ข้อเสนอภาคประชาสังคม"มิน ออง ไลง์" เยือนไทย
แสงเมือง มังกร กรรมการเลขานุการ มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์ MAP Foundation สะท้อนภาพความท้าทายบนพรมแดนยาวกว่า 2,000 กิโลเมตรว่า ปัจจุบันสองประเทศกำลังเผชิญปัญหาในหลายๆ ด้านพร้อมกัน ทั้งมิตินโยบายจัดระเบียบแรงงาน วิกฤตผู้พลัดถิ่นจากการสู้รบ ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมข้ามแดน ตลอดจนความมั่นคงและเศรษฐกิจชายแดนที่ผูกโยงกันอย่างแยกไม่ออก
แสงเมือง มังกร กรรมการเลขานุการ มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์ MAP Foundation
หนึ่งในโจทย์ใหญ่ที่เร่งด่วนที่สุดคือ วิกฤตการจัดระเบียบแรงงานข้ามชาติ แม้ภาครัฐไทยจะพยายามผ่อนผันเปิดให้ต่ออายุวีซ่า ใบอนุญาตทำงาน และเอกสารรับรองบุคคล (CI) แบบปีต่อปี แต่ในทางปฏิบัติกลับเต็มไปด้วยอุปสรรค ขั้นตอนซับซ้อนขึ้น เอกสารมากขึ้น และค่าใช้จ่ายพุ่งสูง ยิ่งไปกว่านั้น หลังเหตุการณ์ยึดอำนาจเมื่อปี 2567 แรงงานที่จำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศต้นทางยังต้องเผชิญกับนโยบายการเกณฑ์ทหาร และเงื่อนไขเอกสารใหม่อย่างการทำสมาร์ทการ์ด กลายเป็นภาวะย้อนแย้งที่ผลักให้แรงงาน ที่ตั้งใจอยากทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายไทย ต้องตกอยู่ในสถานะหลบซ่อนอย่างเลี่ยงไม่ได้
ข้อเสนอภาคประชาสังคม"มิน อ่อง หล่าย"เยือนไทย
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ผู้พลัดถิ่นบริเวณชายแดน ที่ยืดเยื้อมากว่า 3-4 ทศวรรษ อาจเกิดวิกฤตรอบใหม่ แม้ช่วงที่ผ่านมาศูนย์พักพิงชั่วคราวในหลายจังหวัดอย่าง แม่ฮ่องสอน ตาก และกาญจนบุรี จะถูกลดขนาดหรือยุบเลิกไปตามกาลเวลา แต่ความขัดแย้งและการสู้รบที่ยังคงรุนแรงในเมียนมา กลับส่งผลให้ผู้พลัดถิ่นทะลักเข้าสู่พื้นที่ชายแดนไทยอย่างต่อเนื่อง เช่น ในอำเภอพบพระ จังหวัดตาก
ข้อเสนอภาคประชาสังคม"มิน อ่อง หล่าย"เยือนไทย
สวนทางกับความช่วยเหลือจากองค์กรระหว่างประเทศ ที่มีแนวโน้มลดน้อยลงเรื่อยๆ ขณะที่การผลักดันผู้พลัดถิ่นกลับ ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ เพราะกลไกระดับภูมิภาคอย่างฉันทามติ 5 ข้อ (Five-Point Consensus) และ Roadmap ของอาเซียนยังไร้ผลบังคับใช้ที่เป็นรูปธรรม
ข้อเสนอภาคประชาสังคม"มิน อ่อง หล่าย"เยือนไทย
Five-Point Consensus เรื่องเหล่านี้ได้รับการปฏิบัติแล้วหรือยัง ไม่ใช่แค่ประชาคมอาเซียน แต่คนทั่วโลกกำลังมองดูอยู่ว่า บทบาท การเคลื่อนไหว หรือการเจรจาทวิภาคีกับประเทศอาเซียนอย่างไทยในครั้งนี้ จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงได้จริงหรือไม่
ในมิติการเมือง การเยือนไทย และประเทศในอาเซียนของ พล.อ.อาวุโส มิน ออง ไลง์ ถูกมองว่าเป็นความพยายามสร้างการยอมรับ และแสวงหาบทบาทบนเวทีภูมิภาค แม้รัฐบาลเมียนมาจะยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างเต็มที่จากสากลก็ตาม โดยคาดว่าวาระการพูดคุยทวิภาคีรอบนี้ จะแตะประเด็นความมั่นคงชายแดน ปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ และมลพิษสิ่งแวดล้อมข้ามแดนอย่างเรื่องแม่น้ำสาย อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องยอมรับ คือแม้เมียนมาจะพยายามฉายภาพการเปลี่ยนผ่าน แต่โครงสร้างอำนาจที่แท้จริงในหลายพื้นที่ ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพ
ข้อเสนอภาคประชาสังคม"มิน อ่อง หล่าย"เยือนไทย
ทางออกของเรื่องนี้ แสงเมือง มังกร เสนอว่า ภาครัฐไทยและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องเร่งรัดปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ใช้แนวทางมองปัญหาแบบรอบด้าน ทั้งเรื่องแรงงาน การค้าชายแดน มนุษยธรรม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน
ข้อเสนอภาคประชาสังคม"มิน อ่อง หล่าย"เยือนไทย
พร้อมเสนอให้เกิดการปฏิรูปเชิงระบบ โดยจัดตั้งคณะกรรมการหรือชุดทำงานเฉพาะกิจขึ้นมาศึกษารายละเอียดของกฎระเบียบ แก้ไขขั้นตอนการขึ้นทะเบียนแรงงานให้ชัดเจน ปฏิบัติได้จริง และอาศัยหลักการ "แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง" ในฐานะประเทศบ้านพี่เมืองน้อง ที่สำคัญที่สุดคือต้องเปิดพื้นที่ให้ Stakeholders ทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาสังคม สภาหอการค้า องค์กรพัฒนาเอกชน รัฐบาล และกองทัพ เข้ามาหารือร่วมกัน เพื่อกำหนดทิศทางนโยบายที่อิงจากข้อเท็จจริงในพื้นที่
ข้อเสนอภาคประชาสังคม"มิน อ่อง หล่าย"เยือนไทย
เช่นกรณีแม่น้ำสาย ที่การแก้ปัญหายังไม่จบ ถึงแม้ว่าจะมีความร่วมมือกันในระยะยาวแต่ว่าในเชิงการปฏิบัติ หรือ การแก้ปัญหา ยังไม่บรรลุในเรื่องของการแก้ปัญหาในระยะยาว
อยากจะให้มองถึงข้อเท็จจริงของปัญหา แล้วนำไปสู่การแก้ปัญหาในเชิงระบบให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะไม่เช่นนั้น ปัญหาก็จะถูกหมักหมม แล้วสุดท้ายก็ไม่มีอะไรดีขึ้น นอกเหนือจากนำไปสู่ความขัดแย้งที่ไม่จบสิ้น
รายงาน : พยุงศักดิ์ ศรีวิชัย ผู้สื่ออาวุโสข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
อ่านข่าว :
"สีหศักดิ์" ไม่กังวล "กัมพูชา" ยื่นยูเอ็นรับรอง MOU 2543-แผนที่ 1 ต่อ 200,000
คดียิงตำรวจ สภ.ตากใบ พบผู้เกี่ยวข้อง 14 คุมตัวแล้ว 11 หลบหนี 3 คน
สทนช.เตือน 27 จังหวัดเฝ้าระวังน้ำหลาก-น้ำท่วมขัง 6-9 ส.ค.นี้