Cover Image

อย่าโทษเกม ไพรวัลย์ ชี้ ครอบครัวคือต้นเหตุปล่อย ปีศาจ โตในใจเด็ก

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 19.38 น.

7 สิงหาคม 2569 ไพรวัลย์ วรรณบุตร อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้ออกมาเคลื่อนไหวโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ไพรวัลย์ วรรณบุตร แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นสะเทือนขวัญในสังคม โดยมีข้อความว่า "อย่าปล่อยให้ปีศาจเติบโตในใจของเด็ก

เด็กแทบทุกคนส่วนใหญ่ก็ผ่านการเล่นเกมส์มาด้วยกันทั้งนัันแหล่ะค่ะ ดิฉันเองตอนเด็กก็ชอบเล่น ยุคนั้นก็มีแล้วนะคะ GTA ขโมยรถกันสนุกสนาน มีเกมส์ยิงปืนอะไรต่างๆ แต่พอโตมาแล้วก็ไม่เห็นว่าอยากจะคิดเลียนแบบเป็นโจรเป็นฆาตกรเหมือนในเกมส์ที่เล่นเลย


ไพรวัลย์ วรรณบุตร

ที่พูดแบบนี้ ดิฉันก็ไม่ได้โลกสวยถึงขนาดจะปฎิเสธว่า เกมส์ไม่ได้มีส่วนส่งผลต่อพฤติกรรมและความรู้สึกนึกคิดของเด็กเลยนะคะ อาจจะมีส่วนอยู่บ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันขึ้นอยู่กับตัวแปรสำคัญอื่นๆ ต่างหาก การอบรมเลี้ยงดูสำคัญมากนะคะ การอุทิศเวลาเพื่อความเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ของเด็กคนหนึ่งสำคัญมาก

ดิฉันนึกถึงข่าวลูกเสือที่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ที่ป่าห้วยขาแข้ง เสือเด็กที่ต้องแยกจากแม่ และถูกผลักให้ต้องเรียนรู้เรื่องการเอาชีวิตรอดด้วยตัวเองก่อนวัยอันควร ลูกเสือที่ยังไม่ทันรู้เลยว่า อะไรที่เป็นอันตราย อะไรที่ไม่เป็นอันตราย อะไรที่เรียกว่าเหยือ อะไรไม่ใช่

ไพรวัลย์ วรรณบุตร

เด็กหลายคนก็ไม่ต่างกันหรอกค่ะ ถูกเลี้ยงดูมาด้วยสภาพความพร้อมที่จำกัดแตกต่างกัน พ่อแม่แยกทาง ปู่ย่ารับดูแลต่อ เด็กถูกผลักให้ต้องแสวงหาที่พึ่งและความอบอุ่นนอกครอบครัว ไม่ว่าจะจากเกมส์บ้าง อินเตอร์เน็ตบ้าง โซเชียลบ้าง เพื่อนนอกบ้านบ้าง สารเสพติดบ้าง บลาๆๆ พูดแบบนี้ก็ไม่ได้เหมารวมนะคะ ว่าเด็กที่เติบโตขึ้นมาด้วยตัวเองจะเอาดีไม่ได้ คือมันก็มีแหล่ะ แต่น้อย

เด็กที่อยู่ในวัยคึกคะนอง อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ หากขาดคนดูแลเอาใจใส่ มันก็ไม่ต่างกับการเร่งส่ง ให้ได้ไปลงหลุมลงเหวเร็วขึ้น ถ้าโลกใบแรกๆ คือครอบครัวและโรงเรียนยังสามารถโหดร้ายและเย็นชากับเด็กบางคนได้ ทำไมถึงคิดว่าโลกข้างนอกที่กว้างใหญ่ จะใจดีกับเขาล่ะคะ

