การแตกแยกครั้งประวัติศาสตร์ของ’ฟุตบอล’
วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 12.56 น.
แม้ว่า จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า จะ “ใส่เกียร์ R” ถอยหลังสุดซอย หลังจากถูกอารยะขัดขืนจากโลกลูกหนัง
ฟีฟ่าและอินฟานติโนต้องการจัดตั้ง FIFA Forward Enterprise (FFE) มาเป็นบริษัทลูกเชิงพาณิชย์เพื่อดำเนินงานอีเวนต์หลักๆ รวมถึงฟุตบอลโลก โดยให้นักลงทุนภายนอก หรือบุคคลที่ 3 จะสามารถซื้อหุ้นในบริษัทดังกล่าวได้
สุดท้ายต้องถอนสมอแทบไม่ทัน หลังจากถูก สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า แสดงท่าทีอันแข็งกร้าว ว่า จะถอนตัวออกจากการแข่งขันฟุตบอลโลก ทำให้ ฟีฟ่า กับ อินฟานติโน่ ต้องชี้แจงเป็นพัลวันว่า ไม่มีใครขายฟุตบอล แต่อยากจะนำเงินมาให้
มากขึ้นเท่านั้น ก่อนจะเลิกคิดทำโปรเจกท์นี้อย่างสิ้นเชิงทันที เพราะมันทำให้ทุกฝ่าย “แตกแยก”
เอาเข้าจริง ฟีฟ่า พลาดท่า “การ์ดตก” อย่างไม่ทันระวัง หลังจากพวกเขาคิดเรื่อง “เงินนำหน้า” แต่ “คุณภาพฟุตบอลตามหลัง” แน่นอนที่สุดว่า ปกติวงการฟุตบอลนั้นมี “รอยร้าว” อยู่แล้ว ทีนี้ฟีฟ่าจะอุดอย่างไร
เวลานี้ ฝ่ายตรงข้ามของ อินฟานติโน กำลังขู่ว่าจะ "ไม่ให้ความร่วมมือ" กับ ฟีฟ่า อีกต่อไป เว้นแต่ว่า อินฟานติโน่ จะลาออกตำแหน่ง ที่เขานั่งมา 3 สมัย และกำลังจะเลือกตั้งใหม่ในเดือนมีนาคมปีหน้า
นั่นหมายว่า อินฟานติโน่ กำลังตกที่นั่งลำบากอย่างที่สุดแล้ว
แม้แนวคิด FFE จะปัดตกยกเลิกไปแล้ว แต่กลุ่มตรงข้ามแสดงท่าทีว่า “จะไม่มีการถอยหลัง" ตราบใดที่ อินฟานติโน ยังคงอยู่ในตำแหน่ง นั่นหมายว่า มันมากกว่าเรื่องโครงการ เรื่องโปรเจกท์
เวลานี้เป็นเรื่องของการ “โค่นบัลลังก์” กันแล้ว
ความเป็นผู้นำของ อินฟานติโน่ กำลังถูกตั้งคำถามไปทั่วโลก “อย่างเปิดเผย” นอกจาก ยูฟ่า แล้ว ยังมี คอนคาเคฟ องค์กรกำกับดูแลฟุตบอลในยุโรป อเมริกาเหนือและกลาง และแคริบเบียน
หลังจากที่ ยูฟ่า ขู่ว่าจะดำเนินการทางกฎหมายเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าว และ เวลส์ ได้ถอนการสนับสนุนอย่างเป็นทางการต่อ อินฟานติโน เป็นชาติแรก ต่อด้วย เซอร์เบีย, สวีเดน และฟินแลนด์ ต่อเนื่องด้วยสมาคมฟุตบอลอังกฤษ, สมาคมฟุตบอล
สกอตแลนด์ ยืนกรานในจุดยืนเหมือน ยูฟ่า ในลักษณะที่ว่า ไม่ไว้วางใจ อินฟานติโน่
อย่างไรก็ตาม โมร็อกโก, กาตาร์, เลบานอน, คูเวต และศรีลังกา เป็นหนึ่งในประเทศที่ให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนให้ อินฟานติโน่ ดำรงตำแหน่งผู้นำฟีฟ่าต่อไป
สหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC) กล่าวว่ายืนหยัดใน "ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน" กับยูฟ่าและคอนคาแคฟ ตรงกันข้ามกับ แอฟริกา , คอนเมโบล และโอเชียเนีย ไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์แผนของ อินฟานติโน
เคาะออกมาในการเลือกตั้งก็คือ ยูฟ่า 55 เสียง, แอฟริกา 54 เสียง, เอเชีย 46 เสียง, คอนคาเคฟ 35 เสียง, โอเชียเนีย 11 เสียง และคอนเมโบล 10 เสียง
แต่กว่าจะถึงวันนั้น มีความเป็นไปได้เช่นกันที่ “สภาฟีฟ่า” อาจพยายามบีบให้ อินฟานติโน่ ลาออกไปซะเดี๋ยวนี้ ผ่านการประชุมฉุกเฉิน
สมมุติฐานนี้ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ “สมาชิกสภาฟีฟ่า” 19 จาก 37 คนเรียกร้องให้มีการประชุมฉุกเฉิน และการประชุมจะต้องเกิดขึ้นภายใน 2 สัปดาห์นับจากนี้
สภาฟีฟ่า เวลานี้ ประกอบด้วย ตัวแทนจากยูฟ่ามีสมาชิก 9 คน, เอเอฟซี 7 คน, คอนคาเคฟ 5 คน แอฟริกามี 6 คน คอนเมโบล 5 คน และโอเชียเนีย 3 คน โดยมี อินฟานติโนและเลขาธิการ มัตติอัส กราฟสตรอม เป็นสมาชิกด้วย
หากไม่มีเหตุการฉุกเฉิน นั่นหมายความว่า ไปวัดกันอีกทีตอนเลือกตั้ง อินฟานติโน่ หรือใครก็ตามที่ลงแข่งขัน ต้องการคะแนนเสียง 106 เสียงจากสมาชิกฟีฟ่า 211 ประเทศเพื่อชนะการเลือกตั้ง
ถึงตรงนี้ เมื่อชาติสมาชิกค่อย ๆ ถอดถอนความเชื่อมั่นผู้นำองค์กรมากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับ อินฟานติโน่ หมายว่า ปัญหาเรื่องความเชื่อมั่น คือสิ่งที่ประธานฟีฟ่า กำลังเผชิญ
กลยุทธ์เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือต่อรอง และทำให้ อินฟานติโน่ โดดเดี่ยวและเข้าตาจนมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในทางตรงข้าม ยูฟ่า หัวหอกสำคัญในการปะทะกับ อินฟานติโน่ ก็ต้องสงวนท่าที หรือ รักษาอาการให้ดีที่สุด เพราะต้องเลี่ยงหลีกการถูกมองว่ากำลังบอกประเทศอื่นๆ ทั่วโลกว่า “ให้ทำอะไร”
เพราะเป็นที่ชัดเจนว่า ในอเมริกาใต้ และแอฟริกา ยังให้การสนับสนุนแบบเต็มจังกับ อินฟานติโน่ ซึ่งหมากเกมนี้ลงเอยอย่างไร ยังไม่มีใครรู้ เรารู้แต่ว่า วงการฟุตบอลโลก
ไม่เคยแตกแยกมากเท่านี้มาก่อนเลย............
บี แหลมสิงห์