‘สรรเพชญ’ ดันที่รถไฟฯย่านสถานีธนบุรี ปั้นศูนย์การแพทย์ครบวงจร

‘สรรเพชญ’ เร่งพัฒนาที่ดินรถไฟฯ สถานีธนบุรี ย่านศิริราช บนเนื้อที่ 22 ไร่ ผุดเป็นศูนย์การแพทย์ Medical Wellness Hub เชื่อมโรงพยาบาลศิริราช พัฒนาเชิงพาณิชย์ควบคู่ยกระดับคุณภาพชีวิตพนักงานรถไฟ ตั้งเป้าเปิดประมูลภายในสิ้นปีนี้ ปักหมุดศึกษาแล้วเสร็จ คาดใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3-4 ปี
4 ส.ค.2569-นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ร่วมกับผู้บริหารบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) เพื่อติดตามแนวทางพัฒนาพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) บริเวณย่านศิริราช ว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินของการรถไฟฯ เนื้อที่ประมาณ 22 ไร่ ตั้งอยู่ติดกับโรงพยาบาลศิริราช และปัจจุบันเป็นพื้นที่บ้านพักพนักงานการรถไฟ โดยมีแนวคิดที่จะพัฒนาให้เป็นโครงการ Medical Wellness Hub เพื่อรองรับการขยายบริการด้านการแพทย์และสุขภาพในอนาคต
ทั้งนี้ เบื้องต้นมีแนวทางพัฒนาร่วมกับโรงพยาบาลศิริราช โดยกำลังหารือถึงรูปแบบการใช้ประโยชน์พื้นที่ให้สอดคล้องกับความต้องการของโรงพยาบาล ซึ่งอาจประกอบด้วยศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง อาทิ ศูนย์รักษาโรคมะเร็ง ศูนย์สุขภาพแบบครบวงจร ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ รวมถึงพื้นที่รองรับการดูแลสุขภาพของพนักงานการรถไฟ ทั้งนี้ รายละเอียดสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามผลการหารือกับคณะแพทย์ศิริราช เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการทางการแพทย์ในอนาคตมากที่สุด การพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว จะดำเนินการควบคู่ทั้งการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และการยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานการรถไฟที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กว่า 318 ครัวเรือน หรือมากกว่า 1,000 คน โดยกระทรวงคมนาคมจะรับฟังความคิดเห็นจากทั้งพนักงานการรถไฟและโรงพยาบาลศิริราช เพื่อให้การพัฒนาเกิดความสมดุลและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
นายสรรเพชญ กล่าวว่า ในส่วนรูปแบบการลงทุน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยมีแนวทางหลัก 2-3 รูปแบบ ได้แก่ การเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนพัฒนาโครงการ ก่อนให้โรงพยาบาลศิริราชเช่าพื้นที่เพื่อบริหารจัดการ หรืออีกแนวทางหนึ่งคือ เอกชนร่วมลงทุนกับศิริราชในการพัฒนาโครงการ ซึ่งยังต้องหารือร่วมกันทั้งสามฝ่ายเพื่อหาข้อสรุปที่เหมาะสมที่สุด ขณะเดียวกันยังไม่ได้ประเมินมูลค่าการลงทุนหรือรายได้ที่จะได้รับ เนื่องจากอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ
สำหรับโครงการนี้เป็นการต่อยอดแนวคิดการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (Transit Oriented Development : TOD) โดยนำศักยภาพของพื้นที่ที่เชื่อมโยงระบบคมนาคมและบริการทางการแพทย์มาพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างศูนย์สุขภาพแห่งใหม่ที่เดินทางสะดวกและรองรับความต้องการของประชาชนในอนาคต
นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้มอบหมายให้ SRTA จัดทำรายละเอียดและแผนการพัฒนาให้แล้วเสร็จ พร้อมตั้งเป้าหมายเปิดประมูลให้ได้ภายในสิ้นปีปฏิทินนี้ หากขั้นตอนการศึกษาต่าง ๆ แล้วเสร็จตามแผน แม้ยังไม่สามารถรับปากได้ว่าจะดำเนินการทันกำหนด แต่จะเร่งผลักดันให้เร็วที่สุด และอย่างน้อยต้องเริ่มต้นกระบวนการภายใต้รัฐบาลชุดปัจจุบัน
“รายละเอียดของโครงการยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากต้องรอข้อเสนอจากโรงพยาบาลศิริราชว่าจะต้องการใช้พื้นที่ในรูปแบบใด ไม่ว่าจะเป็นศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง ศูนย์สุขภาพ หรือบริการทางการแพทย์ด้านอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดองค์ประกอบของโครงการในระยะต่อไป”นายสรรเพชญ กล่าว
สำหรับการจัดสรรพื้นที่เบื้องต้นนั้น จะกันพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ สำหรับสร้างที่พักอาศัยใหม่ในรูปแบบอาคารชุดเพื่อรองรับพนักงานการรถไฟ ส่วนพื้นที่ที่เหลือจะพัฒนาเป็น Wellness Center, Medical Center, อาคารพักผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย, ที่พักบุคลากรทางการแพทย์ของศิริราชและศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ อาคารจอดรถรองรับได้ประมาณ 1,000 คัน รวมถึงสวนสาธารณะสำหรับประชาชน อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวยังเป็นเพียงแผนแม่บทที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามข้อเสนอของภาคเอกชนและโรงพยาบาลศิริราช
“การพัฒนาพื้นที่จะต้องไม่กระทบต่อคุณภาพชีวิตของพนักงานการรถไฟ โดยได้รับข้อเสนอจากผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เกี่ยวกับความเพียงพอของที่จอดรถ สิทธิในการใช้ที่จอดรถ รวมถึงการยกระดับสิทธิการรักษาพยาบาลให้สามารถเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งข้อเสนอทั้งหมดจะถูกนำไปประกอบการออกแบบโครงการคาดว่าโครงการจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3-4 ปี โดยพื้นที่ 22 ไร่ จะดำเนินการเป็นเฟสแรกทั้งหมด ขณะที่พื้นที่ส่วนอื่นของการรถไฟ เช่น พื้นที่ตลาดด้านหน้า ยังอยู่ระหว่างสัญญาเช่า ซึ่งจะทยอยพัฒนาในระยะถัดไปหลังสัญญาสิ้นสุดในปี 2571”นายสรรเพชญ กล่าว
แม้เศรษฐกิจในปัจจุบันจะอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่เชื่อมั่นว่าภาคเอกชนจะให้ความสนใจลงทุน เนื่องจากธุรกิจด้านสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุ หรือ Wellness และ Longevity กำลังเป็นแนวโน้มสำคัญของโลก ประกอบกับทำเลของพื้นที่มีศักยภาพสูง อยู่ใกล้โรงพยาบาลศิริราช และห่างจากสถานีรถไฟฟ้าประมาณ 400 เมตร ทำให้สามารถเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวก จึงมีความพร้อมที่จะพัฒนาเป็นศูนย์การแพทย์และสุขภาพแห่งใหม่ของประเทศ
นายสรรเพชญ กล่าวว่า ขั้นตอนต่อจากนี้ SRTA จะต้องจัดทำรายละเอียดโครงการและหารือร่วมกับโรงพยาบาลศิริราชเพื่อกำหนดรูปแบบการพัฒนา องค์ประกอบของโครงการ และรูปแบบการลงทุนให้ชัดเจน ก่อนเปิดให้ภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุน โดยยืนยันว่าจะเร่งผลักดันให้เกิดความคืบหน้าโดยเร็วที่สุด เพื่อให้โครงการสามารถเริ่มต้นได้อย่างเป็นรูปธรรมภายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน.