ไพรวัลย์ วรรณบุตร

เด็กจำนวนไม่น้อยที่กลายเป็นเด็กเสียคน ส่วนหนึ่งก็มาจากการขาดความรับผิดชอบของคนในครอบครัว การเลี้ยงปล่อยแบบตามใจหรือไม่ก็เมินเฉย การขาดความเข้าอกเข้าใจ เพราะมีความห่างของช่วงวัยเป็นอุปสรรค เด็กจำนวนไม่น้อยต้องใช้ชีวิตด้วยตัวเอง อยู่กับตัวเอง ปกป้องตัวเอง ตัดสินเรื่องใหญ่ๆ เกินกว่าที่จะตัดสินได้ด้วยตัวเอง พวกเขาต้องทำสิ่งเหล่านี้ (ซึ่งเกินวัย) ทั้งๆ ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรือไม่มีวิจารณญาณมากพอที่จะแยกแยะเรื่องถูกผิดได้ ทั้งๆ ที่ยังขาดประสบการณ์และความยับยั้งชั่งใจ ซึ่งพวกเขาควรได้รับจากครอบครัว หรือไม่ก็โรงเรียน

ก็นั่นแหล่ะค่ะ เมื่อไม่มีกัลยาณมิตรหรือที่พึ่งที่เด็กควรจะต้องมี ปีศาจที่ซ่อนอยู่ในใจของเด็กก็เติบโตขึ้น มันไม่เคยถูกยับยั้งโดยคนที่สามารถมีส่วนช่วยยับยั้งแทนเด็กได้ แล้วมันก็ครอบงำเปลี่ยนแปลงเด็ก ทำให้เด็กตาใสคนหนึ่งกลายเป็นอะไรที่ชั่วร้าย เป็นฆาตกรหรือภัยสังคม

คนที่โชคร้ายไม่ได้มีแค่เด็กที่ถูกทำให้กลายเป็นปีศาจ แต่รวมถึงผู้บริสุทธิ์หลายคนที่ไม่เกี่ยวข้องและต้องมาสังเวยให้กับการไร้ความรับผิดชอบของคนบางคน (คนที่ปล่อยให้ปีศาจเติบโตในใจของเด็ก)"

หลังจากที่โพสต์ของ ไพรวัลย์ วรรณบุตร เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียลได้ไม่นาน ทำเอาชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น 

"ใช่ค่ะ การเอาใจใส่ การเข้าใจ และ ให้กำลังใจสำคัญที่สุด"

"พูดถูกมากๆๆถ้าเรามี สถาบันครอบครัวที่เข็มแข็ง เรามีอนุภาคมหาศาลที่เป็นเกราะป้องกัน และมีพลังงานเหลือเฟือที่จะต่อสู้ค่ะ"

"เห็นด้วยที่สุดค่ะ แต่ภาพนี้นางฟ้าชัดๆ"

"ความเห็นชัดเจนที่สุดครับเด็กจะดีเลวสำคัญที่สุดคือการดูแลเอาใจใส่จากพ่อแม่แต่บางครอบครัวไม่มี"

"ใช่ค่ะการเป็นเพื่อนกับลูกรับฟังปัญหาจะช่วยเราได้"

"พูดได้ดีมากๆค่ะสมกับได้เปรียญเก้า"

"การอุทิศเวลาเพื่อการเจริญเติบโตของเด็กคนหนึ่งสำคัญมาก อันนี้จริงมาก เรายังรู้สึกผิดต่อลูกจนถึงทุกวันนี้ แม่ขอโทษนะ"

"จริงค่ะ.อ่านแล้วคือมันใช่มากกก ถามลูกที่เรียนมัธยมบอกว่าอยู่ที่การวางตัวว่าเราจะเอาตัวรอดแบบไหน.ฟังแล้วก็หดหู่ใจ"

"ถ้าผู้ปกครองเก็บปืนให้มิดชิด จะเกิดเหตุไหม?"

"ใช่เลยค่ะคุณแพรรี่สังคมที่เด็กต้องเจอทุกวันนี้มันน่ากลัวมากคนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องรับฟังและให้กำลังใจเขาสังคมทุกวันนี้ไม่เหมือนสมัยเรา"

ไพรวัลย์ วรรณบุตร

ไพรวัลย์ วรรณบุตร

ไพรวัลย์ วรรณบุตร

ไพรวัลย์ วรรณบุตร

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ไพรวัลย์ วรรณบุตร 

Back To Top