ศธ.-ออมสิน ร่วมแก้หนี้ครู สู่อิสระภาพทางการเงิน ยกระดับชีวิตบุคลากรการศึกษา
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามร่วมกันระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และธนาคารออมสิน ในการเปิดตัวโครงการ ออมสินก้าวไปกับครู ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพทางการเงิน โดยระบุว่า ปัญหาหนี้สินของครูและบุคลากรทางการศึกษา ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ภาครัฐจะต้องเข้าไปช่วยแก้ไข
ทั้งนี้ ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา มีครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับอนุมัติสินเชื่อสะสมกว่า 900,000 บัญชี คิดเป็นวงเงินสินเชื่อรวม 7.6 แสนล้านบาท โดยปัจจุบัน มียอดสินเชื่อคงค้าง 291,815 บัญชี คิดเป็นเงินต้นคงเหลือราว 2.23 แสนล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงภาระหนี้สินจำนวนมาก ที่ครูและบุคลากรทางการศึกษายังต้องรับผิดชอบ
อย่างไรก็ดี ครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับสวัสดิการช่วยเหลือจาก สกศค. ในรูปแบบของเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) รวมถึงเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่ความตาย (ช.พ.ส.) ซึ่งเป็นสวัสดิการที่ สกสค. ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับธนาคารกรุงไทย (KTB) และธนาคารออมสินจัด ที่มีสวัสดิการสินเชื่อให้สมาชิกมาตั้งแต่ปี 2549
ด้าน นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารออมสิน มีลูกหนี้ครูในกลุ่ม ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. ที่ยังมียอดหนี้คงเหลือประมาณ 280,000 บัญชี โดยแต่ละรายมียอดหนี้คงเหลือเฉลี่ยกว่า 200,000 บาท ประเด็นสำคัญของมาตรการ คือ ธนาคารฯ ต้องการดูแลลูกหนี้ทุกสถานะ ไม่ได้จำกัดเฉพาะกลุ่มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) แต่ครอบคลุมลูกหนี้ทั้งสถานะปกติ ลูกหนี้ที่ชำระหนี้ไม่สม่ำเสมอ รวมไปถึงลูกหนี้ NPL
สำหรับลูกหนี้สถานะปกติ จะได้รับการปรับลดดอกเบี้ยเหลือคงที่ 3.5% จนถึงสิ้นปี 2570 จากปัจจุบันสินเชื่อ ช.พ.ค. และสินเชื่อ ช.พ.ส. คิดอัตราดอกเบี้ยที่ราว 6-7% ขณะที่ลูกหนี้สถานะอื่น ทั้งกลุ่มที่ชำระไม่สม่ำเสมอ และกลุ่ม NPL จะได้รับการปรับลดดอกเบี้ยเหลือ 4%
นายทรงพล กล่าวว่า เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ลูกหนี้กลุ่มที่ชำระหนี้ไม่สม่ำเสมอ หรือลูกหนี้ NPL ให้สามารถกลับมาผ่อนชำระหนี้ และรักษาสถานะปกติต่อเนื่อง 3 เดือนภายในสิ้นปี 2569 จะได้รับสิทธิปรับลดดอกเบี้ยเหลือ 3.5% เช่นเดียวกับลูกหนี้ปกติ และได้รับสิทธิจนถึงสิ้นปี 2570 โดยหลังสิ้นสุดมาตรการ อัตราดอกเบี้ยจะกลับไปใช้อัตราอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (MLR) หรือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) -2% ซึ่งจากอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 4%
การลดดอกเบี้ยครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยลดภาระดอกเบี้ย แต่หากลูกค้านำเงินส่วนต่างจากดอกเบี้ยที่ลดลงไปชำระเงินต้น จะช่วยให้ระยะเวลาการผ่อนหนี้สั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยหากมีระยะเวลาผ่อนหนี้คงเหลือประมาณ 20 ปี จะช่วยให้หมดหนี้เร็วขึ้นเกือบ 4 ปี ขณะที่ผู้กู้ซึ่งมีระยะเวลาผ่อนหนี้คงเหลือประมาณ 30 ปี จะปลดหนี้ได้เร็วขึ้นเกือบ 9 ปี ส่วนลูกหนี้ครู ที่มีประวัติการชำระหนี้ดี ธนาคารยังมีแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม ทั้งบัตรเครดิต และสินเชื่อรายย่อย เพื่อดูแลลูกค้ากลุ่มนี้ให้มีความคล่องตัวทางการเงินมากขึ้น ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ระบุ
สำหรับเงื่อนไขการเข้าร่วมมาตรการนั้น สมาชิก ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. ที่ยังมีสถานะเป็นสมาชิกสามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน MyMo, เว็บไซต์ของธนาคารออมสิน หรือธนาคารออมสินทุกสาขา โดยเปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้ 31 ต.ค. 69 ส่วนผู้ที่พ้นสภาพสมาชิก ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. แล้ว จะต้องกลับเข้าเป็นสมาชิกก่อน และลงทะเบียนภายในวันที่ 30 พ.ย. 69
โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์