ฮูตีโจมตีมาริบอีกครั้ง ยูเอ็นเตือนเยเมนเผชิญสงครามขยายวงกว้าง
- หน้าหลัก
- ต่างประเทศ
- ข่าวต่างประเทศ
- ตะวันออกกลาง
ฮูตีโจมตีมาริบอีกครั้ง ยูเอ็นเตือนเยเมนเผชิญสงครามขยายวงกว้าง
เผยแพร่: 8 ส.ค. 2569 16:49 ปรับปรุง: 8 ส.ค. 2569 16:49 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งฝักใฝ่อิหร่าน ได้ยิงขีปนาวุธนำวิถีและส่งโดรนโจมตีค่ายผู้พลัดถิ่นและย่านพักอาศัยในเมืองมาริบ (Marib) เมื่อวันศุกร์ (7 ส.ค.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และได้รับบาดเจ็บ 14 ราย ตามรายงานของสำนักข่าว SABA ของรัฐบาล โดยอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
กองทัพเยเมนเปิดเผยเมื่อเช้าวันเสาร์ว่า ได้ส่งกำลังตอบโต้กลุ่มฮูตีในหลายแนวปะทะ แม้กองทัพไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับปฏิบัติการหรือระบุเวลาที่เกิดขึ้น แต่ย้ำว่าจะตอบโต้ด้วยมาตรการทางทหารที่จำเป็น
การปะทะระลอกนี้ถือเป็นการยกระดับความรุนแรงอย่างกะทันหันระหว่างกลุ่มฮูตีและกองกำลังของรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ หลังจากศึกขนาดใหญ่ระหว่างทั้งสองฝ่ายสงบลงไปนานหลายปี ซึ่งสร้างความหวาดกลัวว่าจะกลับเข้าสู่สงครามที่ขยายวงกว้างยิ่งขึ้น
ท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่านที่ขยายตัวไปทั่วภูมิภาค เจ้าหน้าที่ระดับสูงของซาอุดีอาระเบียเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ทางการริยาดคาดการณ์ว่าจะเกิดการโจมตีในเร็วๆ นี้ จากกลุ่มฮูตีในเยเมน รวมถึงกลุ่มติดอาวุธในอิรัก ภายใต้การควบคุมดูแลของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC)
ทั้งนี้ อิหร่านและพันธมิตรในเยเมนและอิรักยังไม่ได้ออกมาตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาของซาอุดีอาระเบียแต่อย่างใด
ฝ่ายฮูตีระบุเมื่อวันศุกร์ว่า ได้เล็งเป้าโจมตีกองกำลัง คลังเก็บอาวุธ ยานพาหนะ และยุทโธปกรณ์ทหารที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย ที่ค่ายซาฮ์น อัล-จินน์ (Sahn al-Jinn) ในเมืองมาริบ ด้วยขีปนาวุธและโดรน อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวรอยเตอร์ยังไม่สามารถตรวจสอบข้อกล่าวอ้างของทั้งสองฝ่ายได้อย่างเป็นอิสระ
การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากทหารรัฐบาลเยเมนอย่างน้อย 30 นายเสียชีวิตจากการโจมตีค่ายทหารในจังหวัดมาริบและฮาดราเมาต์ (Hadramawt) ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวฝ่ายรัฐบาล นับเป็นการยกระดับความรุนแรงที่นองเลือดที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายเดือน
กลุ่มฮูตีได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีเมื่อวันพฤหัสบดีเช่นกัน โดยระบุว่าได้โจมตีการวางกำลังทหารของซาอุดีอาระเบียในทั้งสองจังหวัด หลังจากตรวจพบสิ่งที่พวกเขารายงานว่าเป็น การสะสมกำลังทหารขนาดใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย ก่อนที่จะมีการยกระดับการบุกพื้นที่ภายใต้การควบคุมของพวกเขา
ฮานส์ กรุนด์เบิร์ก (Hans Grundberg) ทูตพิเศษของสหประชาชาติ (UN) ประจำเยเมน กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า การโจมตีล่าสุดในมาริบและฮาดราเมาต์ ประกอบกับการกลับมาโจมตีเรือขนส่งสินค้าทางพาณิชย์ในทะเลแดงและอ่าวเอเดน ทำให้เยเมนตกอยู่ในความเสี่ยงสูงสุดที่จะเกิดความขัดแย้งขนาดใหญ่ระลอกใหม่ นับตั้งแต่มียุทธการพักรบที่ UN เป็นคนกลางเมื่อเดือนเมษายน 2022
เขาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด และเข้าร่วมการเจรจาที่นำโดย UN พร้อมเตือนว่าความรุนแรงนี้เสี่ยงที่จะฉุดเยเมนให้ถลำลึกสู่การเผชิญหน้าในระดับภูมิภาคที่ขยายวงกว้างขึ้น
นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ยังแสดงความกังวลเมื่อวันศุกร์ต่อสถานการณ์ความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในเยเมน โดยระบุว่าการกระทำเมื่อเร็วๆ นี้ คุกคามเสถียรภาพในภูมิภาค ตลอดจนสิทธิและเสรีภาพในการเดินเรือ ทั้งยังเสี่ยงต่อการยกระดับความรุนแรงเพิ่มเติมและทำลายความพยายามในการสร้างสันติภาพ พร้อมกระตุ้นให้กลุ่มฮูตีละเว้นการยกระดับสถานการณ์ และสนับสนุนให้ "ใช้ช่องทางการเจรจาที่มีอยู่" เพื่อลดความตึงเครียด
เมื่อเดือนที่แล้ว กลุ่มฮูตีได้ประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง เพื่อตอบโต้สิ่งที่พวกเขาอ้างว่าเป็นการปิดล้อมเยเมนโดยซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ทางการริยาดปฏิเสธ
ซาอุดีอาระเบียเป็นผู้นำกองกำลังผสมทางทหารในการสนับสนุนรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติมาตั้งแต่ปี 2015 หลังจากกลุ่มฮูตีเข้ายึดเมืองหลวงซานา (Sanaa) ในปี 2014 สงครามครั้งนั้นได้สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับเยเมน และจุดชนวนให้เกิดวิกฤตมนุษยธรรมที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งของโลก
ทั้งนี้ การพักรบในปี 2022 ได้ช่วยระงับปฏิบัติการทางทหารเชิงรุกภายในเยเมนและข้ามแดน รวมถึงทำให้การปะทะลดลงอย่างมาก ข้อตกลงพักรบได้รับการขยายเวลา 2 ครั้ง ก่อนจะหมดอายุลงอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน แต่ความขัดแย้งขนาดใหญ่ไม่ได้บานปลายขึ้นในทันที ทำให้เยเมนเข้าสู่ช่วงเวลาที่ค่อนข้างสงบลงชั่วคราว
ที่มา รอยเตอร์