กฎสำหรับการแก่ชรา (ฉบับครึ่งศตวรรษ)
ในวัยหนุ่มสาวกว่านี้ ชีวิตห้าทศวรรษเป็นเรื่องที่ไม่เคยอยู่ในความคิดเลย ตัวผมในวัยยี่สิบคิดว่าชีวิตสามารถอยู่ได้เป็นอมตะ ความตายเป็นเรื่องน่าขันและห่างไกล ยิ่งในครอบครัวที่ไม่เคยต้องสูญเสียใครระหว่างทางในการเติบโตอย่างผม การมีชีวิตที่ยืนยาวแบบเลสแตท เดอ ลีออนคอร์ท ใน Intervie with the Vampire ก็อาจเป็นเรื่องไม่เกินจริง
แต่เมื่อเรายืนระยะมาครึ่งศตวรรษ เรื่องราวในชีวิตตั้งแต่ปีที่ยี่สิบ ปีที่สามสิบ จวบจนมาถึงปีที่ห้าสิบ ชีวิตก็เปลี่ยนไปมาก เรารับรู้ได้แล้วว่าความเป็นอมตะเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ ทุกชีวิตช่างบอบบางเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาทั้งร่างกายและจิตใจ การผ่านช่วงเวลา ‘เติบโต’ มาสู่คำนิยามใหม่ว่า ‘โรยรา’ นั้นทำให้เราตกผลึกมากขึ้น และพบว่ามันมีกฎบางข้ออยู่เหมือนกันที่ทำให้ชีวิต ‘ไม่ทุกข์ไปมากกว่านี้’
ในปีที่หนักหนาสาหัสในการทำงานและอื่นๆ ลุงวัยห้าสิบต้นๆ จึงอยากบันทึกไว้เผื่อเป็นประโยชน์สำหรับทุกคน
1.เราต้องหัดหุบปากเสียบ้าง
ว่ากันว่าการเกิดมาพร้อมเสียงร้องให้ เป็นปริศนาธรรมที่บอกเราเป็นนัยว่าชีวิตไม่ใช่เรื่องน่าพิศมัย เราผ่านช่วงเวลาที่พูดไม่ได้เอาแต่ร้อง แล้วก็มาถึงการหัดพูด ผ่านวัยที่พูดเป็นต่อยหอย มีช่วงเวลาที่พูดไม่หยุดและมีคนฟัง (ด้วยความเอ็นดู) จากนั้นเราเติบโตสู่ช่วงเวลาที่แย่งกันพูดจนไม่มีใครฟัง เมื่อถึงวัยนี้วัยที่หูเริ่มตึงกว่าหน้า เราควรตระหนักได้แล้วว่า ต้องหัดฟังให้มากขึ้น
ลองถามตัวเองดูครับว่าทุกวันนี้เราหยุดพูดได้นานที่สุดกี่นาทีและได้ฟังอย่างตั้งใจจริงๆ บ้างไหม หากตอบว่ายังพูดมากกว่าฟัง อาจต้องเพิ่มสัดส่วนของการฟังมากขึ้นอีกนิด
2. ถึงวันหนึ่งทุกคนจะลืมเรา
ในหนังการตูนเรื่อง โคโค่ (COCO) ของดีสนีย์ เขาเล่าเรื่องประเพณี ‘เดีย เด โลส มูเอร์โตส’ (Día de los Muertos) หรือ ‘วันแห่งความตาย’ (Day of the Dead) ของประเทศเม็กซิโก ตอนหนึ่งของหนังพูดถึงพิธีกรรมการจดจำเรื่องราวของผู้เสียชีวิต ว่าหากคนในครอบครัวที่ยังมีชีวิตลืมชื่อผู้ล่วงลับและไม่มีใครเอ่ยถึงอีก ดวงวิญญาณดวงนั้นจะสลายหายไปตลอดกาล เรียกว่าเป็นการตายครั้งสุดท้าย
แต่แท้จริงเราไม่ต้องรอให้ตาย ชีวิตก่อนความตายก็เป็นอย่างนั้นเมื่ออายุมากขึ้น เรามีคนที่คบหาคุยด้วยน้อยลง ต่อให้เคยมีชื่อเสียงก็ตามที การระลึกไว้เสมอว่าเราไม่ใช่คนสำคัญของโลกใบนี้ ทางหนึ่งอาจดูน่าเศร้า แต่อีกมุมนี่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราโล่งใจและปลดปล่อยเราจากความคาดหวังต่างๆ เช่นกัน
3. ไม่ป่วยรวยสุด
โรเจอร์ โรเซนแบลตต์ (Roger Rosenblatt) คอลัมนิสต์ของเดอะนิวยอร์กไทมส์ เคยเขียนถึงกฎการใช้ชีวิตของเขาในวัย 85 ปีว่า “อย่ามีหมอประจำเกินห้าคน” เพราะเราอาจต้องมาฟังเรื่องของอวัยวะบางส่วนที่เราไม่เคยรู้ว่ามันอยู่ตรงไหนของร่างกายของเรามันทะเลาะกัน
การรักษาสุขภาพไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเองแต่เป็นการช่วยคนอื่นๆ รอบตัวเราด้วย ไม่มีใครอยากเป็นภาระ ไม่มีใครอยากเอาเงินเก็บทั้งชีวิตมาเป็นค่าหมอ หากคุณเป็นนักลงทุนที่เก่งกาจ อย่าลืมวางแผนการลงทุนกับสุขภาพทั้งกายและใจ หาเวลาออกกำลังกาย นอนให้พอ อย่าเครียด อย่ากินอิ่มจนเกินไป และหาจังหวะชีวิตของคุณให้เจอ
4. หัดหัวเราะไปด้วยกัน
นักจิตวิทยาแบ่งอารมณ์ขันออกเป็นสี่รูปแบบ ได้แก่อารมณ์ขันที่ใช้สร้างความสัมพันธ์ (affiliative) อารมณ์ขันที่ใช้ปลอบใจตัวเอง (self-enhancing) ทั้งสองอย่างเป็นอารมณ์ขันทางบวก แต่อารมณ์ขันก็มีมุมร้ายๆ นั่นคืออารมณ์ขันแบบล้อเลียน เสียดสีคนอื่นหรือการพูดกดทับตัวเอง (aggressive และ self-defeating) ซึ่งสองอย่างหลังนี้ไม่ดีเอาเสียเลย ตรงกันข้ามมันกระตุ้นภาวะซึมเศร้าด้วยซ้ำ อารมณ์ขันที่ผมหมายถึงคือสุขภาพจิตที่ดี ตรงกันข้ามอารมณ์ขันแบบ aggressive มันคืออารมณ์ขันที่มีควรเป็นไปเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ ปลอบใจตัวเอง ไม่ใช่อารมณ์ขันที่เอาตัวเองหรือคนอื่นเป็นเหยื่อ
การหัวเราะโดยธรรมชาติสามารถลดคอร์ติซอลหรือฮอร์โมนแห่งความเครียด การหัวเราะและอารมณ์ขันยังเชื่อมโยงกับความทนต่อความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้น และมีผลเชิงบวกต่อความเป็นอยู่ที่ดีในหลายบริบททางการแพทย์ เช่น มะเร็งวิทยา จิตเวช และเวชศาสตร์ฟื้นฟู การหัวเราะด้วยกันเป็นการรักษาสายสัมพันธ์ การหัวเราะทำให้เราได้ปล่อยเอนดอร์ฟินได้พร้อมๆ กันที่เดียวหลายคน อารมณ์ขันจึงดีต่อสุขภาพจิต ไม่ใช่เพราะมันทำให้ตลก แต่เพราะมันทำให้เรารู้สึกว่า เราเป็นพวกเดียวกัน
มนุษย์เราเป็นสัตว์ที่สุขภาพจิตขึ้นกับการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอย่างลึกซึ้ง ฉะนั้นหากคุณมีเพื่อนที่ทำให้คุณหัวเราะจากใจจริงๆ ไม่ใช่หัวเราะมารยาทหรือหัวเราะเยาะใส่กัน มองหาความสัมพันธ์แบบนี้ คนแบบนี้ไว้ มันจะทำให้เราหนุ่มสาวขึ้นอีกหลายปี
5. เลี้ยงหมา
ไม่มีสิ่งมีชีวิตไหนบนโลกจะหลงใหลเราได้เท่ากับหมาของเราเอง มันทั้งซื่อสัตย์ เป็นผู้ฟังที่ดี กระตือรือร้นที่จะชวนคุณออกไปเดินตอนเช้า มันเป็นนักกิจกรรมที่อยากให้คุณทำโน่นทำนี่ตลอดเวลา มีงานวิจัยออกมาแล้วว่าการเลี้ยงหมานั้นช่วยเรื่องสุขภาพจิตได้ดี
หาข้อมูลสักนิด ลองหาพันธุ์ที่เหมาะกับคุณและคนในบ้านแล้วคุณจะพบว่า มันสร้างพลังงานบวกได้ดีมากจริงๆ
6. สังสรรค์กับเพื่อนที่อายุน้อยกว่า
พลังของหนุ่มสาวช่วยเพิ่มชีวิตชีวา คนหนุ่มสาวเหล่านี้ทำให้เรามีชีวิตชีวา เราจะได้เรียนรู้อีกโลกหนึ่งจากคนที่อายุน้อยกว่าเราเสมอ และหากคุณมีลูก แก๊งเพื่อนที่อายุน้อยกว่าจะช่วยให้เราวางตัวเป็นเพื่อนมากกว่าผู้ปกครองได้ดี
