นายกฯ ปิดทริปนิวซีแลนด์!! พบชุมชนไทย รับฟังปัญหาแรงงาน-อาชีพ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ปฏิบัติภารกิจวันสุดท้ายในการเยือนประเทศนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ โดยได้พบปะตัวแทน ชุมชนไทยกว่า 100 คน ที่ห้อง Harbour 1 ชั้น 2 โรงแรม Park Hyatt Auckland
นายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปผลการเดินทางเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ว่า ภารกิจครั้งนี้ช่วยยกระดับความสัมพันธ์กับ 2 ประเทศให้แน่นแฟ้นขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน วัฒนธรรม เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างประชาชน โดยมีการวางแนวทางและลงนามความตกลงเพื่อยกระดับสู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ พร้อมใช้ประโยชน์จาก FTA ที่มีอยู่ให้เกิดผลจริงมากขึ้น
ด้านความมั่นคง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สถานการณ์ชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านยังอยู่ในความสงบ ไม่มีการปะทะทางทหาร ส่วนประเด็นพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลกับกัมพูชา รัฐบาลใช้แนวทางชะลอการเจรจาไว้ก่อน เพื่อลดความเสี่ยงของความขัดแย้ง และให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
สำหรับสถานการณ์เมียนมา นายอนุทิน ย้ำว่า ไทยไม่สนับสนุนการใช้อาวุธหรือการใช้พื้นที่ชายแดนสร้างผลกระทบต่อประเทศ ขณะเดียวกันไทยทำงานกับอาเซียนอย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือปัญหาต่อเนื่อง ทั้งยาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการบริหารจัดการพลังงานก๊าซธรรมชาติให้รักษาผลประโยชน์ของชาติ
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจว่า ตัวเลขหลายด้านสะท้อนความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย โดยยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนผ่านบีโอไอเพิ่มขึ้นเกือบ 100% การส่งออกขยายตัวประมาณ 20% ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพ ตลาดหลักทรัพย์แข็งแรง และอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ดี
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับฟังข้อเสนอจากชุมชนไทย โดยเฉพาะประเด็นด้านแรงงานและการประกอบอาชีพ ซึ่งรัฐบาลจะนำไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและฝ่ายนิวซีแลนด์ เพื่อแสวงหาแนวทางเพิ่มโอกาสให้แรงงานไทย ควบคู่กับการดูแลสิทธิ สวัสดิการ และคุณภาพชีวิตอย่างเหมาะสม
*รัฐบาลเดินหน้าเจรจาเชิงรุกมุ่งเป้าดึงดูดลงทุน นำเทคโนโลยีเกษตร-พลังงานสะอาดจากนิวซีแลนด์ต่อยอดไทย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวว่า จากการหารือกับภาคธุรกิจนิวซีแลนด์ พบว่านักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจประเทศไทยมากขึ้น ทั้งในฐานะตลาด ฐานการผลิต และจุดเชื่อมต่อไปยังภูมิภาค ขณะเดียวกันนักลงทุนไทยก็มีบทบาทสำคัญในนิวซีแลนด์ เช่น การเข้าไปถือหุ้น 20% ในธุรกิจน้ำผึ้งคุณภาพสูง Comvita รวมถึงการลงทุนในธุรกิจโรงแรมชั้นนำ ซึ่งสะท้อนว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจไม่ได้เดินทางเดียวแต่ขยายได้ทั้ง 2 ฝั่ง
นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลต้องการเปลี่ยนแรงกดดันจากวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพให้เป็นโอกาส โดยนิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้านเกษตรกรรม เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว และวิทยาศาสตร์อาหาร จึงสามารถร่วมกับไทยในการยกระดับสินค้าเกษตร เพิ่มมูลค่า และสร้างรายได้ที่ดีขึ้นให้เกษตรกรไทย
