จับตาทรัมป์!!! ข้อตกลงหยุดยิงอิหร่านสิ้นสุดวันนี้! : อินโฟเควสท์

ทั่วโลกจับตาท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ หลังกรอบเวลา 60 วันที่กำหนดไว้ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน กำลังจะสิ้นสุดลงในวันนี้ (17 ส.ค.)
กรอบเวลาดังกล่าวถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับทั้งสองฝ่ายในการใช้มาตรการทางการทูตในการทำข้อตกลงที่มีเป้าหมายเพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงกำหนดเส้นตายในวันนี้ สหรัฐยังคงประสบภาวะชะงักงัน โดยไม่สามารถคว้าชัยชนะทางการทหาร และไม่สามารถฟื้นการเจรจาทางการทูต
*จับตาทรัมป์ ลุยอิหร่านต่อ หรือกลับสู่โต๊ะเจรจา
ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันนี้ ระบุว่า เป้าหมายอันดับหนึ่งของสหรัฐคือการทำให้อิหร่านไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ไม่ว่าจะในทางใด รูปแบบใด หรือด้วยวิธีการใดก็ตาม
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ยังคงข่มขู่อย่างต่อเนื่องว่า สหรัฐจะกลับมาเปิดปฏิบัติการรบครั้งใหญ่ต่ออิหร่านอีกครั้ง โดยจะเป็นการโจมตีที่ใหญ่กว่าที่เคยมีมา
อย่างไรก็ดี ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ทรัมป์กล่าวว่า เขาตกลงที่จะระงับการโจมตีครั้งใหม่ตามคำร้องขอของอิหร่านและประเทศอื่น ๆ ในตะวันออกกลาง
การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้น ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับปริมาณอาวุธในคลังของสหรัฐที่กำลังร่อยหรอลง
สื่อรายงานว่า กองทัพสหรัฐใช้ขีปนาวุธไปเกือบ 80% ของจำนวนที่มีอยู่ ขณะที่ผู้บัญชาการทหารเตือนว่าคลังอาวุธของกองทัพอยู่ในระดับต่ำจนน่าเป็นอันตราย
นักวิเคราะห์ระบุว่า ความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างถ้อยแถลงอันแข็งกร้าวของสหรัฐ และการยุติปฏิบัติการทางทหารอย่างกะทันหัน ได้เปิดเผยให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสหรัฐกำลังประสบปัญหาในการทำสงครามที่ยืดเยื้อ
*การเจรจาโดยตรงยังคงอยู่ในภาวะชะงักงัน
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน อิหร่านและสหรัฐได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการยุติสงครามในภูมิภาคในทุกแนวรบ รวมถึงเลบานอน
ภายใต้บันทึกความเข้าใจดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายมีกำหนดจัดการเจรจาภายในระยะเวลา 60 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันนี้ (17 ส.ค.) เพื่อบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม อนาคตของการเจรจายังคงแขวนอยู่บนเส้นด้าย ท่ามกลางความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นระหว่างทั้งสองประเทศนับตั้งแต่มีการลงนามในเอกสารดังกล่าว
นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะกลับมาเจรจากับสหรัฐอีกครั้งหรือไม่ โดยเขาเน้นย้ำว่า สหรัฐได้ละเมิดบันทึกความเข้าใจดังกล่าว
เมื่อวันที่ 7-8 กรกฎาคม กองกำลังสหรัฐได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นเวลาสองวันติดต่อกัน โดยอ้างว่าเป็นการตอบโต้การโจมตีของอิหร่านต่อเรือพาณิชย์ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
เพื่อตอบโต้สหรัฐ อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีสถานที่ตั้งของสหรัฐในประเทศต่าง ๆ รวมถึงในบาห์เรน คูเวต กาตาร์ และจอร์แดน
ต่อมา สหรัฐได้เปิดฉากการโจมตีระลอกใหม่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม โดยโจมตีอิหร่านติดต่อกัน 13 คืนจนถึงวันที่ 23 กรกฎาคม
