Cover Image

สวนพี่สวนน้อง แตกต่างแต่ไม่ขัดแย้ง - บ้านและสวน

สวนพี่สวนน้อง ที่แม้จะมีสถาปัตยกรรมที่ต่างกัน แต่ความท้าทายคือการทำให้บ้านทั้งสองหลังไม่แยกออกจากกัน แนวคิดการจัดแลนด์สเคป สวนจึงเน้นสร้างความกลมกลืนระหว่างสองพื้นที่ โดยยังคงเอกลักษณ์ของบ้านแต่ละหลังไว้ มุมมองที่ต่างส่งเสริมกัน พื้นที่ใช้งานที่ต่อเนื่องกัน ให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว

Design Directory : ออกแบบ Saturday & Sunday Garden

แนวแบ่งเขตของบ้านทั้งสองหลังถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของสวน โดยยังคงความชัดเจนของขอบเขตไว้ สนามหญ้าเป็นส่วนของบ้านพี่สาว แปลงไม้พุ่มเป็นส่วนของบ้านน้องสาว แนวรอยต่อถูกกำหนดด้วย “เส้นตรง” ที่ทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งเขตอย่างชัดเจน แต่ยังรับรู้ได้ว่าเป็นพื้นที่เดียวกัน

สวนหน้าบ้านน้องสาวเป็นแปลงดอกไม้คล้ายบ้านพี่ ต่างที่ใส่ไม้ตัดแต่งพุ่มกลมเพิ่มมากกว่าเพื่อให้เหมาะกับบ้านสไตล์มินิมัล

ห้องพระที่แยกออกมาจากตัวบ้าน เพิ่มไม้ใหญ่เพื่อพรางสายตาจากคนมอง เกิดความเป็นส่วนตัวในขณะที่มาสวดมนต์ทำสมาธิ ด้านหลังเป็นทิศตะวันตกลงไม้ใหญ่ช่วยพรางแสงช่วงบ่าย ใกล้กันเป็นแปลงดอกไม้ไว้สำหรับตัดบูชาพระ

บ้านสองหลังบนที่ผืนเดียวกันที่มีคาแร็กเตอร์ต่างกันอย่างชัดเจน บ้านพี่ออกแบบเป็นสไตล์โรงนาฝรั่ง ส่วนบ้านน้องดูเรียบง่ายสไตล์มินิมัล พี่น้องต้องการพื้นที่สีเขียวที่ไม่แบ่งแยก เชื่อมโยงลื่นไหลไปด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ สะท้อนความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกัน สวนนี้จึงไม่ใช่แค่เน้นเรื่องความสวยงาม หากยังมีความเอื้ออาทรที่สัมผัสได้ในทุกมุม

“ตอนที่เข้ามาสำรวจพื้นที่ เราเห็นสไตล์ของบ้านทั้งสองหลังแล้วครับ เจ้าของทั้งสองท่านไม่กำหนดเลยว่าต้องการสวนแบบไหน แค่ต้องการฟังก์ชันการใช้งานที่จำเป็นมากกว่า เช่น สร้างความเป็นส่วนตัวให้บางพื้นที่ อย่างห้องพระที่เป็นอาคารเล็ก ๆ แยกออกมาทางด้านหน้าบ้านของน้องสาว อยากให้ช่วยพรางมุมมองสร้างสมาธิขณะใช้งาน หรือประตูหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของบ้านทั้งสองหลังที่อยากให้มีต้นไม้มาบังแดดสร้างร่มเงา รวมถึงบ่อน้ำและเนินหญ้าตามความเชื่อทางฮวงจุ้ยครับ” คุณภู-ภูษิต พันสาง นักจัดสวนจาก Saturday & Sunday Garden เล่าถึงโจทย์ที่ได้รับมาให้ฟัง

