กรมอุทยานฯ แจงยิบ หลังถูก “วีระ” ซัดแรงบ้านพัก “เลวทรามมาก”
- หน้าหลัก
- ท่องเที่ยว
- News
กรมอุทยานฯ แจงยิบ หลังถูก “วีระ” ซัดแรงบ้านพัก “เลวทรามมาก”
เผยแพร่: 5 ส.ค. 2569 22:51 ปรับปรุง: 5 ส.ค. 2569 22:51 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
“วีระ ธีรภัทร” ซัดแรง ไปเที่ยว อช.หมู่เกาะสิมิลันมาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว บ้านพักนักท่องเที่ยวที่นั่น “เลวทรามมาก” ด้านกรมอุทยานฯ ออกแถลงการณ์ชี้แจง อช.ดังกล่าว ยกเลิกการพักแรมบนเกาะ มาตั้งแต่ปี 2561 แล้ว
จากกรณี นายวีระ ธีรภัทรานนท์ สื่อมวลชนอาวุโสที่คนรู้จักกันดีในชื่อ “วีระ ธีรภัทร” ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ได้อภิปรายช่วงหนึ่ง ตำหนิคุณภาพและบริการบ้านพักของอุทยานแห่งชาติ ว่ามีคุณภาพในระดับ “เลวทรามมาก” โดยยกประสบการณ์ตรงของตนเองมาเล่าให้ฟัง เมื่อครั้งไปเยือนอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันเมื่อ 4 ปีที่แล้ว พบกับที่นอนในห้องพักมีลวดสปิงทะลุออกมา ไม่สามารถนอนได้ จนต้องใช้ผ้าห่มปูรองนอน รวมถึงเรื่องไฟฟ้า อินเตอร์เน็ต น้ำใช้ ต่าง ๆ เหล่านี้ที่ขาดแคลนสำหรับผู้ที่เสียเงินเข้ามาพัก กลับกัน ในส่วนบ้านพักเจ้าหน้าที่กลับมีพร้อม ก่อนที่นายวีระจะกล่าวเพิ่มเติมว่า ตนจำไม่ได้ว่าเป็นอุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน หรือ อุทยานฯ หมู่เกาะสุรินทร์
นอกจากนี้นายวีระยังเสนอแนะให้หาแนวทางร่วมมือกับภาคเอกชน ในแนวทาง PPP (Public-Private Partnership หรือ การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน) เพื่อหาพัฒนาการบริการนักท่องเที่ยวให้ดีขึ้น
ทั้งนี้หลังคลิปวิดีโอที่นายวีระตำหนิบ้านพักของกรมอุทยานฯ ทางทะเลว่าเลวทรามมาก ถูกเผยแพร่ออกไป ได้กลายเป็นประเด็นที่มีคนถกเถียงกันเป็นจำนวนมาก
หลังจากนั้น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ออกแถลง
การณ์ชี้แจงกรณีดังกล่าว ดังนี้
แถลงการณ์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
เรื่อง ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีนายวีระ ธีระภัทรานนท์ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 อภิปรายคุณภาพบ้านพักและการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ
.
ตามที่ได้มีการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆเกี่ยวกับเนื้อหาการอภิปรายของ นายวีระ ธีระภัทรานนท์ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ซึ่งได้สะท้อนมุมมองและประสบการณ์ส่วนตัวจากการเดินทางไปท่องเที่ยวพักแรมในอุทยานแห่งชาติเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน โดยมีการใช้ถ้อยคำระบุว่าคุณภาพการบริการและที่พักในอุทยาน "เลวทรามมาก" พร้อมทั้งยกตัวอย่างประเด็นข้อจำกัดต่างๆ เช่น การปิดไฟในเวลา 20.00 น. สภาพเครื่องนอนที่เป็นหนามเหล็กจนต้องนำผ้าห่มมาปูทับ ปริมาณน้ำใช้ สัญญาณอินเทอร์เน็ต ตลอดจนข้อเสนอแนะให้พิจารณานำรูปแบบการบริหารจัดการแบบเอกชนเข้าร่วมลงทุนนั้น
.
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับทราบข้อห่วงใยดังกล่าว และขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันกับสาธารณชน ดังนี้
1. ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรูปแบบการท่องเที่ยวและการใช้ประโยชน์พื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน
• กรณีการเข้าพักแรมในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันนั้น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีประกาศลงวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2561 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2561) รวมระยะเวลา 8 ปี ที่มีการยกเลิกการพักแรมบนเกาะ และกำหนดให้เป็นการท่องเที่ยวแบบไป–กลับ (One-day trip) เท่านั้น ทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาขยะและน้ำเสียที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานฯ จึงประกาศปิดเพื่อมุ่งเน้นฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และลดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างยั่งยืน
• สำหรับอาคารบ้านพักหูยง (บริเวณเกาะเมียง) ซึ่งในอดีตเคยเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 ภายหลังประกาศปิดการพักแรมดังกล่าว ทางราชการได้ปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้งานให้เป็น "บ้านพักเจ้าหน้าที่" เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ปฏิบัติงานภาคสนามและรองรับภารกิจของทางราชการเท่านั้น โดยมิได้เปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปแต่อย่างใด
2. การบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภคและข้อจำกัดในเขตป่าอนุรักษ์
• กรมอุทยานแห่งชาติฯ ขอน้อมรับทุกข้อคิดเห็นด้วยความตระหนักในความคาดหวังของประชาชน โดยในส่วนของข้อจำกัดด้านไฟฟ้า น้ำประปา และสัญญาณสื่อสารในพื้นที่เกาะหรือป่าลึกห่างไกล เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องบริหารจัดการภายใต้ข้อจำกัดทางสภาพภูมิประเทศ เช่น การใช้ระบบพลังงานสะอาด (Solar Cell) หรือการกำหนดเวลาปิด-เปิดกระแสไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัย ลดการใช้พลังงานเกิน องค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ และป้องกันไม่ให้แสงเสียงจากมนุษย์เข้าไปรบกวนพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์ป่า
• สำหรับข้อเปรียบเทียบกับบ้านพักเจ้าหน้าที่ที่ผู้ทรงคุณวุฒิได้พบเห็นในพื้นที่ปฏิบัติงาน ทางกรมฯ มุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพสิ่งอำนวยความสะดวกในโซนบริการนักท่องเที่ยวโซนอื่นๆ ให้มีความสะอาดและเหมาะสมยิ่งขึ้น
3. แนวทางการพัฒนาและการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน (PPP)
• ข้อเสนอแนะให้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนบริหารจัดการ (PPP) เพื่อยกระดับคุณภาพบริการนั้น กรมอุทยานแห่งชาติฯ จะนำข้อเสนอดังกล่าวมาศึกษาความเป็นไปได้และแนวทางปฏิบัติภายใต้กรอบพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และระเบียบทางราชการที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ
• การดำเนินงานใดๆ จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่กระทบต่อภารกิจหลักด้านการอนุรักษ์ คุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ และต้องไม่เกินขีดความสามารถในการรองรับของระบบนิเวศ (Carrying Capacity) ของพื้นที่
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอขอบคุณทุกข้อเสนอแนะอันทรงคุณค่าจากท่านกรรมาธิการและพี่น้องประชาชนทุกท่าน ซึ่งกรมฯ จะนำไปเร่งรัดปรับปรุงการปฏิบัติงานและการให้บริการของเจ้าหน้าที่ทุกระดับให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนผู้รักธรรมชาติสืบไป
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
5 สิงหาคม 2569