ชิงโซลาร์เซลล์ล้านครัวเรือน ถนนทุกสายมุ่ง ‘กฟน.-กฟภ.’
บอร์ดกลั่นกรองฯ ตีกลับโปรเจ็กต์เปลี่ยนผ่านพลังงาน ตาม พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน หลังหลายหน่วยชิงจังหวะส่งโครงการหวัง “จองวงเงิน” ล่วงหน้าแต่ไม่มีรายละเอียด วางกรอบห้าม “จ้างที่ปรึกษา-วิจัย-ดูงาน-ไปต่างประเทศ” ชี้โครงการใหญ่สุด “โซลาร์เซลล์ล้านหลัง” และ “เปลี่ยน Taxi-มอเตอร์ไซค์” เป็น EV ผู้ค้าโซลาร์ฯ คึกคักหวังแบ่งเค้กก้อนใหญ่ ถนนทุกสายมุ่งสู่ “กฟน.-กฟภ.” คัดเลือก
ส่วนวงเงิน 2 แสนล้านบาท ที่จะใช้เพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งคาดว่าหลังจากนี้จะเริ่มมีโครงการเสนอเข้ามาให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ที่ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานพิจารณา
“ที่ผ่านมาเพิ่งมีการปรับหลักเกณฑ์การเสนอโครงการไป แล้วแจ้งเวียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งบางโครงการที่เคยเสนอเข้ามาก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่ต้องเอากลับไปปรับใหม่ให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด เพราะบางหน่วยงานก็ส่งมาจองวงเงิน แต่ยังไม่มีรายละเอียดโครงการ เมื่อกลับไปปรับแล้วถึงจะเสนอกลับมาใหม่ คาดว่าภายในเดือน ก.ย. นี้ก็คงทยอยเสนอกลับมา อย่างไรก็ดี โครงการลอตแรก ๆ น่าจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติได้ตั้งแต่เดือน ต.ค. นี้เป็นต้นไป”
5 เงื่อนไขขอแบ่งเค้กเงินกู้
คณะกรรมการกลั่นกรองฯ ได้วางหลักเกณฑ์การพิจารณาโครงการหลัก ๆ 5 ข้อด้วยกัน คือ 1.มีความสอดคล้องตามข้อ 11 ของระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการ ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569
ได้แก่ 1) วัตถุประสงค์สอดคล้องตามบัญชีแนบท้าย พ.ร.ก. 2) จำเป็นเร่งด่วน แต่ไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณ 3) ดำเนินการได้ทันทีหลังคณะรัฐมนตรีอนุมัติ 4) คุ้มค่าในการดำเนินงานและก่อให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ
2.ยึดหลักธรรมาภิบาล โดยหน่วยงานเจ้าของโครงการจะต้องรายงานผลการดำเนินงานที่เปิดเผยต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง 3.การดำเนินการต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย. 2570 และเบิกจ่ายเงินแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2570 4.ส่งเสริมหรือสนับสนุนการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และ 5.ไม่เป็นการจ้างที่ปรึกษา ศึกษาวิจัย การศึกษาดูงาน และการเดินทางไปต่างประเทศ
อุดหนุนโซลาร์เซลล์ 5 หมื่น/หลัง
“ตอนนี้ยังไม่มีโครงการที่ผ่านการอนุมัติโดยคณะกรรมการกลั่นกรองฯ อย่างการติดโซลาร์เซลล์ของมหาดไทย เพียงมาคุยว่าจะดำเนินการแต่ยังไม่ได้เสนอรายละเอียดโครงการเข้ามา ดังนั้นทุกโครงการต้องทำรายละเอียดให้เป็นไปตามเกณฑ์แล้วเสนอเข้ามาใหม่”
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ดี โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานหลัก ๆ ที่ใหญ่ที่สุดก็คงเป็นโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์ กับโครงการเปลี่ยนรถขนส่งสาธารณะเป็นรถอีวีของกระทรวงคมนาคม และกระทรวงการคลัง ที่ทางกรมสรรพสามิตเสนอเปลี่ยนรถแท็กซี่เป็นรถอีวี และมอเตอร์ไซค์เป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