ไม้ตัดแต่งพุ่มกลมตั้งใจให้เหมือนฟองสบู่ เล่นในเรื่องของสีและขนาดที่คละกันให้ดูสนุก การตัดแต่งไม้พุ่มกลมจะนิยมทำ 2 แบบ คือ ทรงลูกบอลและทรงกระทะคว่ำ จะเลือกตัดทรงไหนก็ขึ้นอยู่กับความชอบ เทคนิคการตัดให้กลมสวยคือคว่ำกรรไกรตัด จะทำให้ตัดได้โค้งกลึงได้กลมกว่า ตัดแต่งบ่อย ๆ เดือนละครั้ง ใบจะเล็กลง พุ่มจะกลมเนียนสวย

ปลูกต้นไม้ที่ใบมีขนาดเล็ก พุ่มใบไม่แน่นทึบเกินไป เช่น สนเกรวิลเลีย กระดุมไม้ใบเงิน ช่วยบังมุมมองจากภายนอกมาที่ห้องนอนของบ้านน้องสาว เพิ่มความเป็นส่วนตัว โดยไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด

ซอกระหว่างอาคารเป็นพื้นที่ค่อนข้างร่ม ต้องเลือกใช้ไม้ทนร่มได้ เช่น โกฐจุฬาลัมพา พู่กันทอง ตรีชวา ปลูกเพียงชนิดเดียวเป็นกลุ่มใหญ่ จะดูแลได้ง่ายกว่า ควรตัดแต่งคุมความสูงไม่ให้ดูรก

“บ้านทั้งสองหลังนี้เหมาะกับสไตล์สวนที่ต่างกัน บ้านพี่สาวเป็นสไตล์โรงนาฝรั่งเหมาะกับสวนอิงลิชคอตเทจ มีทุ่งดอกไม้น่ารัก ๆ ส่วนบ้านน้องสาวเป็นสไตล์มินิมัลก็จะเติมไม้ตัดแต่งพุ่มกลม ใช้เส้นมาเสริมให้ดูทันสมัยเหมาะกับบ้าน ส่วนบริบทอื่นที่เพิ่มเข้ามายังเน้นความอ่อนโยนเป็นธรรมชาติ ให้ต้นไม้ได้เติบโตอย่างเป็นอิสระตามสไตล์สวนธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ในงานออกแบบของ Saturday & Sunday Garden สวนของทั้งสองบ้านจะไม่แบ่งแยกออกจากกันชัดเจน พรรณไม้ถูกจัดวางให้เชื่อมโยงถึงกัน ดูกลมกลืนไปด้วยกันทั้งหมดตามแนวคิด ‘สวนพี่สวนน้อง’ เป็นพื้นที่สีเขียวที่ใช้ร่วมกันระหว่างพี่น้องครับ”

ริมรั้วลงไม้ดอกหลายชนิด รวมทั้งหญ้าประดับคละกันไปให้เหมือนขึ้นเองตามธรรมชาติ ตั้งใจทำรั้วให้เตี้ย และไม่ปลูกไม้พุ่มสูง เพื่อให้มองเห็นบรรยากาศนอกรั้วถัดออกไป ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านอยู่กลางป่า

สนามหญ้าทำเนินเล็ก ๆ เปรียบเป็นภูเขาตามหลักฮวงจุ้ย เลือกใช้ไม้ใหญ่ทรงต้นสูงชะลูด เช่น สนฉัตร ซิลเวอร์โอ๊ก สนมังกร เกรวิลเลีย เพื่อสร้างบรรยากาศบ้านเชิงเขาในป่าสน

