มิน อ่อง หล่าย โปรยยาหอม ชวนนักธุรกิจไทย ลงทุนในเมียนมา ขอให้มั่นใจมีกฎหมายคุ้มครอง
มิน อ่อง หล่าย โปรยยาหอม ชวนนักธุรกิจไทย ลงทุนในเมียนมา ขอให้มั่นใจมีกฎหมายคุ้มครอง
วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.53 น.
‘มิน อ่อง หล่าย ‘ชวนนักธุรกิจไทยลงทุนในเมียนมา ขอมั่นใจมีกฎหมายคุ้มครอง เชื่อ ’เทคโนโลยี-เงินลงทุน-ประสบการณ์‘ วิชั่นไทย ช่วยวิน-วินสองฝ่าย เดินหน้าพัฒนาโครงการเดินเรือน้ำลึก’ท่าเรือทวาย‘ประตูเอเชียใต้ ชวนนักธุรกิจไทยร่วมลงทุน
เมื่อเวลา 14.45 น.วันที่ 6 สิงหาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายมิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เป็นประธานร่วม เปิดงาน Thailand - Myanmar Business Forum 2026 โดยกล่าวว่าตนขอขอบคุณและขอความสวัสดีอันเป็นมงคลอย่างยิ่งต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย ผู้แทนรัฐบาล นักธุรกิจ พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้เข้าร่วมประชุมในฟอรัมธุรกิจเมียนมา-ไทยที่จัดขึ้นในวันนี้ และในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยครั้งนี้ไทยถือเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจถือเป็นมิติใหม่ที่จะช่วยให้เราสามารถเพิ่มพูนและผ่านพ้นเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน เมียนมาและไทยมีไม่เพียงแต่เป็นประเทศเพื่อนบ้านมีแนวชายแดนที่ติดต่อทั้งทางบกทางทะเล แต่ยังเป็นมิตรแท้ ปัจจุบันความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเมียนมายาวนานถึง 78 ปี ครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูตทั้งสองประเทศ ซึ่งประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนสำคัญ ทั้งนี้เมียนมาและไทยตั้งแต่เข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP)ในหลายสาขา โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการส่งเสริมความร่วมมือเพื่อประโยชน์ของสองประเทศ
นายมิน อ่อง หล่าย กล่าวต่อว่า สองประเทศได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดและพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค ขอขอบคุณประเทศไทยในโอกาสที่ได้เดินทางมาเยือนในฐานะมิตรภาพที่แท้จริงและให้ความเข้าใจต่อประเทศเมียนมาในฐานะประเทศที่มีชายแดนติดต่อกัน เมียนมาและไทยร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด โดยจะมีการขยายความร่วมมืออีกหลายด้าน ซึ่งไทยและเมียนมามีชายแดนติดต่อกัน ทำให้การค้าชายแดนระหว่างเมียนมาและไทยมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ทั้งทางจ.เมียวดี อ.แม่สอด อ.ท่าขี้เหล็ก และอ.แม่สายเป็นเส้นเลือดใหญ่การค้าไทยและเมียนมา ปัจจุบันไทยถือเป็นประเทศผู้ลงทุนรายใหญ่ อันดับ 5 ในประเทศเมียนมามาอย่างยาวนานในภูมิภาค นี้โดยมีโครงการลงทุนรวม 103 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 4,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นายมิน อ่อง หล่าย กล่าวอีกว่า ตำแหน่งทางของประเทศเมียนมาได้เปรียบในเชิงยุทธศาสตร์ตั้งอยู่ในจุดที่เป็นพื้นที่เชื่อมทางบกแลนด์บริดจ์ ที่สำคัญสำหรับการคมนาคมทางทะเล เมียนมากำลังพัฒนาโครงการสำคัญ โดยเฉพาะโครงการเดินเรือน้ำลึกท่าเรือทวาย ซึ่งอยู่ใกล้กับประเทศไทยมากที่สุดและเป็นจุดส่งออกสินค้าใกล้ที่สุดกับไทย ซึ่งเป็นประตูไปสู่เอเชียใต้ จึงขอเชิญชวนนักธุรกิจไทยให้ความมั่นใจในการเข้ามาลงทุน เรามุ่งมั่นส่งเสริมการลงทุนจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ และเราจะคุ้มครองการลงทุนในเมียนมา ซึ่งทุกการลงทุนภายในประเทศเมียนมาได้บังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา 4 ฉบับอย่างต่อเนื่องตั้งปี 2024 เพื่อส่งเสริมการค้าและอำนวยความสะดวกในการไหลเวียนของสินค้า รัฐบาลได้ดำเนินการทางเศรษฐกิจหลายด้าน เช่น การลงทุนในด้านยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ รวมถึงการฟื้นความร่วมมือธุรกิจในภูมิภาคเรากำลังปรับกระบวนการทำงานไปสู่ระบบ จึงขอเชิญชวนนักธุรกิจไทยที่สนใจเข้าร่วมลงทุน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานในวันนี้จะช่วยขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ
“ผมเชื่อมั่นว่า หากนำข้อได้เปรียบด้านทรัพยากรธรรมชาติของเมียนมา มาผสานเข้ากับเทคโนโลยี เงินทุน และประสบการณ์การบริหารจัดการของนักธุรกิจไทย เราจะสามารถสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจแบบ Win-Win ที่ได้รับประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่ายอย่างมั่นคง ขออวยพรให้มิตรภาพระหว่างนักธุรกิจของทั้งสองประเทศแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และขอให้ผลลัพธ์จากความร่วมมือทางเศรษฐกิจ นำพาความสุขและความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ทุกท่าน ขอบคุณมากครับ” นายมิน อ่อง หล่าย กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





