อน

Fitch คาดว่าจะทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสในวันศุกร์ หลังจากเมื่อปีที่แล้วได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสลงสู่ระดับ A+ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

ด้านนโยบายการเงิน นักลงทุนยังประเมินถ้อยแถลงของเควิน วอร์ช ในการประชุมที่เมืองแจ็กสัน โฮล โดยประธานเฟดย้ำถึงความสำคัญของการทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางสหรัฐฯ แต่ไม่ได้ให้สัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินนโยบายในอนาคต

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่า ECB อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านทำให้ราคาพลังงานปรับตัวขึ้นอีกครั้ง ซึ่งส่งผลกดดันต่อตลาดหุ้นยุโรป

หุ้นเกือบทุกกลุ่มในยุโรปปรับตัวขึ้น โดยหุ้นกลุ่มพลังงาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ปรับตัวแย่ที่สุดในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้น 0.3% ขณะที่หุ้นกลุ่มยานยนต์พุ่งขึ้น 2.5% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 2 เดือน นำโดย BMW ของเยอรมนีที่เพิ่มขึ้น 4.5%

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช


Back To Top