บ้านสีเขียวของพี่สาวตกแต่งในสไตล์วินเทจที่ดูอบอุ่น เป็นกันเอง สวนอิงลิชคอตเทจจะช่วยเสริมคาแร็กเตอร์ของบ้านแบบโรงนาในชนบทฝรั่งให้ชัดเจนและมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น สร้างมิติในแนวตั้งด้วยสนมังกร สนแผง สนบลู แซมด้วยไม้ดอกหลากหลายชนิดเหมือนทุ่งดอกไม้ เสริมด้วยไม้ตัดแต่งพุ่มกลมเพื่อเชื่อมโยงกับสวนของบ้านน้องสาว จัดองค์ประกอบต่าง ๆ แบบไม่ตั้งใจแต่ลงตัว ส่วนบ้านสีขาวของน้องสาวลงต้นไม้กระจายแบบสุ่ม (Free Form Planting) หน้าบ้านเป็นแปลงดอกไม้คล้ายกับบ้านพี่สาว แต่เพิ่มไม้ตัดแต่งพุ่มกลมให้มากขึ้น เพื่อให้เหมาะกับสไตล์มินิมัลที่ดูเรียบง่ายของบ้าน เน้นไม้ใหญ่ใส่ฟังก์ชันทั้งพรางสายตา สร้างความเป็นส่วนตัว และให้ร่มเงาแก่ห้องนอนและห้องพระ

รอบสนามหญ้าทำแปลงปลูกต้นไม้ดอกไม้หลายชนิดลงกระจายแบบสุ่ม (Free Form Planting) จำลองให้ดูคล้ายดอกไม้ที่ขึ้นเองตามป่า เลือกใช้ไม้ดอกหลากสีเพื่อต้องการเน้นความสดใส

หญ้าประดับเป็นต้นไม้ที่เหมาะกับสวนสไตล์ธรรมชาติ ต้นแตกกอดูฟุ้งให้ความรู้สึกที่เบาสบาย เพิ่มอารมณ์ทุ่งหญ้าป่าดอกไม้ การดูแลขึ้นอยู่กับชนิดหญ้า เช่น หญ้าน้ำพุ ควรให้น้ำและธาตุอาหารน้อย ๆ ปล่อยให้ต้นแกร็น จะอยู่ได้นาน ถ้าอาหารสมบูรณ์เกินไป ต้นจะขึ้นโคนไว คือจะแตกต้นใหม่ที่ข้อปล้อง ต้นจะสูงเร็ว โทรมไว ไม่สวย ข้อเสียอย่างเดียวของหญ้าประดับคือ ไม่ค่อยทนฝน ถ้าโดนฝนแล้วต้นฟุบ ตัดแต่งแล้วก็ไม่ฟื้น ไม่สวย แนะนำให้เปลี่ยนต้นเปลี่ยนกอใหม่

ใช้พรรณไม้ร่วมกันระหว่างสวนทั้งสองบ้าน รวมไปถึงไม้ตัดแต่งพุ่มกลม คุมขนาดและปลูกต้นไม้ให้มีเลเยอร์เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ ทำให้สวนดูต่อเนื่องเป็นพื้นที่เดียวกัน

ในส่วนของการเลือกและจัดกลุ่มพรรณไม้ คุณภูและคุณเอ๊ะ-สมภพ พานทอง นักจัดสวนอีกท่านจาก Saturday & Sunday Garden ช่วยกันเล่าเสริมให้ฟังว่า