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ระหว่างการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ว่า บันทึกความเข้าใจกับอิหร่านได้จบลงแล้ว และเขาไม่ต้องการเจรจากับอิหร่านอีกต่อไป
ในการให้สัมภาษณ์ต่อมาเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ทรัมป์กล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อทดสอบอิหร่าน ซึ่ง “พวกเขาไม่ผ่านการทดสอบ”
อย่างไรก็ดี ทรัมป์ยังคงกล่าวหลายครั้งว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังดำเนินอยู่ แม้ว่าอิหร่านยืนยันว่าไม่มีการเจรจาใด ๆ เกิดขึ้น หรืออิหร่านมีแผนที่จะเจรจากับสหรัฐ
*มาตรการคว่ำบาตรและการข่มขู่
สหรัฐยังคงเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านผ่านมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินและการข่มขู่ว่าจะใช้ปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติม
นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า สหรัฐกำลังเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการกดดันทางการเงินต่ออิหร่าน
“เราจะใช้มาตรการที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจต่อประเทศหนึ่ง”
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังได้มุ่งเป้าไปที่บัญชีธนาคาร กระเป๋าเงินคริปโทเคอร์เรนซี และทรัพย์สินทั่วโลก รวมถึงการตัดช่องทางการเงินที่เข้าสู่อิหร่าน
นายเบสเซนต์กล่าวว่า กระทรวงการคลังจะเดินหน้าใช้มาตรการผสมผสานระหว่างการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจและการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่อง
*ความขัดแย้งเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ
จนถึงขณะนี้ สหรัฐและอิหร่านยังคงเผชิญหน้ากันเกี่ยวกับการควบคุมและสิทธิในช่องแคบฮอร์มุซ
นายอารักชีกล่าวว่า อิหร่านและโอมานกำลังเจรจาเกี่ยวกับเส้นทางใหม่เพื่อให้เรือสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย
“ขณะนี้เรากำลังออกแบบเส้นทางชั่วคราว ซึ่งจะเปลี่ยนไปเป็นเส้นทางถาวรในขั้นตอนต่อไป โดยเราอาจได้ข้อสรุปในเร็ว ๆ นี้”
อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่า การเปิดช่องแคบอีกครั้งจะขึ้นอยู่กับการที่สหรัฐจะต้องให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่น ๆ
ทางด้านทรัมป์กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า เขาจะประกาศให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นดินแดนของสหรัฐ
“หลังจากที่เราปราบอิหร่านได้สำเร็จ ซึ่งขณะนี้กำลังถูกโจมตีอย่างหนัก ในไม่ช้านี้ผมจะประกาศให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นดินแดนของสหรัฐ”
คำกล่าวดังกล่าวตอกย้ำถ้อยแถลงของทรัมป์ก่อนหน้านี้ ซึ่งเขาอ้างว่าสหรัฐสามารถควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างสมบูรณ์ และจะรักษาการควบคุมดังกล่าวเอาไว้
ทรัมป์ยืนยันว่า การปิดกั้นทางทะเลของสหรัฐได้รับการขนานนามว่าเป็น “กำแพงเหล็ก” พร้อมระบุว่าอิหร่านไม่มีขีดความสามารถที่จะท้าทายมาตรการดังกล่าว
ด้านนายคาซิม การิบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน โพสต์ข้อความบน X ระบุว่า “ช่องแคบฮอร์มุซไม่สามารถถูกยึดครองได้ด้วยข้อความทวีต และเรือบรรทุกเครื่องบิน หรือด้วยการออกคำสั่งและการกล่าวสุนทรพจน์ อิหร่านไม่หวาดกลัวต่อคำข่มขู่ และไม่ถูกข่มขวัญด้วยการแสดงแสนยานุภาพ โดยช่องแคบนี้จะถูกปิดหรือเปิดได้ภายใต้คำสั่งของอิหร่านเท่านั้น”
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