Cover Image

ไข้ไม่ลด ซึม ดื่มน้ำน้อย สัญญาณอันตรายของโรคมือเท้าปาก -

โรคมือเท้าปาก เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่พบบ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะอายุต่ำกว่า 5 ปี ติดต่อได้ง่ายผ่านน้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ และสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ แม้ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง แต่เชื้อ EV71 อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ ปัจจุบันมีวัคซีนที่ช่วยป้องกันโรคจากเชื้อ EV71 โดยควรปรึกษากุมารแพทย์ก่อนรับวัคซีน

พญ. มณินทร วรรณรัตน์  กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคระบบหายใจ  โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า  โรคมือเท้าปากเป็นโรคติดเชื้อไวรัสเฉียบพลันที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะในสถานรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนอนุบาล เชื้อที่เป็นสาเหตุส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) เช่น Coxsackievirus A16 และ Enterovirus 71 หรือ EV71

โดยทั่วไป โรคมือเท้าปากมักมีอาการไม่รุนแรงและสามารถหายได้เอง แต่เชื้อบางสายพันธุ์ โดยเฉพาะ EV71 อาจสัมพันธ์กับอาการรุนแรง เช่น ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทหรือหัวใจในบางราย จึงควรสังเกตอาการของเด็กอย่างใกล้ชิด

โรคนี้สามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย ของเหลวจากตุ่มน้ำ อุจจาระของผู้ป่วย รวมถึงการสัมผัสของใช้หรือพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เด็กอยู่รวมกันจำนวนมาก

อาการของโรคมือเท้าปาก

สัญญาณเตือนที่ควรรีบพบแพทย์

หากเด็กมีไข้สูง ไข้ไม่ลดหลังรับประทานยาลดไข้ ซึมลง ไม่ตอบสนอง ชัก หายใจเร็ว หายใจลำบาก อาเจียนมาก แขนขาอ่อนแรง หรือเดินเซ ควรรีบนำส่งแพทย์โดยเร็ว เพราะอาการเหล่านี้อาจบ่งชี้ถึงภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทที่อาจพบได้จากการติดเชื้อ EV71

 การรักษาโรคมือเท้าปาก

ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสที่ใช้รักษาโรคมือเท้าปากโดยเฉพาะ การรักษาส่วนใหญ่จึงเป็นการดูแลตามอาการ เช่น ให้ยาลดไข้หรือยาแก้ปวดตามคำแนะนำของแพทย์ ดูแลให้เด็กได้รับน้ำและอาหารอย่างเพียงพอ หากเด็กเจ็บปากมากจนรับประทานอาหารได้น้อย ควรเลือกอาหารที่นุ่ม เย็น และย่อยง่าย เพื่อลดการระคายเคืองในช่องปาก

ในกรณีที่เด็กมีอาการรุนแรงหรือสงสัยภาวะแทรกซ้อน แพทย์อาจพิจารณาให้รักษาในโรงพยาบาล เพื่อเฝ้าระวังอาการและให้การรักษาแบบประคับประคองตามความเหมาะสม

ข้อควรปฏิบัติเมื่อลูกป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก

หากเด็กป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก ควรให้หยุดเรียนหรือหยุดไปสถานรับเลี้ยงเด็กจนกว่าไข้จะลดลง อาการโดยรวมดีขึ้น แผลในปากเริ่มดีขึ้น และไม่มีตุ่มน้ำใหม่เกิดขึ้น โดยทั่วไปมักใช้เวลาประมาณ 7–10 วัน หรือตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อลดโอกาสแพร่เชื้อไปสู่เด็กคนอื่น

ระหว่างดูแลที่บ้าน ผู้ปกครองควรให้เด็กดื่มน้ำหรือนมบ่อย ๆ เลือกอาหารที่นุ่ม เย็น และกลืนง่าย เพื่อลดการระคายเคืองในช่องปาก หากเด็กมีอาการปากแห้ง ปัสสาวะน้อย ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ซึมลง ดื่มน้ำไม่ได้ หรืออาเจียนมาก ควรรีบพามาพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำหรือภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

วัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปากจากเชื้อ EV71

ปัจจุบันมีวัคซีนที่ช่วยป้องกันโรคมือเท้าปากชนิดรุนแรงจากเชื้อ Enterovirus 71 หรือ EV71 เป็นวัคซีนเชื้อตาย ซึ่งเป็นหนึ่งในเชื้อที่อาจสัมพันธ์กับอาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทหรือหัวใจได้ในบางราย

ประสิทธิภาพของวัคซีน

วัคซีน EV71 มีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงของโรคมือ เท้า ปาก ที่เกิดจากเชื้อไวรัส EV71 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีโอกาสก่อให้เกิดอาการรุนแรง โดยสามารถช่วย

อย่างไรก็ตาม วัคซีนนี้ป้องกันได้เฉพาะโรคที่เกิดจากเชื้อ EV71 เท่านั้น ไม่ครอบคลุมเชื้อไวรัสเอนเทอโรไวรัสชนิดอื่น

กลุ่มอายุที่แนะนำ

วัคซีนนี้แนะนำสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี 11 เดือน 29 วัน โดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อทั้งหมด 2 เข็ม เข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 1 เดือน ทั้งนี้ ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนรับวัคซีน

อาการไม่พึงประสงค์ที่อาจพบ

หลังรับวัคซีน อาจพบอาการข้างเคียงทั่วไป เช่น ปวด บวม แดง หรือคันบริเวณที่ฉีด รวมถึงไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือปวดศีรษะ ซึ่งส่วนใหญ่มักหายได้เองภายในไม่กี่วัน

ข้อควรทราบ

วัคซีน EV71 ไม่สามารถป้องกันโรคมือเท้าปากจากเชื้อไวรัสชนิดอื่น เช่น Coxsackievirus A16 หรือสายพันธุ์อื่น ๆ ได้ ดังนั้น แม้รับวัคซีนแล้ว ผู้ปกครองยังควรดูแลสุขอนามัยของเด็กอย่างสม่ำเสมอ เช่น ล้างมือบ่อย ๆ ทำความสะอาดของเล่น ของใช้ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย 

การป้องกันโรคมือเท้าปากในชีวิตประจำวัน

ควรให้เด็กล้างมือเป็นประจำ ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และทำความสะอาดของเล่นหรือพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย หากมีไข้ แผลในปาก หรือตุ่มน้ำ ควรแยกเด็กป่วยเพื่อลดการแพร่เชื้อ แม้ได้รับวัคซีน EV71 แล้ว ก็ยังควรรักษาสุขอนามัยอย่างต่อเนื่อง.

Back To Top