“เราใช้ไม้ดอกและไม้ตัดแต่งพุ่มกลมในสวนของบ้านทั้งสองหลัง เพื่อเชื่อมโยงให้สวนต่อเนื่องถึงกัน แปลงดอกไม้รอบ ๆ สนามหญ้าจะปลูกให้มีลักษณะคล้ายทุ่งดอกไม้ป่าที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยไม่มีการกำหนดโทนสีครับ ใช้ไม้ดอกหลายชนิดหลากสีสัน ให้ได้มู้ดที่สดชื่นสดใส ไม่ว่าจะเป็นพยับหมอก ดาวกระจาย ซัลเวียฮัมมิ่งเบิร์ดดอกสีขาวและสีชมพู บานเช้า ตรีชวา ฟ้าประดิษฐ์ ต้อยติ่งฝรั่งดอกสีขาวและสีม่วง ใบต่อก้าน บานไม่รู้โรย อังกาบดอกม่วง จันทร์ฉาย อเมริกันบิวตี้ ซัลเวีย เดซี่เลื้อย บลูเสจ ผกากรองดอกสีขาวและสีเหลือง พู่กันทอง สังกรณีดอกสีแดง ส่วนไม้ตัดแต่งพุ่มกลมทั้งนีออน ชาฮกเกี้ยน ผกากรองชนิดกึ่งเลื้อย หงส์ฟู่ ใช้คละขนาดสูงต่ำ ตั้งใจให้เหมือนฟองสบู่ (Bubble) ลอยในอากาศ ดูสนุกและน่ารัก นอกจากนี้ก็ยังใช้หญ้าประดับพวกหญ้าน้ำพุแคระ หญ้าพิงค์มูลลี่ หญ้าเรดเม็กซิกัน เพื่อเติมอารมณ์ของทุ่งหญ้าในป่าให้สมบูรณ์ ส่วนต้นไม้ใหญ่เลือกใช้สนฉัตร สนมังกร ซิลเวอร์โอ๊ก กระดุมไม้ใบเงิน ทีทรีออย สนเกรวิลเลีย อยากให้ได้ฟีลของบ้านในป่าสนบนเนินเขาครับ

หน้าบ้านติดพื้นที่ส่วนกลาง ออกแบบสวนให้มีลักษณะเป็น “สวนแบบปาร์ก” (Park Like Landscape) ลงต้นไม้แน่นหน่อยเพื่อให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับ “ป่าธรรมชาติ” เล่นโทนสีและระดับสูงต่ำ ใช้ต้นไม้ที่ใบมีขนาดเล็ก พุ่มใบแน่นพอจะบังมุมมองได้ แต่ก็ไม่หนาทึบจนรู้สึกอึดอัด

สวนครัวเป็นอีกความต้องการของเจ้าของบ้าน กระบะปลูกก่อด้วยอิฐมวลเบา กรุแต่งผิวด้วยหินทรายรูปทรงฟรีฟอร์ม ตั้งใจเลือกใช้วัสดุในงานฮาร์ดสเคปของสวนให้เชื่อมโยงกับวัสดุของบ้าน ตำแหน่งสวนครัวพิจารณาจากภาพรวมทั้งหมดของผังบ้าน จัดให้อยู่ในตำแหน่งที่เข้ากับองค์ประกอบของบ้าน และไม่ลดทอนความโก้ของบ้าน

“บริเวณหน้าบ้านบรรยากาศสวนจะต่างออกไป เนื่องจากอยู่ติดกับสนามเทนนิสของส่วนกลาง ออกแบบให้มีลักษณะเป็น ‘สวนแบบปาร์ก’ (Park Like Landscape) เติมไม้ใหญ่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับ ‘ป่าธรรมชาติ’ คงบรรยากาศเดิม ๆ ของพื้นที่ไว้ ต้นไม้ขนาดใหญ่จะเป็นองค์ประกอบหลักเพื่อสร้างร่มเงาและมิติให้พื้นที่ แนวคิดนี้ช่วยให้ทางเข้าบ้านดูกลมกลืนกับบริบทโดยรอบ ดูร่มรื่นเป็นธรรมชาติ ให้ความสงบและรู้สึกผ่อนคลาย ไม้ใหญ่ที่เลือกใช้ยังเป็นกลุ่มต้นไม้ที่มีทรงต้นสูงชะลูดเช่นเดียวกับที่ใช้ในสวนหลังบ้าน แต่ปลูกชิดกันหน่อย แน่นขึ้นนิด เน้นกลุ่มไม้ไม่ผลัดใบที่ใบจะมีสีเขียวตลอดทั้งปี เช่น สนฉัตร ทีทรีออย ล้อไปกับสีเขียวของบ้านพี่สาว แต่เล่นในเรื่องของโทนสี รูปทรง และระดับสูงต่ำ เติมไม้ใบสีเทาเงินพวกซิลเวอร์โอ๊ก กระดุมไม้ใบเงิน สนเกรวิลเลีย ใบสีออกเหลืองของหลิวออสเตรเลีย ทองนพเก้า ถ้าสังเกตจะพบว่าไม้ใหญ่ที่ใช้ส่วนใหญ่ใบจะมีลักษณะเป็นเส้นเล็กเรียว หรือไม่ก็มีใบขนาดเล็ก แต่พุ่มใบจะแน่นพอที่จะพรางสายตา ในขณะเดียวกันก็ไม่ทึบจนทำให้รู้สึกอึดอัดแม้ว่าจะปลูกรวมกันค่อนข้างแน่น อีกเหตุผลที่เลือกให้ไม้ใหญ่ที่มีความหลากหลายทั้งในเรื่องของสีสันและรูปทรง เพื่อใช้เป็นแนวกั้น (Barrier) ให้ดึงดูดสายตาคนที่มาใช้พื้นที่ส่วนกลางให้โฟกัสที่สวนมากกว่ามองมาที่บ้าน และใส่สีสันของดอกไม้เพิ่มด้วยไม้พุ่มไม้เลื้อยที่ระดับล่างครับ”

