ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์อ่อนค่า คาดเฟดไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยหลังข้อมูลเศรษฐกิจซบเซา

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (17 ส.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ทำให้นักลงทุนลดคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.03% แตะระดับ 99.636

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8115 ฟรังก์ จากระดับ 0.8131 ฟรังก์ในวันศุกร์ (14 ส.ค.) และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3877 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3877 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 159.59 เยน จากระดับ 159.38 เยน

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1572 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1566 ดอลลาร์ในวันศุกร์ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3538 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3533 ดอลลาร์

ดอลลาร์ถูกกดดันจากการที่ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ลดลงอย่างเหนือความคาดหมายในเดือนก.ค. รวมทั้งตัวเลขเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงสอดคล้องกับการคาดการณ์ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI)

ล่าสุดเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเดียง 33% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ลดลงจากก่อนหน้านี้ที่ระดับ 51.2%

นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือนก.ค.ของเฟดในวันพุธนี้ โดยในการประชุมเมื่อวันที่ 28-29 ก.ค..ที่ผ่านมานั้น คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% แต่ผลการประชุมไม่เป็นเอกฉันท์ เนื่องจากสมาชิก FOMC จำนวน 9 คนโหวตให้คงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ 3 คนโหวตให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดเป็นเวลากว่า 5 ปี

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด เฟดสาขานิวยอร์ก เปิดเผยดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ดีดตัวสู่ระดับ 20.6 ในเดือนส.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 19.6 จากระดับ 15.6 ในเดือนก.ค.

ทั้งนี้ ดัชนีอยู่ในระดับสูงกว่า 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิตในนิวยอร์ก

โดย รัตนา พงศ์ทวิช


Back To Top