Cover Image

ทรัมป์เตรียมเปิดเจรจาอิหร่านรอบใหม่ เตหะรานโต้เป็น "คำโกหก"

เมื่อวันที่ 2 ส.ค.2569 BBC รายงาน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เปิดเผยต่อสื่อมวลชนบนเครื่องบินประจำตำแหน่ง แอร์ ฟอร์ซ วัน ว่า สหรัฐฯ กำลังจะเริ่มต้นการเจรจารอบใหม่กับประเทศอิหร่าน โดยคาดว่าจะเริ่มขึ้นในช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่ 3 ส.ค.ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ หรือตรงกับวันที่ 4 ส.ค. ตามเวลาประเทศไทย

การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ตัดสินใจ ระงับแผนการโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน ซึ่งเขาระบุว่าเป็นแผนการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐฯ เตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติการทางทหารไว้เรียบร้อยแล้ว แต่อิหร่านรับรู้ถึงขอบเขตการโจมตี เนื่องจากเห็นการสะสมกำลัง และติดต่อขอเจรจา อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังปฏิเสธที่จะกำหนดเส้นตาย สำหรับการบรรลุข้อตกลง โดยระบุเพียงว่า สหรัฐฯ มีความพร้อมที่จะดำเนินการทางทหารได้ทุกเมื่อ แต่ตนไม่ได้ต้องการที่จะสังหารผู้คน

ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจชะลอการโจมตี เนื่องจากได้รับการร้องขอจากผู้นำประเทศพันธมิตรในภูมิภาคตะวันออกกลาง นำโดย เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย รวมถึงผู้นำจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และกาตาร์ ซึ่งร่วมกันผลักดันให้ใช้แนวทางการทูต เนื่องจากเชื่อว่ามีกรอบข้อตกลงเบื้องต้นที่สามารถตกลงกันได้แล้ว ทั้งในประเด็นความปลอดภัย การเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและประเด็นนิวเคลียร์

การประกาศระงับปฏิบัติการทางทหาร ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงทันที ในการซื้อขายช่วงเช้าที่เอเชีย โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับลดลงร้อยละ 4.5 อยู่ที่ 83.98 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 4.6 อยู่ที่ 80.74 ดอลลาร์/บาร์เรล

ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดในตลาดพลังงาน หลังจากที่ราคาผันผวนหนักนับตั้งแต่ความขัดแย้งเปิดฉากขึ้น เมื่อวันที่ 28 ก.พ. กระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติร้อยละ 20 ของโลก

อิหร่านสวนกลับ โต้ทรัมป์ "โกหก"

ด้านปฏิกิริยาจากฝั่งเตหะราน สำนักข่าวเมห์ร สื่อกึ่งทางการของอิหร่าน ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของทรัมป์ โดยยืนยันว่า อิหร่านไม่ได้เป็นฝ่ายร้องขอให้สหรัฐฯ ชะลอการโจมตีทางทหาร และชี้ว่าคำกล่าวของผู้นำสหรัฐฯ เป็นเพียงเรื่องโกหกเรื่องใหม่ ขณะเดียวกันกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านระบุว่า ยังไม่มีแผนที่จะเปิดรับคณะผู้แทนสหรัฐฯ หรือส่งเจ้าหน้าที่ไปยังกรุงวอชิงตัน โดยการประสานงานทั้งหมดเกิดขึ้นผ่านตัวกลาง

อย่างไรก็ตาม อับบาส อารักชี รมต.ต่างประเทศของอิหร่าน ยอมรับว่าการเจรจาผ่านประเทศโอมาน เพื่อหาข้อตกลงเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ มีความคืบหน้าอย่างมาก และอยู่ในเส้นทางสู่การสรุปผลขั้นสุดท้าย ในขณะที่ มาจิด อิบนุ อัล-เรซา รักษาการ รมต.กลาโหมของอิหร่าน ย้ำว่า อิหร่านประเมินการข่มขู่จากสหรัฐฯ ว่าเกิดขึ้นจริงเสมอ และจะไม่ยอมถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว

ท่าทีที่อ่อนลงของทรัมป์ ยังถูกวิเคราะห์ว่า มาจากปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศ แม้ก่อนหน้านี้ทรัมป์ จะใช้ถ้อยคำรุนแรงข่มขู่ว่า จะทำลายอารยธรรมและโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน รวมถึงเคยส่ง รองประธานาธิบดี เจ.ดี.แวนซ์ ไปนำการเจรจาที่ปากีสถาน เมื่อเดือน เม.ย. แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

ผลการสำรวจความคิดเห็นล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ชาวอเมริกันจำนวนมาก รวมถึงผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน แสดงความไม่พอใจต่อการนำประเทศเข้าสู่สงคราม และผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ตามมา สร้างความกังวลให้กับนักยุทธศาสตร์ของพรรครีพับลิกันเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะถึงการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย. นี้ นำไปสู่การปรับเปลี่ยนมาใช้แนวทางทูต เพื่อลดกระแสต้านภายในประเทศ

อ่านข่าว :

รบ.เมียนมาเผยภาพ "อองซาน ซูจี" พบตัวแทน ICRC ยืนยันยังมีชีวิต-สุขภาพดี

สส.ฉัตร ร้อง กมธ.ทหาร สอบบังเกอร์ไม้ค้ำ จันทบุรี-ตราด ส่อใช้งบไม่คุ้มค่า

สุวรรณภูมิยกระดับ เปิดตัว "Scent Enforcer" ทีม K-9 สกัดยาเสพติดข้ามชาติ

Back To Top