นอกจากนี้ ไทยยังมองเห็นโอกาสความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพราะทั้ง 2 ประเทศต่างให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ลดต้นทุน และเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมและค่าครองชีพของประชาชน
อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าในภูมิภาค โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและผลไม้สด เช่น แอปเปิลจากนิวซีแลนด์ ซึ่งไทยมีข้อได้เปรียบด้านทำเล ตลาดผู้บริโภค และเครือข่ายค้าปลีก โดยได้หารือกับ T&G Global เพื่อพิจารณาการลงทุนตั้งศูนย์กระจายสินค้าในประเทศไทย รวมถึงเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจไทย เช่น กลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่
นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนไทยให้พร้อมรับเศรษฐกิจใหม่ โดยจะนำทักษะด้านดิจิทัล เทคโนโลยี และองค์ความรู้สมัยใหม่มาถ่ายทอดให้คนไทยมากขึ้น ขณะเดียวกันจะผลักดันความเป็นไทย ทั้งอาหาร วัฒนธรรม บริการ และความสามารถของผู้ประกอบการไทย ให้เป็นที่รู้จักในนิวซีแลนด์มากขึ้น
สำหรับเป้าหมายของรัฐบาล คือ การทำให้ความร่วมมือระหว่างไทยและนิวซีแลนด์เกิดประโยชน์จริงต่อประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน เทคโนโลยี เกษตร พลังงานสะอาด การท่องเที่ยว หรือการพัฒนาทักษะคนไทย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความภาคภูมิใจ และทำให้คนไทยมีโอกาสเป็นเจ้าของธุรกิจในเวทีสากลมากขึ้น
*จุลพันธ์ เตรียมพ่วงประเด็นแรงงานใน FTA เพิ่มโควตา ลดข้อจำกัดภาษา เปิดทางเกษตร เชฟ หมอนวดไทยทำงานนิวซีแลนด์มากขึ้น
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน กล่าวว่า ในมิติแรงงาน นิวซีแลนด์เป็นตลาดที่มีความสำคัญ ปัจจุบันมีแรงงานไทยตามฤดูกาลในภาคเกษตรประมาณ 7,800 คนต่อปี กระทรวงแรงงานเตรียมนำประเด็นแรงงานเข้าไปหารือควบคู่กับการปรับปรุงความตกลงการค้าเสรีฉบับเดิม เพื่อเพิ่มโควตาและยกระดับการคุ้มครองแรงงานไทย
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า แนวทางเจรจาจะครอบคลุมทั้งการขยายโอกาสการจ้างงาน การดูแลสวัสดิภาพ สวัสดิการ และการลดข้อจำกัดที่ไม่สอดคล้องกับลักษณะงานจริง โดยเฉพาะเงื่อนไขภาษาอังกฤษในบางอาชีพ เช่น เกษตร เชฟ และพนักงานนวด
ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะเสนอให้ปรับระดับภาษาอังกฤษจากเกณฑ์เชิงวิชาการลงมาเหลือระดับสื่อสารพื้นฐาน สำหรับงานที่ไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาซับซ้อน เพื่อเปิดโอกาสให้แรงงานไทยเข้าถึงงานในนิวซีแลนด์ได้มากขึ้น พร้อมย้ำว่า การเพิ่มจำนวนแรงงานต้องเดินควบคู่กับการดูแลสิทธิ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของคนไทยในต่างแดนอย่างเป็นระบบ
*สีหศักดิ์ เดินหน้าการทูตเพื่อประชาชน ดูแลชุมชนไทยต่างแดน
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานะของประเทศไทยในเวทีโลกปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาประเทศ เช่นเดียวกับทิศทางเศรษฐกิจไทยและบทบาทในเวทีต่างๆ กำลังดำเนินไปในทางที่มั่นคง แม้จะยังมีความท้าทายจากสถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านที่ยังคงเป็นปัญหาอยู่บ้าง โดยภารกิจด้านต่างประเทศถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญสูงควบคู่ไปกับภารกิจภายในประเทศ ซึ่งต้องอาศัยการขับเคลื่อนที่เข้มข้นจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรัฐบาล
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน