Cover Image

‘อัค อัครัฐ’ เปิดใจอาลัย ‘เร แม๊คโดแนลด์’ ยกเป็นไอดอล-ครูผู้สอนผ่านการทำงาน

‘อัค อัครัฐ’ เปิดใจอาลัย ‘เร แม๊คโดแนลด์’ ยกเป็นไอดอล-ครูผู้สอนผ่านการทำงาน เตือนทุกคนหันมาดูแลสุขภาพ

“อัค อัครัฐ นิมิตรชัย” เดินทางร่วมงานสวดอภิธรรม “เร แม๊คโดแนลด์” เป็นวันที่ 2 ณ วัดยาง พระอารามหลวง พร้อมเปิดใจถึงความผูกพันและแรงบันดาลใจตลอดหลายปีที่ได้ร่วมงานกัน

จากการทำงานท่องเที่ยวด้วยกันมา?
“เจอพี่เลย์ครั้งแรกตอนเล่นหนัง “O.T. ผี OVERTIME” ครับ อันนั้นคือเรื่องแรกที่เจอพี่เรครับ แล้วก็พอจบจากหนังมา ก็เลยได้มีโอกาสไปร่วมงานกับพี่เร คือเหมือนเขาจะเริ่มรายการใหม่ เป็นรายการเกี่ยวกับภูเขาครับ ชื่อรายการว่า “ติดเขา” แต่ทีนี้พี่เรเขาเป็นคนที่อินกับทะเลมากกว่า ก็เลยหาพิธีกร แล้วก็ประกอบกับเคยทำงานด้วยกัน เคยถ่ายหนังด้วยกัน แกก็เลยนึกถึง ก็เลยโทรมาครับ ว่าชวนไปทำพิธีกรครับ”

แล้วเป็นยังไงบ้างที่เขาชวนไป?
“ดีมากครับ คือพี่เรเป็นไอดอลเราตั้งแต่ ตั้งแต่ตอนเราเริ่มเข้าวงการใหม่ๆ เรารู้สึกว่าเขาเป็นผู้ชายที่เท่ แล้วก็ในด้านการแสดงคือเป็นจังหวะการแสดงที่แบบไม่มีใครเหมือน แล้วเราไม่เคยเจอในจังหวะละครครับ แล้วพอไปเจอเขาจริงๆ คือเห็นเขาผ่านทีวีว่าเท่แล้ว พอไปอยู่หน้าเซ็ตกับเขา ได้ทำงานกับเขา ยิ่งรู้สึกว่าแบบ โอ้โห สุดๆ ครับ”

เขาเป็นแรงบันดาลใจให้เราทำงาน?
“เป็นแรงบันดาลใจทั้งในแง่ของการทำงานในวงการ การแสดง แล้วก็การเดินทางด้วยครับ แล้วยิ่งพอได้ทำงานกับเขา เราได้เดินทางกับเขาบ้างบางทริป เพราะปกติเขาก็จะมีทีมแกก็อยู่เบื้องหลังไม่ได้มาดูเองครับ แต่ว่าบางทริปแกก็ออกไปเดินทางด้วย ถ้าลูกไหนที่แกรู้สึกว่าอยากไปด้วย เป็นเขาที่อยากเดินมานาน วิวสวยๆ แกก็จะไปด้วยครับ แล้วพอออกทริปด้วยกันกับพี่เร เราก็จะเห็นวิธีการเดินทางของเขา เวลาเขาอยู่กับธรรมชาติ อยู่กับเส้นทางที่เขาแพลนไว้ พอเห็นแล้วเราก็รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เท่จัง”

ได้เรียนรู้อะไรจากพี่เรบ้าง พอได้รู้จัก ได้คลุกคลี ได้ทำงานร่วมกัน?
“ได้เรียนรู้อะไรบ้างเหรอครับ เราเห็นเขาผ่านทีวีนะ เราไม่ได้รู้จักตัวตนจริงๆ ของเขา แต่พอเราได้ไปทำงาน ได้ไปอยู่กับเขา เรา เราเห็นตัวตนชีวิตเขามากขึ้น ในพาร์ทการทำงานพี่เรคือเป็นคนที่จริงจังสุดๆ เป็นคนที่ไปสุดกับชีวิตตัวเองมากๆ ครับ เหมือนมีเส้นทางของตัวเองชัดเจน ไม่ได้แบบว่าถูกเหมือนสังคมสมัยใหม่ หรือว่าโซเชียลสมัยใหม่ดึงไป “เหมือนเป็นคนที่ชัดเจนในเลนตัวเองสุดๆ” มันเป็นเวย์ที่เขาเลือกแล้วว่าเขาจะใช้ชีวิตแบบนี้ เป็นเวย์ที่เขาเลือกแล้วว่าเขาจะเดินไปทางนี้ครับ คือมันไม่ได้เป็นทางที่เดือดร้อนใคร แต่ว่ามันเป็นทางที่เขาทำแล้วเขาแฮปปี้ เขามีความสุข”

เคยมีให้คำปรึกษากันไหม?
“ถามว่าปรึกษาไหม ไม่เคยๆ ปรึกษาพี่เรครับ เห็นแค่เขาทำให้ดูเป็นตัวอย่างมากกว่า ทั้งในเรื่องการแสดง เวลาเขามากอง เวลาเขาอยู่หน้าเซ็ต และชอบคุยกับเขาคือเพิ่งรู้ว่าเขาไม่เคยเรียนการแสดงมาก่อน แต่เป็นคนที่แอ็กชั่นปุ๊บแล้วไปเป็นเลย คือด้วยความที่อาจจะด้วยความจริงของเขาในชีวิตจริง เขาจริงใจมากๆ มั้งครับ เวลาอยู่ในตัวละครหรือเวลาอยู่หน้าเซ็ต มันเลยทำให้เขาจริงใจแล้วก็ซื่อสัตย์กับตัวละครของเขา เราเลยเห็นผ่านการทำงานของเขามากกว่า ทั้งในเรื่องของ การแสดงด้วย แล้วก็การเดินทางด้วยครับ”

รู้สึกว่าเราสูญเสีย นักเดินทางคนหนึ่ง คนที่ทำรายการท่องเที่ยว?
“ครับ ก็เป็นปีที่เอานักเดินทางไปหลายคนเหมือนกันครับ คือถ้าสายเดินทางก็จะมีเหมือนไอดอลในแต่ละเวย์ แต่ละคนที่แบบที่ชื่นชอบอะไร คือตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงตอนนี้ก็ ก็หลายคนอยู่ เหมือนพี่เรก็เป็นคนล่าสุดก็ใจหาย พอเราเคยทำงานอยู่กับเขาหลายปี คือ “ติดเขา” มันมี 3 ซีซันอะครับ ก็ let’s say ว่า 3 ปี แล้วเจอตั้งแต่ตอนหนังอีก ก็คือรวมๆ ก็หลายปีอยู่ แล้วเหมือนมัน พอมันผูกพันแล้ว แล้วก็พอจบ พอจบ “ติดเขา” ไปก่อนโควิด มันก็เลยเฟดๆ กันไปครับ แล้วเหมือนมารู้ข่าวอีกทีคือเหมือนพี่ที่เขาเคยเป็นตากล้องโทรมาบอก ว่าเห็นข่าวพี่เรหรือยัง ตอนแรกนึกว่าข่าวว่าแกไปทำงานอะไรหรือเปล่า หมายถึงว่าไปมีโปรเจ็กต์อะไรที่มันเจ๋งๆ หรือเปล่า แต่เขาก็บอกว่าเหมือนให้ไปดูที่ข่าวลง พอเข้าไปดูเปิดไปเราก็ตอนแรกก็ยังไม่เชื่อว่า ว่ามันเกิดขึ้น”

ทุกอย่างมันเกิดขึ้นกะทันหัน?
“ใช่ครับ มากๆ (ตอนนั้นใช้เวลาทำความเข้าใจกับข่าวนี้นานแค่ไหน ว่านี่มันคือเรื่องจริงแล้วนะ?) จริงๆ มันก็ไม่นานหรอกครับ เพราะว่าในโซเชียลเขาก็คือลง รู้จากทีมงานเขาด้วยมันก็ยิ่งคอนเฟิร์มว่า เออ มันคือเรื่องจริง แต่ว่าก็อย่างที่บอก มันอยู่ดีๆ มันก็เกิดขึ้นมา แต่เหมือนพี่เรเวลาไปเที่ยว เขาก็ชอบ พูดว่าแบบ “The plan is no plan” อะไรเงี้ยครับ แต่ no plan อันนี้มันก็เกินไปหน่อย“

มาช่วยงาน 2 วันแล้ว?
“มาช่วยงานวันนี้วันที่ 2 ครับ ก็จริงๆ ตั้งใจว่าก็จะมาทุกวันเท่าที่มาได้ครับ แต่ว่าด้วยงานด้วยอะไร พรุ่งนี้อาจจะไม่ได้มาครับ แต่ว่าก็คุยกับพี่แหม่มว่าจะพยายามมาให้ได้มากที่สุด ก็คือมาส่งพี่เรครั้งสุดท้ายด้วยครับ”

ช่วยทำนั่น ทำนี่ ทำนู่น ตลอดเลย?
“ก็ช่วยอะไรได้นิดๆ หน่อยๆ ก็ช่วยกันครับ เพราะว่าเขาก็มีทีมเร่ร่อนของเขาอยู่ด้วยครับ ก็พยายามแว๊บช่วย แต่ว่าไม่ไม่ได้ไปเกะกะ ขวางทางอะไรเขาอะไรครับ”

อันนี้คือความตั้งใจของเราใช่ไหม การมา นอกเหนือจากมาส่งพี่เรแล้ว เราอยากทำอะไรให้พี่เรเป็นครั้งสุดท้าย เท่าที่เราจะทำได้?
“ใช่ครับ คือจริงๆ มันช่วยกันมาตั้งแต่ตอนทำงานครับ เพราะว่าด้วยความที่สเกลของเร่ร่อนหรือกองพี่เรจะเป็นกองที่สเกลเล็ก ไม่ได้มี โอ้โหมีกล้อง 2-3 ตัวอะไร คือตอนไปทำ พอมันเป็นสเกลเล็ก มันเลยทำให้เราต้องช่วยเหลือกัน บางทีเราก็ต้องแบกขาตั้งกล้อง บางทีเราก็ต้องวยกันถือกล้อง ช่วยกันแบกของขึ้นไปเพื่อที่จะไปถ่าย คือมันเป็น มันเลยอย่างที่บอกว่า เขาสอนผ่านการทำงาน มันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่า พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น การที่เราช่วยกันมันเป็นสิ่งที่เราช่วยกันมาตั้งแต่ตอนทำงานแล้ว ก็เลยเหมือนว่าถ้ามีอะไรพอจะช่วยได้ ก็หยิบจับกันไปครับ”

มีอะไรฝากให้กำลังใจพี่แหม่ม น้องมิก้า?
“น้องมิก้าเจอต้งแต่ตอนถ่ายติดเขา แต่ว่าตอนนั้นน้องยังเด็กๆ ครับ ประมาณ 3-4 ขวบมาถึงก็คอยสอบถามคนรอบข้างว่าน้องเป็นยังไงบ้าง แต่เหมือนเขาก็กำลังใจดีครับ เห็นหน้ามิก้าแล้วก็กลายเป็นนึกถึงพี่เร แล้วก็ ส่วนพี่แหม่มก็ให้กำลังใจ ให้เขาเข้มแข็งครับ แต่ว่าพี่แหม่มเข้มแข็งอยู่แล้วครับ”

มีกลับไปย้อนดูบ้างไหม คลิปเก่าๆ?
“มีครับ มันก็เป็นโมเมนต์ที่เหมือนเคย มันเคยผ่านเข้ามาในชีวิต แล้วเหมือนอยู่ดีๆ มันตัดแล้วมันหายไป คือถึงแม้ว่าจะไม่ได้คุยกันตลอดเวลา แต่เหมือนพอมันมีความทรงจำร่วมกันช่วงนึง แล้วพอก้อนนั้นมันหายไป มันก็เลยรู้สึกมันโหว่ๆ มันใจหายมากกว่าครับ แล้วก็เลยมีภาพเก่าๆ หรือคลิปเก่าๆ ก็ลองไปย้อนเปิดดูบ้าง”

ก็เลยระลึกถึงพี่เร?
“ใช่ครับ ก็ดูแล้วก็ระลึกถึง แต่ว่าพาร์ทที่ทำได้ ก็ส่วนตัวก็มีนั่งสมาธิให้ ไปคุยเหมือนอุทิศบุญให้ พาร์ทที่พอจะทำได้ แล้วเหมือนเราก็สบายใจด้วย แล้วก็คาดว่าพี่เรเขาก็น่าจะรับรู้ได้”

เราก็เป็นคนชอบเที่ยวเหมือนกัน พี่เรก็ชอบเที่ยว เราคิดว่าสิ่งที่เราต้องระวัง หรือดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ควรจะเป็นด้านไหนบ้าง เพื่อแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน?
จริงๆ การเดินทางทุกอย่างแหละครับ แล้วยิ่งเป็นสายเดินทางแบบฮาร์ดคอร์ มันก็จะสอนเราหลายๆ อย่าง เรื่องการเตรียมตัว เรื่องอะไร แต่หลักๆ มันเป็นเรื่องของการรู้ตัวเองครับ อันไหนที่เราไหว หรืออันไหนไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืน คือมันสอนให้เรารู้ตัวเองมากกว่า บางทีเราไปกันเป็นกลุ่มก๊วน แต่ว่าเพื่อนไหว เราก็เลยพยายามจะตามเพื่อน แต่ร่างกายเราไม่ไหวครับ หลักๆ มันคือเรื่องของการรู้ตัวเองมากกว่า แล้วก็มีสติ แต่พอเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นก็เรื่องสุขภาพแล้วครับ เพราะว่าเหมือนทุกวันนี้ คนเรามันก็สุขภาพไม่ค่อยดี เรื่องการดูแลตัวเอง หลักๆ ก็อยากฝากเรื่องการดูแลตัวเองนั่นแหละครับ”

ให้หันมาดูแลตัวเอง ใส่ใจในเรื่องที่บางทีเราอาจจะมองข้ามไป?
“อ้า ใช่ครับ จริงๆ แล้วบางทีเราทำในสิ่งที่เรารัก แต่ว่าเราไม่ได้ไม่ได้สนใจ เขาเรียกว่าอะไร สุขภาพตัวเอง คือมันกำลังสนุกอยู่กับสิ่งที่เราทำ เรื่องงานด้วย หรือว่าแพชชันเราด้วย ตรวจสุขภาพกันครับทุกคนครับ”

Back To Top