รมต.สุรศักดิ์ ดัน ไพรม์ มินิสเตอร์ส ยูธ คัพ โครงการสร้างอนาคตเยาวชน สู่จุดเริ่มต้น ทีมชาติไทย

รมต.สุรศักดิ์ ดัน ไพรม์ มินิสเตอร์ส ยูธ คัพ โครงการสร้างอนาคตเยาวชน สู่จุดเริ่มต้น ทีมชาติไทย
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานงานแถลงข่าวโครงการ “ไพรม์ มินิสเตอร์ส ยูธ คัพ (Prime Minister’s Youth Cup)” โดยมี นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายพัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และโฆษกกระทรวงฯ, นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา, ดร.วีรศักดิ์ วิศาลาภรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย, นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายส่งเสริมกีฬา, นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, นายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ผู้ฝึกสอน และนักกีฬา เข้าร่วมกันอย่างคับคั่ง ที่โรงแรมเดอะ แกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า โครงการ ไพรม์ มินิสเตอร์ส ยูธ คัพ ในครั้งนี้ ได้รับการออกแบบระบบการแข่งขันให้มีมาตรฐานระดับสากล โดยเริ่มคัดเลือกอย่างเข้มข้นด้วยกติกาแพ้คัดออกจากระดับฐานราก ตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค จนกระทั่งก้าวสู่จุดสูงสุดในระดับประเทศ ซึ่งแบ่งประเภทการแข่งขันออกเป็น กีฬาฟุตบอล (ชายและหญิง): รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี, 16 ปี และ 18 ปี และกีฬาวอลเลย์บอล (ชายและหญิง): รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี
ความสำเร็จของการจัดโครงการฯ นี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดการบูรณาการและการร่วมแรงร่วมใจจากทุกภาคส่วน ขอขอบคุณความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง การกีฬาแห่งประเทศไทย, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ที่ได้ร่วมกันสร้างพื้นที่แห่งโอกาสนี้ให้เกิดขึ้นจริง
สำหรับ “ไพรม์ มินิสเตอร์ส ยูธ คัพ” ถือเป็นรายการสำคัญของการแข่งขันกีฬาเยาวชนไทย ที่ช่วยสร้างเส้นทางพัฒนานักกีฬาตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ เปิดโอกาสให้เยาวชนทุกภูมิภาคได้แสดงศักยภาพผ่านการแข่งขันที่ต่อเนื่อง เป็นระบบ และสร้างฐานข้อมูลนักกีฬาให้กับทีมชาติไทย ที่จะเชื่อมโยงสู่การติดตามผลอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การคัดเลือกนักกีฬาที่มีศักยภาพเข้าสู่ทำเนียบทีมชาติไทย
นอกจากนี้ยังถือเป็นการสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบให้กับวงการกีฬาไทยอย่างครอบคลุมทั้งนักกีฬา ผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน รวมถึงการจัดการแข่งขันอย่างมีมาตรฐานระดับสากล โดยโครงการนี้จะช่วยสร้างและพัฒนาบุคลากรในระบบฟุตบอลของประเทศไทยที่มีมากกว่า 1 ล้านคน และบุคลากรในระบบวอลเลย์บอลของประเทศไทยที่มีมากกว่า 350,000 คน ทั้งหมดนี้จะช่วยยกระดับมาตรฐานวงการฟุตบอลและวอลเลย์บอลให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต ตามแนวคิด The Future Starts Here: ทุกความฝัน เริ่มต้นที่นี่ Prime Minister’s Youth Cup