ก.ย.กดปุ่มโซลาร์ครัวเรือน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานราชการต่าง ๆ ก็ประสานมายังกระทรวงการคลัง เพื่อเสนอรายละเอียดโครงการต่าง ๆ โดยจะเน้น 3 ด้านหลัก ๆ 1.เปลี่ยนผ่านพลังงานเพื่อลดการพึ่งพานำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ไปใช้พลังงานสะอาดเช่นโซลาร์และปรับปรุงสายส่งเพื่อรองรับพลังงานสะอาด
2.การเปลี่ยนผ่านยานยนต์ที่ใช้น้ำมัน มาใช้พลังงานทดแทน โดยอาจจะมีการปรับเปลี่ยนระบบขนส่งสาธารณะของกระทรวงคมนาคม และ 3.การทำระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (สมาร์ทกริด)
“ขณะนี้มีคำขอมาแล้ว อาทิ เรื่องโครงการโซลาร์ การเปลี่ยนผ่านระบบขนส่ง และการยกระดับทักษะเข้ามาแล้ว โดยเฟสแรก คือเรื่องการเปลี่ยนผ่านโซลาร์ชุมชนและในครัวเรือนประชาชน ซึ่งผมคิดว่าพร้อมที่สุด คาดว่าจะกดปุ่มได้ภายในเดือน ก.ย.นี้”
เอกชนตีปีก-ทำตลาดแผงโซลาร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านที่ส่วนหนึ่งใช้เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงาน ทำให้แผงโซลาร์เซลล์ กลายเป็นสินค้าที่ได้รับอานิสงส์อย่างมาก จากนโยบายสนับสนุนโซลาร์ครัวเรือนของรัฐบาล ซึ่งคาดหมายว่า รัฐบาลจะอุดหนุนครัวเรือนละ 50,000 บาท เป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือน
ทำให้ตอนนี้ผู้ประกอบการในตลาดให้ความสำคัญกับนโยบายนี้ และเป็นเป้าหมายหลักในการทำตลาด แข่งขันกันขายแผงโซลาร์ เพราะจะมีเม็ดเงินงบประมาณจากนโยบายครั้งนี้ถึง 50,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นงบประมาณก้อนโตที่สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจโซลาร์เซลล์
สมอ.ควบคุมเข้มแผงโซลาร์เซลล์
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ระบุว่า แผงโซลาร์เซลล์เป็นสินค้าที่มีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. รองรับแล้ว โดยมีมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น มอก. 61215 สำหรับข้อกำหนดด้านการออกแบบและการรับรองแบบของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึกซิลิคอน และมาตรฐานด้านความปลอดภัยของแผงเซลล์แสงอาทิตย์
ในช่วงที่ผ่านมามาตรฐานดังกล่าวยังอยู่ในลักษณะมาตรฐานทั่วไป ไม่ใช่มาตรฐานบังคับ ทำให้การนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์จากต่างประเทศเพื่อจำหน่ายยังไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตจาก สมอ. อย่างไรก็ตามขณะนี้ สมอ.มีแนวทางยกระดับการกำกับดูแลแผงโซลาร์เซลล์ โดยเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 มีมติเห็นชอบให้แผงโซลาร์เซลล์เป็นสินค้าควบคุม เพื่อให้ทั้งผู้ผลิตในประเทศและผู้นำเข้าต้องปฏิบัติตามมาตรฐานเดียวกัน โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2569
สำหรับจำนวนผู้ประกอบการที่ยื่นขอใบอนุญาตนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์ข้อมูลที่ สมอ.เปิดเผยต่อสาธารณะยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน เนื่องจากในช่วงที่มาตรฐานยังไม่เป็นมาตรฐานบังคับ ผู้นำเข้าไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตนำเข้าจาก สมอ. ดังนั้นจึงไม่สามารถนำจำนวนผู้ผลิตที่ได้รับใบอนุญาต มอก. มาใช้แทนจำนวนผู้นำเข้าได้
เปิดรายชื่อผู้นำเข้า-ติดตั้ง
สำหรับผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ในประเทศที่ได้รับใบอนุญาต มอก. จากฐานข้อมูลเดิม พบว่ามี 7 ราย ได้แก่ บริษัท เทลซัน เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท ฟูโซล่าร์ จำกัด บริษัทโซล่าเพาเวอร์ เทคโนโลยี จำกัด บริษัท โซลาร์ พีพีเอ็ม จำกัด บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) บริษัท รันเนอร์จี พีวี เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน)
ผู้ประกอบการเหล่านี้มีสถานะเป็นผู้ผลิตในประเทศที่ได้รับใบอนุญาต มอก. กล่าวคือ เป็นโรงงานผลิตโซลาร์เซลล์ที่ใช้วิธีนำเข้าอุปกรณ์ เช่น แผ่นฟิล์มจากต่างประเทศ แล้วนำมาประกอบ (Assembly) เป็นแผงโซลาร์เซลล์ แต่ไม่ถือว่าเป็นบริษัทผู้นำเข้าแผงโซลาร์เซลล์จากต่างประเทศโดยตรง
ส่วนบริษัทที่รับออกแบบ จัดหา ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ (Solar EPC) ในไทย ที่เป็นบริษัทชั้นนำ ผู้เล่นรายสำคัญ เช่น บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (TSE) บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) บริษัท กรีน เยลโล่ ไทยแลนด์ จำกัด บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ โซลาร์ บริษัท กรีนเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เคจี โซลาร์ จำกัด บริษัท โซลาร์ พีพีเอ็ม บริษัท คอนสแตนท์ เอนเนอร์จี จำกัด บริษัท นีโอ คลีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด และบริษัท ไอเอ็นซี โซลาร์ จำกัด
แทบทุกรายนำเข้าจากจีน
แหล่งข่าวจากวงการธุรกิจแผงโซลาร์เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผู้ประกอบการธุรกิจโซลาร์เซลล์ในไทยล้วนเป็นการใช้อุปกรณ์จากจีนแทบทั้งสิ้น โดยบางรายเป็นผู้ประกอบการจีนที่เข้ามาตั้งโรงงานในไทย เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการส่งออกไปจำหน่ายในประเทศแถบอาเซียน หรือบางรายเป็นผู้ประกอบการไทยที่ตั้งโรงงานนำเข้าชิ้นส่วนอุปกรณ์เพื่อจำหน่ายในประเทศ โดยเจ้าใหญ่ที่กินส่วนแบ่งตลาดมากสุด คือ จินโกะ โซลาร์ (Jinko Solar) ถือว่าเป็นผู้ผลิตแผงโซลาร์ระดับ Tier 1 ซึ่งเป็นยี่ห้อที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก
“ธุรกิจโซลาร์ถือว่าเป็นธุรกิจโซลูชั่น กล่าวคือ ผู้ผลิตหรือเจ้าของสินค้าจะต้องมีเครือข่ายตัวแทนจัดจำหน่าย (Distribution) และมีบริษัทผู้ติดตั้ง (Installer) เพราะลูกค้าหรือผู้บริโภคจะต้องได้รับการชี้แนะ และให้คำปรึกษาถึงรายละเอียดการใช้งาน กำลังไฟฟ้า จำนวนวัตต์ และปริมาณแผงโซลาร์ที่ต้องการใช้ต่อหลังคาเรือน พร้อมกับคำนวณค่าใช้จ่าย ซึ่งโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ครัวเรือนละ 1-3 แสนบาทขึ้นกับปริมาณการใช้ไฟของแต่ละบ้าน ดังนั้น การขายจึงสำคัญที่บริษัทผู้ติดตั้ง ไม่ใช่ยี่ห้อของสินค้า”
ถนนทุกสายมุ่งสู่ “กฟน.-กฟภ.”
แหล่งข่าวกล่าวว่า ส่วนการคัดเลือกบริษัทที่จะมีสิทธิเข้าร่วมโครงการของรัฐบาลในครั้งนี้ มีการระบุว่า จะเป็น 2 หน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย คือ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ที่จะรับผิดชอบดูแลพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ขณะที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะรับผิดชอบในส่วนจังหวัดที่เหลือทั่วประเทศ
ทั้ง กฟน. และ กฟภ. มีหน้าที่ดำเนินการด้านเทคนิคและรับรองมาตรฐาน ซึ่งหมายความว่าทั้ง 2 หน่วยงานจะเป็นผู้ขึ้นทะเบียนและตรวจสอบคุณสมบัติของบริษัทที่ทำธุรกิจติดตั้งแผงโซลาร์ รวมถึงอุปกรณ์แผงโซลาร์ที่จะได้รับการอนุมัติให้ใช้ในโครงการอุดหนุนงบประมาณโซลาร์ครัวเรือน