Cover Image

อัยการสูงสุดชี้ขาดไม่ฟ้อง ‘แทนไท’ ส่งดีเอสไอถอนหมายจับ เจ้าตัวบินกลับไทยแล้ว

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา สำนักงานอัยการคดีพิเศษมีหนังสือแจ้งคำสั่งชี้ขาดของอัยการสูงสุด กรณีมีคำสั่งไม่ฟ้อง ‘แทนไท ณรงค์กูล’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กับพวกรวม 6 ราย ในคดีความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบและร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีละเมิดลิขสิทธิ์ เว็บไซต์ภาพยนตร์เถื่อน การฟอกเงิน และเชื่อมโยงกับเว็บพนัน มูลค่าความเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท

หนังสือดังกล่าวถูกส่งไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อขอให้ดำเนินการเพิกถอนหมายจับ ‘แทนไท’ กับพวก ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้อง คดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 11 ราย ประกอบด้วย นุวัฒน์ ยงยุทธ, สารินี นุชนารถ, แทนไท ณรงค์กูล, พีรเดช ศรียศ, พิสิษฐ์ธัช เปรมวณิชยดล หรือพรชัย ปินคำ, ศรัญญู สมใจ, สายชล ยงยุทธ, เหมรัศมิ์ ไชยสิงห์ หรือ เขม ณัฐสวัสดิ์, พิชัย ชาวหญ้าแพรก, กุลภัสสร์ สำเภารอด และไชยยุทธ์ ศันสนะบวร

ทั้งนี้ อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้อง ‘แทนไท ณรงค์กูล’ ผู้ต้องหาที่ 3, ‘พิสิษฐ์ธัช เปรมวณิชยดล’ หรือ ‘พรชัย ปินคำ’ ผู้ต้องหาที่ 5, ‘เหมรัศมิ์ ไชยสิงห์’ หรือ ‘เขมณัฐสวัสดิ์’ ผู้ต้องหาที่ 8, ‘พิชัย ชาวหญ้าแพรก’ ผู้ต้องหาที่ 9, ‘กุลภัสสร์ สำเภารอด’ ผู้ต้องหาที่ 10 และ ‘ไชยยุทธ์ ศันสนะบวร’ ผู้ต้องหาที่ 11 ในความผิดฐานสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับคดีดังกล่าว ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนดีเอสไอมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา ต่อมาพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง จึงส่งความเห็นต่อไปยังอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งมีความเห็นแย้งให้ฟ้องคดี ก่อนที่เรื่องจะส่งถึงอัยการสูงสุด และอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดล่าสุดให้ไม่ฟ้องผู้ต้องหารายสำคัญทั้ง 6 รายดังกล่าว มีรายงานว่า ‘แทนไท’ เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. และถูกกักตัวไว้ กระทั่งพนักงานสอบสวนดีเอสไอไปยื่นคำร้องขอถอนหมายจับ จึงได้รับการปล่อยตัว


Back To Top