ข้างบ้านพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบลึกและอยู่ติดถนนส่วนกลาง อีกทั้งบ้านมีหน้าต่างเป็นกระจกค่อนข้างเยอะ ตั้งใจปลูกไม้ใหญ่เพื่อบังสายตาและสร้างความเป็นส่วนตัวให้มากกว่าบริเวณอื่น ยังคงใช้ไม้ต้นในกลุ่มเดิม  แต่เน้นที่สีใบอ่อนหรือสีเทาเงินออกสว่าง เพื่อไม่ให้รู้สึกอึดอัด และเพราะพื้นที่แคบมากจึงไม่ทำทางเดิน ใช้วิธีปลูกต้นไม้ให้ห่างกันให้พอมีช่องว่างเดินลัดเลาะใต้พุ่มไม้ได้เท่านั้น

ซัลเวียฮัมมิ่งเบิร์ดดอกสีชมพู มีข้อดีที่เมล็ดร่วงแล้วงอกต้นใหม่ได้เองตามธรรมชาติ ยังมีดอกสีขาว สีม่วง และสีแดงอีกด้วย เลี้ยงง่าย ดูแลง่าย เหมาะจะปลูกเป็นไม้ฟิลเลอร์ในแปลง ให้อารมณ์ดอกไม้ป่าได้ดี นอกจากนี้ยังมีต้อยติ่งฝรั่ง ดาวกระจาย และสังกรณีดอกสีแดง ที่เมล็ดสามารถงอกเองได้ตามธรรมชาติเช่นกัน

ในพื้นที่ที่มีลมพัดแรง สำหรับไม้ใหญ่ที่มีฟอร์มต้นสูงชะลูด เช่น สนฉัตร ต้องใช้ค้ำยันช่วยบ้าง และใช้การค้ำยันแบบกระโจมจะแข็งแรงมั่นคงกว่าแบบอื่น 

สองพี่น้อง สองสไตล์ แม้จะต่างความชอบ นั่งพูดคุยใต้ร่มไม้เดียวกันในสวนที่ “ไม่เหมือนกัน” แต่ “เข้าใจ” และ “เกื้อกูล” กันตลอดไป

เจ้าของ : คุณกนกภรณ์ จุลชาต และคุณสุทธิมน ณรงค์ชัยสฤษดิ์

ออกแบบ : Saturday & Sunday Garden โดยคุณภูษิต พันสาง และคุณสมภพ พานทอง

สวนแห่งนี้ตีพิมพ์ในนิตยสารบ้านและสวน ฉบับกรกฎาคม 2569 คลิกสั่งซื้อที่นี่


สวนดอกไม้ริมเชิงเขา ศิลปะธรรมชาติที่ปรับเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา

Naturalistic Garden ศิลปะของธรรมชาติที่บ้านแย้มนาม

Back To Top