7. ยอมรับอดีตที่ไม่สวยงาม
อดีตเป็นทั้งความสุขและบาดแผล บางครั้งอดีตเหล่านั้นอาจแวบขึ้นมาสะกิดเราช่วงที่เราขับรถไปทำงานในเช้าวันธรรมดาๆ วันหนึ่งแล้วก็เปลี่ยนวันนั้นของเราไปเลย การผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก อาจไม่ได้หมายความว่าเราจะรับมือกับความเจ็บปวดนี้ได้ดีเสมอไป หากอดีตนั้นยังเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้ ก็อยู่กับมันไปก่อน ยอมรับมันว่าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเราแล้วปล่อยให้เวลาทำหน้าที่ของมัน ส่วนตัวผมเองคิดว่าการยอมรับอดีตทำให้เราเห็นใจตัวเราเและคนอื่นมากขึ้น — ความเมตตามันก็เริ่มจากตรงนี้
8. หาเวลาร้องเพลง
ข้อนี้ผมได้มาจากคุณพ่อของผมเอง ท่านอยู่ในวัยเกือบแปดสิบแล้ว ทุกเย็นท่านจะนั่งปั่นจักรยานเปิดแท็บเล็ต แล้วเลือกเพลงที่อยากร้องในวันนั้นสักสิบเพลง ปั่นไปร้องไปเสียงดังไปทั่วบ้าน ร้องเพี้ยนบ้าง ถูกคีย์บ้าง (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอย่างแรก) แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่พ่อได้กลับไปเป็นเด็ก ได้ทำในสิ่งตัวเองชอบ ได้ระบายความอัดอั้นออกมา ผมว่ามันเป็นการจบวันที่ดี
9. อย่าใส่ใจคำยกยอปอปั้น
คนเรามักทำพลาดครั้งใหญ่เมื่อหลงเชื่อคำเลิศหรูที่คนพูดถึงเรา ต่อให้มันจริงก็ตาม (ซึ่งยิ่งน่ากลัว) สิ่งสำคัญไม่ว่าวัยใดคือการลงมือทำในสิ่งที่คุณเชื่อ การลงมือมันให้ความอิ่มใจยิ่งกว่าคำชมใดๆ ไม่ว่ามันจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม และหากคุณเข้าใจในข้อ 2 คุณจะเข้าใจข้อนี้ดีขึ้นไปอีก
10. กฎเหล่านี้ไม่ใช่ของตายตัว
ทุกคนต่างมีบทเรียนของตัวเอง เราอาจได้มันมาจากความโชคดีที่เรามีชีวิตยืนยาวพอจะเข้าใจความสมหวัง ผิดหวัง ความดีและความไม่เอาไหนของตัวเราเอง คุณเองก็สามารถเขียนกฎเหล่านี้เพื่อเอาไว้เตือนตัวเองเมื่อเราแก่ตัวลง — หวังว่ามันน่าจะพอช่วยให้คุณสบายใจได้บ้าง
กฎสำหรับการแก่ชรา การเติบโต ชีวิต ช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต สุขภาพจิต สุขภาพจิตที่ดี
เรื่อง: เอกศาสตร์ สรรพช่าง
จบปริญญาโทด้านมานุษยวิทยาแต่ชีวิตหักเห ต้องมาทำงานด้านการตลาด ปัจจุบันเป็นรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาด ของกลุ่มบริษัทเอสอาร์ซีกรุ๊ป บริษัทของคนไทยซึ่งผลิตและจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับแฮร์แคร์และสกินแคร์ ควบคู่ไปกับงานสื่อสารมวลชนและงานเขียนหนังสือ คอลัมน์นี้ตั้งใจให้ทุกคนได้เห็นอีกด้านหนึ่งของงานการตลาดในประเทศไทยและของโลกว่ายังอีกด้านหนึ่งที่เต็มไปด้วยความท้าทายของยุคสมัยและ 'ความจริง' ที่เราอาจเห็นมันเพียงด้านเดียวมาโดยตลอด